รีเซต

หาก “ผึ้ง” หายไป โลกจะเป็นอย่างไร? ผลกระทบอาจรุนแรงกว่าที่คิด

หาก “ผึ้ง” หายไป โลกจะเป็นอย่างไร? ผลกระทบอาจรุนแรงกว่าที่คิด
TNN ช่อง16
20 พฤษภาคม 2569 ( 13:00 )

นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกยังคงส่งสัญญาณเตือนถึงวิกฤต “การหายไปของผึ้ง” ซึ่งอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบนิเวศ ความมั่นคงทางอาหาร และเศรษฐกิจโลก เนื่องในวันผึ้งโลกปี 2026 ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า หากผึ้งสูญพันธุ์ โลกอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะแมลงตัวเล็กชนิดนี้มีบทบาทสำคัญต่อการผลิตอาหารกว่า 1 ใน 3 ของโลก

รายงานขององค์กรด้านสิ่งแวดล้อมระบุว่า จำนวนแมลงผสมเกสรทั่วโลกลดลงต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการอนุรักษ์ธรรมชาติร่วมแห่งสหราชอาณาจักร (JNCC) รายงานว่า ตั้งแต่ปี 1987 จำนวนแมลงผสมเกสรลดลงเกือบ 25% ขณะที่พื้นที่ธรรมชาติซึ่งเป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของผึ้งถูกแทนที่ด้วยเมือง ถนน และพื้นที่เกษตรเชิงเดี่ยวมากขึ้นเรื่อย ๆ

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า ผึ้งถือเป็นหนึ่งในนักผสมเกสรที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในธรรมชาติ โดยเฉพาะผึ้งน้ำผึ้ง ซึ่งทำหน้าที่ถ่ายละอองเกสรจากดอกหนึ่งไปสู่อีกดอก ช่วยให้พืชสามารถสร้างเมล็ดและผลผลิตได้ กระบวนการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลิตผัก ผลไม้ และพืชอาหารจำนวนมากทั่วโลก

แม้คนส่วนใหญ่มักจดจำผึ้งในฐานะผู้ผลิตน้ำผึ้ง แต่แท้จริงแล้ว ผึ้งคือฟันเฟืองสำคัญของห่วงโซ่อาหารโลก เพราะพืชที่ได้รับการผสมเกสรจากผึ้งไม่เพียงกลายเป็นอาหารของมนุษย์ แต่ยังเป็นอาหารสัตว์และช่วยค้ำจุนระบบนิเวศทั้งระบบ

อย่างไรก็ตาม ภาคเกษตรกรรมในปัจจุบันกลับกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงสำหรับผึ้งมากขึ้น จากการใช้สารกำจัดศัตรูพืชและสารเคมีทางการเกษตรจำนวนมาก รวมถึงเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ทำลายแหล่งอาศัยตามธรรมชาติของแมลงผสมเกสร นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า ความต้องการผลผลิตที่เติบโตเร็ว รูปลักษณ์สวยงาม และเก็บได้นาน กำลังผลักดันให้ผึ้งเผชิญภัยคุกคามหนักขึ้นเรื่อย ๆ

หากประชากรผึ้งยังคงลดลงต่อเนื่อง ผลกระทบจะลุกลามไปสู่การผลิตอาหารทั่วโลก โดยในยุโรป พืชดอกและพืชเกษตรราว 80% ต้องพึ่งพาการผสมเกสรจากผึ้ง ขณะที่พืชอาหารเกือบ 90% ของโลกต้องอาศัยแมลงผสมเกสรในการขยายพันธุ์ หากไม่มีผึ้ง มนุษย์อาจต้องใช้วิธีผสมเกสรด้วยมือหรือใช้โดรนแทน ซึ่งมีต้นทุนสูงและประสิทธิภาพต่ำกว่าธรรมชาติอย่างมาก

ตัวอย่างในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ พบว่า ระหว่างปี 2024-2025 จำนวนผึ้งลดลงเฉลี่ยถึง 60% ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนรังผึ้งกว่า 500,000 รังที่จำเป็นต่อการผสมเกสรอัลมอนด์ ซึ่งกระทบต่อผลผลิตและราคาสินค้าเกษตรโดยตรง

นอกจากความมั่นคงทางอาหารแล้ว การหายไปของผึ้งยังส่งผลต่อความหลากหลายทางชีวภาพ เพราะพืชหลายชนิดไม่สามารถขยายพันธุ์ได้หากไม่มีแมลงผสมเกสร โดยเฉพาะกล้วยไม้ป่าบางชนิดที่ต้องพึ่งพาผึ้งโดยเฉพาะ นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า หากพืชลดลง สัตว์กินพืชก็จะลดลงตามไปด้วย ก่อนส่งผลกระทบต่อสัตว์นักล่าและห่วงโซ่อาหารทั้งระบบ

ผู้เชี่ยวชาญยังชี้ว่า พืชมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพของระบบนิเวศ ทั้งช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน ลดการพังทลายของหน้าดิน กักเก็บความชื้น และช่วยลดความเสี่ยงน้ำท่วม ดังนั้น การลดลงของผึ้งจึงอาจส่งผลทางอ้อมต่อสมดุลของธรรมชาติในวงกว้าง

ด้านเศรษฐกิจ ผึ้งมีมูลค่ามหาศาลต่อภาคเกษตรและระบบอาหารโลก โดยมีการประเมินว่า การผลิตอาหารทั่วโลกมูลค่ากว่า 577,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นอยู่กับการผสมเกสรของผึ้ง ขณะที่ตลาดน้ำผึ้งโลกมีมูลค่าราว 8,500 ล้านดอลลาร์ในปี 2022

นักวิจัยย้ำว่า แม้จะมีแมลงชนิดอื่น เช่น ผีเสื้อ แมลงปีกแข็ง นก หรือค้างคาว ที่สามารถช่วยผสมเกสรได้ แต่ประสิทธิภาพยังไม่สามารถทดแทนผึ้งได้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากผึ้งมีวิวัฒนาการเฉพาะด้านในการเก็บและกระจายละอองเกสรอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า

ผู้เชี่ยวชาญสรุปว่า หากโลกสูญเสียผึ้ง มนุษย์จะไม่ได้สูญเสียเพียงน้ำผึ้ง แต่จะสูญเสียทั้งความมั่นคงทางอาหาร ความสมดุลของระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกประเทศต้องเร่งอนุรักษ์แมลงผสมเกสร ลดการใช้สารเคมีอันตราย และฟื้นฟูแหล่งอาศัยทางธรรมชาติ ก่อนที่วิกฤตนี้จะรุนแรงเกินแก้ไข

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง