รีเซต

สุสานบางคล้าเกิดอะไรขึ้น? สรุปไทม์ไลน์ปม 4 ร่างชาวต่างชาติ

สุสานบางคล้าเกิดอะไรขึ้น? สรุปไทม์ไลน์ปม 4 ร่างชาวต่างชาติ
TNN ช่อง16
14 กันยายน 2569 ( 21:52 )
8

กรณีสุสานเอกชน  ในพื้นที่ ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา อยู่ระหว่างการตรวจสอบของหลายหน่วยงาน หลังพบประเด็นเกี่ยวกับสถานะใบอนุญาต การใช้พื้นที่ และการฝังร่างผู้เสียชีวิตชาวต่างชาติ โดยล่าสุดบริษัทผู้ดูแลแจ้งขอเลื่อนการเคลื่อนย้ายร่างทั้ง 4 ออกไปอีก 7 วัน เพื่อเตรียมขั้นตอนและสถานที่รองรับแห่งใหม่

จุดเริ่มต้นของการตรวจสอบ

วันที่ 9 กันยายน 2569 องค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดใต้ หรือ อบต.เสม็ดใต้ นำคำสั่งไปติดบริเวณทางเข้าสุสาน กำหนดพื้นที่เป็นเขตควบคุมเหตุรำคาญ และห้ามดำเนินกิจการเกี่ยวกับสุสานและฌาปนสถานโดยไม่ได้รับอนุญาต

พร้อมกันนี้ มีคำสั่งเกี่ยวกับอาคารและสิ่งปลูกสร้าง โดยเฉพาะเต็นท์ 2 หลัง ซึ่งกำหนดให้รื้อถอนภายใน 30 วัน หรือภายในวันที่ 7 ตุลาคม 2569 หากไม่ดำเนินการตามคำสั่ง อาจมีโทษตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522

เจ้าหน้าที่ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังเก็บตัวอย่างน้ำบริเวณโดยรอบส่งตรวจ เพื่อหาข้อมูลว่ามีสารปนเปื้อนหรือไม่ โดยคาดว่าจะทราบผลภายในประมาณ 30 วัน

11 ก.ย. มหาดไทยลงพื้นที่ พบ 4 ร่าง

วันที่ 11 กันยายน 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อม น.ส.ฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบ

จากข้อมูลที่ฝ่ายรัฐเปิดเผย พบผู้เสียชีวิตอยู่ภายในพื้นที่ 4 ร่าง โดย 3 ร่างอยู่ในหลุมที่ดำเนินการปิดและมีชื่อกำกับแล้ว ส่วนอีก 1 ร่างยังอยู่ระหว่างขั้นตอนจัดการ

ฝ่ายมหาดไทยระบุว่า ประเด็นที่ต้องดำเนินการก่อนการเคลื่อนย้าย คือการตรวจสอบเอกสารยืนยันตัวบุคคลและข้อมูลการเสียชีวิต เนื่องจากหน่วยงานท้องถิ่นระบุว่าไม่ได้รับแจ้งข้อมูลการนำร่างมาฝัง จึงมอบหมายให้กรมการปกครองและหน่วยงานสาธารณสุขร่วมตรวจสอบรายละเอียด

ในส่วนของบริษัทและการถือครองที่ดิน หน่วยงานรัฐอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลด้านนิติบุคคล ผู้ถือหุ้น สิทธิการถือครองที่ดิน และความเชื่อมโยงทางธุรกิจ โดยข้อกล่าวหาหรือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลและนิติบุคคลต่าง ๆ ยังต้องเป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานที่มีอำนาจ และยังไม่ถือเป็นข้อยุติว่ามีการกระทำผิด

ทำไมใบอนุญาตเดิมจึงเป็นประเด็น?

ข้อมูลจากการประชุมของกระทรวงมหาดไทยร่วมกับจังหวัดฉะเชิงเทรา ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเคยได้รับอนุญาตในปี 2564 ก่อนมีคำสั่งไม่ต่อใบอนุญาตในปี 2566

จังหวัดรายงานว่า การพิจารณาเมื่อปี 2564 มีข้อมูลประกอบว่าพื้นที่ไม่อยู่ในเขตป่าหรือโบราณสถาน และมีการพิจารณาระยะห่างจากทางหลวงหมายเลข 304 ประมาณ 1.5 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม ในปี 2565 ถนนบริเวณหน้าพื้นที่ได้รับการยกระดับสถานะเป็นทางหลวง ทำให้เกิดประเด็นเรื่องระยะห่างตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดให้สุสานต้องอยู่ห่างถนนไม่น้อยกว่า 50 เมตร

อีกประเด็นคือ พ.ร.บ.สุสานและฌาปนสถาน พ.ศ.2528 ซึ่งมีข้อกำหนดเรื่องระยะห่างจากแหล่งน้ำสาธารณะอย่างน้อย 400 เมตร ขณะที่การตรวจสอบในปัจจุบันพบลำน้ำขนาดเล็กอยู่ใกล้พื้นที่ จึงต้องตรวจสอบข้อมูลที่ใช้ประกอบการอนุญาตเดิมเพิ่มเติม

ทั้งนี้ เมื่อมีคำถามว่าการอนุญาตในปี 2564 มีความไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรายังไม่ได้ให้ข้อสรุปในประเด็นดังกล่าว

ตรวจสอบแล้ว 4 ร่างเป็นใครบ้าง?

จากข้อมูลที่นายพลพีร์เปิดเผยภายหลังการตรวจสอบ พบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 4 รายเป็นชาวต่างชาติ ประกอบด้วย

สัญชาติอังกฤษ 1 ราย เดินทางเข้าประเทศด้วยวีซาท่องเที่ยว 60 วัน

สัญชาติอิสราเอล 3 ราย แบ่งเป็นวีซาท่องเที่ยว 60 วัน 1 ราย วีซาท่องเที่ยว 30 วัน 1 ราย และวีซาประเภท Non-Immigrant ระยะเวลา 1 ปี อีก 1 ราย

ข้อมูลดังกล่าวเป็นผลการตรวจสอบสถานะบุคคลที่ฝ่ายมหาดไทยเปิดเผย ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตและเอกสารที่เกี่ยวข้องยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนของหน่วยงานรับผิดชอบ

ล่าสุด บริษัทขอเลื่อนย้าย 4 ร่างอีก 7 วัน

วันที่ 13 กันยายน 2569 ผู้แทนบริษัท กาน ชาบาด จำกัด ในฐานะผู้ดูแลสุสาน แจ้งขอขยายระยะเวลาการเคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ร่างออกไปอีก 7 วัน จากกำหนดเดิมที่ต้องดำเนินการภายในวันที่ 16 กันยายน

เหตุผลที่แจ้งต่อเจ้าหน้าที่คือ ต้องใช้เวลาเตรียมขั้นตอนการเคลื่อนย้ายและจัดเตรียมสถานที่ฝังแห่งใหม่ โดยบริษัทแสดงความประสงค์รับผิดชอบการดำเนินการดังกล่าว แม้ก่อนหน้านี้จะมีญาติผู้เสียชีวิตติดต่อขอรับร่างแล้วก็ตาม

ขั้นตอนหลังจากนี้ หน่วยงานภาครัฐจะติดตามการเคลื่อนย้ายร่าง ตรวจสอบเอกสารและสถานที่รองรับ รวมถึงดำเนินการเรื่องอาคาร การใช้พื้นที่ คุณภาพน้ำ และสถานะทางกฎหมายของสุสานตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง