เปิด 5 คำมั่น “สีหศักดิ์” ดันทูตเชิงรุก แก้ปมกัมพูชา

วันที่ 20 เมษายน 2569 ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แสดงวิสัยทัศน์ด้านนโยบายการต่างประเทศ ท่ามกลางบริบทโลกที่ผันผวนและมีความไม่แน่นอนสูง พร้อมย้ำแนวทาง “การทูต 2.0” ที่ต้องขยับจากการรับมือเฉพาะหน้า ไปสู่การต่างประเทศเชิงรุกที่มีเป้าหมายชัดเจนและเชื่อมโยงกับผลประโยชน์ของประเทศในทุกมิติ
สาระสำคัญจากการแถลงครั้งนี้ สามารถสรุปเป็น 5 คำมั่นสำคัญ ที่รัฐบาลต้องการส่งสัญญาณถึงประชาชนและประชาคมระหว่างประเทศว่า ไทยกำลังยกระดับบทบาททางการทูตอย่างจริงจัง
คำมั่นที่ 1 เดินหน้าการทูตเชิงรุกและมียุทธศาสตร์ชัดเจน
นายสีหศักดิ์ ระบุว่า การต่างประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมาอาจยังไม่เดินในเชิงรุกมากพอ ส่วนหนึ่งมาจากความไม่นิ่งทางการเมืองภายในประเทศ แต่เมื่อรัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้น ก็เป็นโอกาสสำคัญที่จะกำหนดทิศทางนโยบายต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยย้ำว่าการทูตยุคใหม่ต้องไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหารายวัน แต่ต้องรู้ว่าไทยจะเดินไปทางไหน และมีเป้าหมายระยะยาวอะไรที่ต้องไปให้ถึง
คำมั่นที่ 2 ทีมไทยแลนด์ต้องเป็นเอกภาพและตอบสนองรวดเร็ว
หนึ่งในหัวใจของการทูต 2.0 คือ การทำงานแบบ “ทีมไทยแลนด์” ที่ทุกหน่วยงานต้องประสานกันอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านนโยบายและการปฏิบัติ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวงและหลายฝ่าย เช่น ปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา หรือสถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศต้องตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว เช่น การตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประเมินผลกระทบและดูแลคนไทยในพื้นที่เสี่ยง
คำมั่นที่ 3 ไทยไม่เลือกข้าง แต่ยึดผลประโยชน์ชาติและความปลอดภัยของคนไทย
ในประเด็นวิกฤตตะวันออกกลาง นายสีหศักดิ์ ยืนยันว่า ไทยจะวางตัวอย่างพอดี ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป โดยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และย้ำชัดว่าไทยไม่เห็นด้วยกับสงคราม แต่ในเวลาเดียวกันก็ต้องระมัดระวังการแสดงท่าทีที่อาจกระทบผลประโยชน์ของชาติ เพราะไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้งโดยตรง สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลความปลอดภัยของคนไทย และรักษาผลประโยชน์ของประเทศในภาพรวม
คำมั่นที่ 4 เดินหน้าก้าวข้ามความขัดแย้งไทย–กัมพูชา ด้วยสันติและความรอบคอบ
นายสีหศักดิ์ ยอมรับว่า แม้ปัจจุบันมีการหยุดยิงแล้ว แต่โจทย์สำคัญคือการก้าวข้ามความขัดแย้งอย่างยั่งยืน โดยไทยยังพร้อมพูดคุยกับกัมพูชาเมื่ออีกฝ่ายมีความพร้อมอย่างแท้จริง พร้อมประเมินว่าขณะนี้กัมพูชายังใช้วิธีสร้างแรงกดดันในหลายเวทีเพื่อเพิ่มความได้เปรียบ อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงยึดแนวทางสันติ เพราะทั้งสองประเทศต้องอยู่ร่วมกันในฐานะเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน จึงจำเป็นต้องฟื้นฟูความเชื่อมั่นควบคู่ไปกับการแก้ปัญหา
คำมั่นที่ 5 ทบทวน MOU ให้ชัดเจน รับฟังเสียงประชาชนไทย
อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ MOU ปี 2543 และ 2544 ที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือไทย–กัมพูชา โดยนายสีหศักดิ์ ระบุว่า แม้ไม่มี MOU 2544 ไทยก็ยังสามารถพัฒนาความสัมพันธ์และหารือเรื่องเขตแดนทางทะเลได้ ขณะที่ MOU 2543 ยังมีความคืบหน้า แต่รัฐบาลต้องรับฟังข้อกังวลของประชาชนไทย โดยเฉพาะเรื่องแผนที่ และอาจต้องมีการทบทวนหรือปรับปรุงในบางส่วนเพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น ส่วนรายละเอียดเชิงลึกยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากยังอยู่ในกระบวนการเจรจาระหว่างสองประเทศ
นอกจาก 5 คำมั่นดังกล่าว นายสีหศักดิ์ ยังย้ำด้วยว่า การต่างประเทศในยุคใหม่ต้องเชื่อมโยงกับประชาชนให้มากขึ้น ทั้งในมิติการทูตเศรษฐกิจ ความมั่นคงของมนุษย์ การรับมือโรคระบาด ภัยพิบัติ และอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการผลักดันบทบาทของไทยในอาเซียนและเวทีโลก เพื่อให้ประเทศไทยมีจุดยืนที่มั่นคง มีศักดิ์ศรี และพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลกใหม่
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
