รีเซต

KTAM คลอด3 กองทุนTESG เลือกลงทุนตามเป้าหมาย ได้อีกต่อ...ลดหย่อนภาษี

KTAM คลอด3 กองทุนTESG เลือกลงทุนตามเป้าหมาย ได้อีกต่อ...ลดหย่อนภาษี
ทันหุ้น
7 ธันวาคม 2566 ( 11:33 )
39
KTAM คลอด3 กองทุนTESG เลือกลงทุนตามเป้าหมาย ได้อีกต่อ...ลดหย่อนภาษี

#KTAM #ทันหุ้น KTAM ขานรับกองทุน Thai ESG ส่ง 3 กองทุน ทางเลือกลงทุนตามเป้าหมาย พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี 100,000 บาท เคาะฤกษ์เสนอขายครั้งแรก 8-18 ธ.ค.นี้ ตอกย่ำความมุ่งมั่นใส่ใจเพื่อผลตอบแทนที่ยั่งยืนมุ่งมั่นใส่ใจ

 

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG ได้มีความสำคัญมากขึ้น รวมทั้งปัญหาความเพียงพอของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพหลังเกษียณอายุ ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาเร่งด่วนของไทย 

 

ดังนั้น กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน หรือ Thai ESG จึงเป็นทางเลือกในการออมและลงทุนเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืน บริษัทจึงได้เปิดเสนอขายกลุ่มกองทุน KRUNGTHAI Thailand ESG Fund โดยเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 8 – 18 ธันวาคม 2566 นี้ และเปิดให้ลงทุนต่อได้อีกครั้งตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2566 เป็นต้นไป

 

กลุ่มกองทุน KRUNGTHAI Thailand ESG Fund เป็นกองทุนเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่ลงทุนในหุ้นไทย รวมถึงตราสารหนี้ไทยที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึง ESG อีกทั้งยังมีการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของกองทุนรวมตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ SRI Fund ทำให้สามารถบริหารความเสี่ยงจากการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

โดยกองทุนประเภทนี้กำหนดให้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 30% ของรายได้ สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทในปีภาษีนั้น ๆ ไม่กำหนดจำนวนเงินซื้อขั้นต่ำ ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกปี และจะต้องลงทุนระยะยาวอย่างน้อย 8 ปีแบบวันชนวัน

 

*จัดให้3กองทุนTESG

สำหรับกลุ่มกองทุน KRUNGTHAI Thailand ESG Fund มีให้เลือกลงทุนถึง 3 กองทุนตามเป้าหมายการลงทุน และระดับความเสี่ยงที่รับได้ ประกอบด้วย 

 

กองทุนเปิดกรุงไทย ESG A Grade 70/30 (ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน) (KTAG70/30-ThaiESG) (ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5) เน้นการลงทุนในหุ้นที่มี SET ESG Ratings ระดับ A ขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 70% และตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 30% ของ NAV เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในกองทุนผสม และยอมรับความเสี่ยงได้ปานกลางค่อนข้างสูง

 

กองทุนเปิดกรุงไทย ESG50 (ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน) (KTESG50-ThaiESG) (ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6) เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ประมาณ 50 ตัวแรกที่อยู่ในดัชนี SET ESG Index และอยู่ใน Universe ของ KTAM ซึ่งผ่านการวิเคราะห์ด้าน ESG ของ KTAM ควบคู่กัน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV จึงทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีการติตตามทั้งด้านผลการดำเนินงาน และ ESG ของบริษัทจดทะเบียนที่ได้เข้าไปลงทุนอยู่สม่ำเสมอ เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในกองทุนหุ้น และยอมรับความเสี่ยงได้สูง

 

กองทุนเปิดกรุงไทย ESG A Grade (ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน) (KTAG-ThaiESG) (ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6) เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ กลาง เล็ก ที่มี SET ESG Ratings ระดับ A ขึ้นไป หรือได้รับการจัดอันดับในระดับที่สามารถเทียบเคียงได้กับระดับ A ขึ้นไป จากองค์กรหรือสถาบันอื่นที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านความยั่งยืน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV 

 

กองทุน KTAG-ThaiESG จะเน้นการบริหารแบบเชิงรุก โดยใช้กลยุทธ์การจัดพอร์ตการลงทุนแบบ Core & Satellite ด้วยการวางสัดส่วนการลงทุนตามสภาวะตลาดตามแนวโน้มทางเศรษฐกิจในส่วนหลัก พร้อมกับจับจังหวะการลงทุนตามมุมมองระยะสั้นถึงกลางเป็นส่วนเสริม เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนจากการเลือกหุ้นรายตัวโดยผู้จัดการกองทุน เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในกองทุนหุ้น และยอมรับความเสี่ยงได้สูง จากการลงทุนในหุ้นไทยกลุ่ม ESG และผู้ที่ต้องการลงทุนในกองทุนที่บริหารแบบ Active Management เพื่อมุ่งหวังผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีอ้างอิง

 

*เงินไหลเข้าESG

นางชวินดา กล่าวว่า หุ้นกลุ่ม ESG มีแนวโน้มที่จะเติบโตได้ต่อเนื่องจากฟันด์โฟลว์ (Fund Flow) ที่มีแนวโน้มจะไหลเข้าสู่หุ้น ESG มากขึ้น และจากความได้เปรียบในการทำธุรกิจที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากภาครัฐและความร่วมมือกันในระดับโลก รวมถึงมีแนวโน้มที่จะตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้ดี อีกทั้งตลาดยังมีแนวโน้มให้ premium มากขึ้น ซึ่งสะท้อนผ่านผลตอบแทนที่ดีขึ้น 

 

และที่สำคัญกว่านั้น การเน้นหุ้นกลุ่ม ESG ยังช่วยบริหารความเสี่ยงได้มีประสิทธิภาพอีกด้วย เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา หุ้นบางกลุ่มที่มีปัญหาด้าน ESG อย่างเช่นเหตุการณ์ที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือการทุจริตภายในองค์กร ทำให้ราคาหุ้นเหล่านั้นปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และอัตราการกู้ยืมเงินของบริษัทเหล่านั้นสูงขึ้นตาม

 

“ Thai ESG ยังเป็นการสร้างเสถียรภาพของตลาดทุนไทย และเป็นช่องทางการออมพร้อมทั้งได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ด้วยความร่วมมือของหลายภาคส่วนทำให้มั่นใจได้ว่า การลงทุนจะมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero ได้อย่างแท้จริง”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง