รวบ 'อู่ทอง' มือฆ่าสาวคาราโอเกะ เผาอำพรางศพป่าแก่งกระจาน พบประวัติอาชญากรรมอื้อ

รวบ 'อู่ทอง' มือฆ่าสาวคาราโอเกะ เผาอำพรางศพป่าแก่งกระจาน พบประวัติอาชญากรรมอื้อ
มติชน
16 พฤศจิกายน 2563 ( 15:20 )
103
รวบ 'อู่ทอง' มือฆ่าสาวคาราโอเกะ เผาอำพรางศพป่าแก่งกระจาน พบประวัติอาชญากรรมอื้อ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พ.ต.อ.พาณุพงษ์ สอนจิตติ ผกก.สภ.แก่งกระจาน พร้อม ตร.สืบสวน ภ.7 ตร.สืบสวน ภ.จว.เพชรบุรี และ ตร.สืบสวน สภ.แก่งกระจาน แถลงข่าวจับกุมนายอู่ทอง พรายแขวง อายุ 44 ปี ชาว ต.วังไคร้ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเพชรบุรีที่ จ 313 /2563 ลงวันที่ 15 พ.ย.63 คดีฆ่าชิงทรัพย์สาวคาราโอเกะ เผาศพอำพรางคดี พื้นที่แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี พร้อมของกลาง มีดสั้น 1 เล่ม มีดง้าว 1 เล่ม และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน นายสันติ ชาติทอง สามีผู้ตาย ได้แจ้งความ ไว้ที่ สภ.ท่ายาง ว่า น.ส.กัณญภัค ภรรยาได้หายตัวไป ต่อมาวันที่ 8 พ.ย.63 มีชาวบ้านพบศพถูกเผาพร้อมรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน 1กธ 6326 นครปฐม ที่กลางป่าละเมาะ หมู่ 4 บ้านโป่งตาเพชร ต.วังจันทร์ อ.แก่งกระจาน ห่างจากถนนบายพาสแก่งกระจาน-ยางชุม เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งนายสันติตรวจสอบ โดยนายสันติยืนยันว่าศพที่พบคือน.ส.กัณญภัค ภรรยาของตน

จากนั้น ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าคืนวันที่ 3 พ.ย. ขณะที่ น.ส.กัณญภัคขี่รถจักรยานยนต์จากร้านคาราโอเกะอิ่มจัง ซึ่งเป็นที่ทำงานเพื่อกลับบ้าน ปรากฏว่ามีรถจักรยานยนต์ของคนร้าย ทราบชื่อภายหลังคือนายอู่ทอง ได้ขี่ตามผู้เสียชีวิตตั้งแต่ออกจากร้านไปจนถึงจุดที่เกิดเหตุ ประกอบกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาตร์อื่นๆ จึงขอหมายจับนายอู่ทอง ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพหรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย

ต่อมาวันที่ 15 พ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมนายอู่ทองได้ที่บ้านพักใน อ.ท่ายาง เบื้องต้น นายอู่ทองสารภาพว่าขณะเกิดเหตุตนขี่ จยย.ผ่านมาพบ น.ส.กัณญภัค ผู้ตาย จึงตามมาเพื่อหวังชิงทรัพย์ กระทั่งก่อนถึงที่เกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร ตนได้ขี่ จยย.เข้าประกบรถ จยย.ผู้ตาย จากนั้นเอื้อมมือไปดับสวิตช์กุญแจรถผู้ตาย และไปคร่อมด้านหลังผู้ตาย ก่อนใช้มีดปลายแหลมบังคับให้ผู้ตายขี่ จยย.เข้าไปในที่เกิดเหตุ ใช้เสื้อคลุมผู้ตายผูกมัดมือติดไว้กับแฮนด์รถ แล้วค้นทรัพย์สิน ได้เงินมา 800 บาท ผู้ตายทำท่าขัดขืน ตนเกรงหากปล่อยไปผู้ตายอาจจะไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงใช้มีดง้าวที่พกติดมาฟันไปที่บริเวณแผ่นหลัง และใช้มีดปลายแหลมปาดคอ และแทงที่สะบักหลังจนเสียชีวิต ใช้น้ำมันจากรถจักรยานยนต์เป็นเชื้อเพลิงจุดไฟเผาศพเพื่อทำลายหลักฐาน แล้วหลบหนีไปซ่อนตัวที่บ้านพักกระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติและคำรับสารภาพเพิ่มเติม พบว่า นายอู่ทองมีประวัติการกระทำผิดและต้องโทษหลายคดีเมื่อประมาณปี 2555 ถูกจับกุมในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง, ปี 2556 ก่อเหตุกระชากกระเป๋าผู้หญิง 4 ราย และใช้มีดขู่บังคับเพื่อที่จะข่มขืน ในพื้นที่ อ.ท่ายาง และก่อเหตุชิงทรัพย์ และใช้มีดแทงแคดดี้สนามกอล์ฟแห่งหนึ่งใน อ.ท่ายาง เสียชีวิต ศาลตัดสินจำคุก 25 ปี 6 เดือน 15 วัน ติดคุกจริง 5 ปี 2 เดือน 8 วัน พ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 5 ม.ค.2563 หลังจากพ้นโทษมา 10 เดือน นายอู่ทอง ก็ได้มาก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ น.ส.กัณญภัค และเผาศพอำพรางคดีในพื้นที่แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และถูกจับกุมอีกครั้ง

ด้านนายสันติ สามี น.ส.กัณญภัค ผู้ตาย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตนตกเป็นจำเลยสังคมว่าเป็นผู้ต้องสงสัยในการฆ่าภรรยาตนเอง แต่ไม่กังวล เนื่องจากรู้ตัวเองดีว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของภรรยา และยืนยันความบริสุทธิ์มาโดยตลอด ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนร้ายตัวจริงมาดำเนินคดีได้ และทราบว่าคนร้ายมีประวัติอาชญากรรมเคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง และยังมีพฤติกรรมรุนแรง ไม่เข็ดหลาบ ไม่สำนึกไม่กลับตัวเป็นคนดี อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่ควรปล่อยให้ออกมาทำร้ายสังคม และคนอื่นอีก

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายอู่ทองไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ และควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

 

รวมสิทธิส่งเสริมคุณภาพชีวิต เกาะติดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทันเรื่องราวกระแสสังคม

สัมผัสประสบการณ์ข่าวได้ที่ แอปพลิเคชัน ทรูไอดี (ดาวน์โหลดเลยที่นี่!!)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง