รีเซต

อาจารย์แพทย์-ทนายจี้พรรคการเมืองใหม่ แบนบุหรี่ไฟฟ้าปกป้องเด็ก

อาจารย์แพทย์-ทนายจี้พรรคการเมืองใหม่ แบนบุหรี่ไฟฟ้าปกป้องเด็ก
TNN ช่อง16
5 มีนาคม 2569 ( 18:27 )
20

นักวิชาการห่วงบุหรี่ไฟฟ้า เข้าถึงเด็กง่าย วอนรัฐคงมาตรการห้าม

วันที่ 5 มีนาคม 2569 ที่ห้องสัตมรามาธิราช สถาบันพระปกเกล้า นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรสิทธิมนุษยชนสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 5 จัดกิจกรรม Ex Talk ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “ประเด็นยาสูบกับสิทธิมนุษยชน จากควันพิษสู่ไอมรณะภัยไม่เงียบในโลกไซเบอร์” โดยมีแพทย์ นักวิชาการ และภาคประชาสังคมร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับผลกระทบของบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมส่งสัญญาณไปยังพรรคการเมืองที่กำลังจะจัดตั้งรัฐบาล ให้คงมาตรการห้ามบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชน

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ระบุว่า การแทรกแซงนโยบายควบคุมยาสูบจากอุตสาหกรรมยาสูบเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความพยายามลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย โดยองค์การอนามัยโลกได้กำหนดแนวทางภายใต้กรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบ โดยเฉพาะมาตรา 5.3 ที่กำหนดให้รัฐภาคีต้องป้องกันไม่ให้อุตสาหกรรมยาสูบมีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพ

นพ.ประกิต ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมยาสูบมีการปรับกลยุทธ์โดยใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นเครื่องมือเข้าถึงกลุ่มเยาวชน พร้อมมีความพยายามผลักดันให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายผ่านกระบวนการทางนโยบาย หากมีการยกเลิกการห้ามจำหน่าย จะทำให้การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนรุนแรงมากขึ้น



ด้าน ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์เสพติดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ยังถูกออกแบบให้เข้าถึงเด็กและเยาวชนได้ง่าย ทั้งในรูปแบบตัวการ์ตูน อุปกรณ์เครื่องเขียน ตุ๊กตา หรือแม้กระทั่งการออกแบบให้มีลักษณะคล้ายยาดม ทำให้ครูและผู้ปกครองยากต่อการสังเกต

ขณะที่ คุณสายัณห์ สุขจันทร์ ประธานศูนย์พิทักษ์ธรรม กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้ายังเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในประเทศไทย เนื่องจากกฎหมายห้ามนำเข้า จำหน่าย ผลิตเพื่อขาย และให้บริการที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ในมุมมองทางศาสนาอิสลาม สำนักจุฬาราชมนตรีได้มีคำวินิจฉัยทางศาสนา หรือฟัตวา ระบุว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งต้องห้ามตามหลักศาสนา

ศาสตราจารย์ ดร.นิทัศน์ ศิริโชติรัตน์ กรรมการสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ กล่าวว่าบริษัทยาสูบและเครือข่ายมักใช้การโฆษณาชวนเชื่อและข้อมูลบิดเบือน เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของหลักฐานทางวิชาการ ซึ่งเป็นการกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการมีชีวิตที่ปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดี โดย “นิโคติน” ยังถูกจัดเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ขัดขวางเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ

ด้าน อ.ดร.วศิน พิพัฒนฉัตร ผู้จัดการหน่วยวิชาการเครือข่ายนักสาธารณสุขจัดการปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ กล่าวว่า เวทีเสวนาครั้งนี้เป็นการเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการ และต้องการส่งเสียงไปยังรัฐบาลชุดใหม่ให้คงมาตรการห้ามบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย เนื่องจากเป็นมาตรการที่เหมาะสมที่สุดต่อการคุ้มครองสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง