"วันไบโพลาร์โลก" 30 มีนาคม 2569 โอบกอดความต่าง อย่างเข้าใจ "ผู้ป่วยโรคอารมณ์สองขั้ว"

วันที่ 30 มีนาคม ของทุกปี ไม่ได้เป็นเพียงวันธรรมดาบนปฏิทิน แต่เป็นวันที่ทั่วโลกร่วมกันรณรงค์ให้เกิดความเข้าใจใน "โรคไบโพลาร์" (Bipolar Disorder) หรือที่คนไทยคุ้นหูในชื่อ "โรคอารมณ์สองขั้ว"
ทำไมต้องวันนี้? เพราะเป็นวันเกิดของ วินเซนต์ แวน โกะฮ์ ศิลปินเอกผู้สร้างผลงานระดับโลก ซึ่งเชื่อกันว่าเขาก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องต่อสู้กับโรคนี้ตลอดชีวิตเช่นกัน
ไบโพลาร์ ไม่ใช่แค่ "อารมณ์แปรปรวน"
ไบโพลาร์ (Bipolar Disorder) หรือที่ภาษาไทยเรียกว่า "โรคอารมณ์สองขั้ว" คือความผิดปกติทางจิตเวชที่ส่งผลให้สารเคมีในสมองทำงานไม่สมดุล ทำให้ผู้ป่วยมีการแสดงออกทางอารมณ์ที่ "สุดโต่ง" สลับกันไปมาสองลักษณะ ไม่ใช่แค่การอารมณ์เสียสลับกับอารมณ์ดีทั่วไป แต่เป็นภาวะที่อารมณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงจนกระทบต่อการใช้ชีวิต
โดยจะแบ่งเป็น 2 ช่วงหลัก
1.ช่วงมาเนีย (ขั้วพุ่ง) พลังงานล้น นอนน้อยก็ไม่เหนื่อย พูดเร็ว มั่นใจสูงปรี๊ด อยากทำโปรเจกต์ร้อยแปด หรือใช้เงินฟุ่มเฟือยจนคุมไม่อยู่
2.ช่วงซึมเศร้า (ขั้วดิ่ง) อารมณ์ดิ่งลงเหว หมดแรง ไม่อยากทำอะไร เศร้าเสียใจโดยไม่มีสาเหตุ และรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า
แต่ละช่วงไม่ได้สลับไปมาใน 5 นาที แต่มักจะอยู่ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน ซึ่งกระทบต่อการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างมาก
ความจริงที่อยากให้รู้
ไบโพลาร์ คือ "โรค" ไม่ใช่ "นิสัย" ไม่มีใครอยากเป็นไบโพลาร์ และมันไม่ใช่ความผิดของใคร
รักษาได้ ควบคุมได้
ด้วยการรับประทานยาตามแพทย์สั่ง และดูแลสุขภาพใจอย่างใกล้ชิด ผู้ป่วยสามารถทำงานเก่ง มีครอบครัวที่อบอุ่น และใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนคนทั่วไป
ความคิดสร้างสรรค์มักมาพร้อมความอ่อนไหว
ผู้ป่วยไบโพลาร์หลายคนมีความสามารถพิเศษและละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกสูงมาก
เราจะช่วยอะไรได้บ้าง?
ในวันไบโพลาร์โลกปี 2569 นี้ สิ่งที่ผู้ป่วยต้องการที่สุดไม่ใช่ "คำสอน" แต่คือ "ความเข้าใจ"
1.เลิกตีตรา อย่ามองว่าเขาเป็นคน "บ้า" หรือ "น่ากลัว"
2.รับฟัง ฟังโดยไม่ตัดสิน แค่มีคนรับฟังก็ช่วยให้ใจที่แกว่งอยู่นิ่งลงได้มาก
3.ให้กำลังใจ บอกเขาว่า "ไม่เป็นไรนะ เราพร้อมจะอยู่ข้างๆ ในทุกช่วงเวลา"
"เพราะหัวใจที่เข้าใจ คือยาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยโรคอารมณ์สองขั้ว" มาช่วยกันเปลี่ยนโลกที่เต็มไปด้วยอคติ ให้เป็นโลกที่โอบกอดความต่างไปด้วยกันค่ะ