เปิด 4 วงจรความสำเร็จ วางอนาคตเมืองกรุงในมือผู้ว่าฯ คนใหม่

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) วันที่ 28 มิถุนายน 2569 กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ท่ามกลางคำถามสำคัญว่า คนกรุงเทพฯ จะตัดสินใจจากนโยบาย กระแสทางการเมือง หรือภาพลักษณ์ของผู้สมัคร
ในการวิเคราะห์ผ่านรายการ TNN ข่าวเที่ยง รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และ รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เห็นตรงกันว่า การแข่งขันเลือกตั้งครั้งนี้ถูกครอบงำด้วยประเด็นทางการเมืองและการตรวจสอบมากกว่าการถกเถียงเชิงนโยบาย ส่งผลให้ประชาชนอาจไม่ได้รับข้อมูลเพียงพอในการเปรียบเทียบแนวทางพัฒนาเมืองของผู้สมัครแต่ละคน
รศ.ดร.ยุทธพร ระบุว่า แม้ผู้สมัครแต่ละรายจะมีนโยบายจำนวนมาก แต่ในช่วงหาเสียงกลับไม่สามารถผลักดันให้กลายเป็นวาระสาธารณะได้อย่างเต็มที่ เพราะพื้นที่สื่อถูกดึงไปสู่ประเด็นการเมืองและการตรวจสอบต่าง ๆ ทำให้การถกเถียงเรื่องอนาคตของกรุงเทพฯ ถูกลดความสำคัญลง
ขณะที่ รศ.ดร.โอฬาร มองว่า การบริหารเมืองยุคใหม่ไม่สามารถพึ่งพาผู้นำเพียงคนเดียวได้อีกต่อไป เนื่องจากกรุงเทพมหานครมีความซับซ้อนทั้งด้านประชากร เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการเชื่อมโยงกับจังหวัดโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วม การจราจร หรือฝุ่น PM2.5 ที่ล้วนเป็นปัญหาข้ามเขตอำนาจการบริหาร
จากการวิเคราะห์ของทั้งสองนักวิชาการ สามารถสรุปเป็น "4 วงจรความสำเร็จ" ที่ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่จำเป็นต้องมี หากต้องการยกระดับเมืองหลวงของไทยในระยะยาว
1. Vision – มีภาพอนาคตเมืองที่ชัดเจน
ผู้ว่าฯ ต้องสามารถตอบคำถามได้ว่า กรุงเทพมหานครในอีก 10-20 ปีข้างหน้าจะมีหน้าตาอย่างไร ไม่ใช่เพียงการเสนอ "โครงการ" หรือ "กิจกรรม" รายปี แต่ต้องมีวิสัยทัศน์ที่ทำให้ประชาชนเห็นทิศทางร่วมกันของเมือง
2. Passion – มีความมุ่งมั่นผลักดันการเปลี่ยนแปลง
นอกจากวิสัยทัศน์แล้ว ผู้นำเมืองต้องมีความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำท่วม การจราจร คุณภาพอากาศ หรือคุณภาพชีวิตของประชาชน เพราะหลายปัญหาต้องใช้เวลานานและอาศัยความต่อเนื่องในการดำเนินงาน
3. Connection – เชื่อมทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมพัฒนาเมือง
นักวิชาการชี้ว่า ผู้ว่าฯ ยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องเป็น "วันแมนโชว์" แต่ต้องเป็นผู้สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม รวมถึงจังหวัดรอบกรุงเทพฯ เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาเมืองในมิติที่เชื่อมโยงกัน
4. Action Plan – แผนปฏิบัติการที่ทำได้จริง
นโยบายจะเกิดผลได้ก็ต่อเมื่อมีแผนงาน งบประมาณ และกลไกดำเนินการที่ชัดเจน โดยเฉพาะภายใต้ข้อจำกัดด้านกฎหมายและอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานครที่ยังต้องประสานงานกับหน่วยงานส่วนกลางจำนวนมาก
ทั้งนี้ นักวิชาการทั้งสองยังเห็นว่า หนึ่งในโจทย์สำคัญของผู้ว่าฯ คนใหม่ คือ การผลักดันการปรับปรุงกฎหมายกรุงเทพมหานครให้สอดคล้องกับความเป็นมหานครสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการเมืองและการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น
ท้ายที่สุด แม้การแข่งขันเลือกตั้งครั้งนี้จะเต็มไปด้วยกระแสทางการเมือง แต่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งยังคงเป็นผู้กำหนดอนาคตของกรุงเทพมหานคร ผ่านการตัดสินใจในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ว่าเมืองหลวงแห่งนี้จะเดินหน้าไปในทิศทางใดในอีกหลายปีข้างหน้า
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
