รีเซต

วิกฤตต้นทุนก่อสร้างพุ่ง กระทบ “อสังหาฯ ไทย” เสี่ยงปิดกิจการหากแบกไม่ไหว

วิกฤตต้นทุนก่อสร้างพุ่ง กระทบ “อสังหาฯ ไทย” เสี่ยงปิดกิจการหากแบกไม่ไหว
TNN ช่อง16
3 เมษายน 2569 ( 18:39 )
17

ต้นทุนพลังงานพุ่ง กดดัน “วัสดุก่อสร้าง”

แรงกระแทกจากสถานการณ์ตะวันออกกลางกำลังลุกลามเข้าสู่ภาคก่อสร้างไทย โดยข้อมูลจาก SCB EIC ระบุว่า ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น กำลังกดดันต้นทุนการผลิตวัสดุก่อสร้างโดยตรง

วัสดุสำคัญ เช่น

  • เหล็ก 
  • ปูนซีเมนต์ 
  • กระเบื้อง 

มีต้นทุนพลังงานสูงถึง 35–50% ของต้นทุนรวม ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะเดียวกัน ราคาวัตถุดิบนำเข้าและค่าขนส่งก็ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลก

แนวโน้ม “ราคาวัสดุก่อสร้าง” ยังขึ้นต่อ

SCB EIC ประเมินว่าในช่วง 1–2 เดือนข้างหน้า ราคาวัสดุก่อสร้างยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้บางโครงการจะมีการล็อกราคาไว้ล่วงหน้า

ตัวอย่างล่าสุด

  • ราคาเหล็กแท่ง (Billet) ในจีน (11 มี.ค. 2569) เพิ่มขึ้น 6% จากเดือนก่อน

สะท้อนว่า “ต้นน้ำเริ่มขยับแล้ว” และหากสถานการณ์รุนแรง เช่น การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ราคามีโอกาสพุ่งแรงกว่านี้

ก่อสร้างไทยเจอ 3 แรงกดดันพร้อมกัน

ภาคก่อสร้างกำลังเผชิญแรงกดดัน 3 ด้านหลัก ได้แก่

  1. ต้นทุนโครงการเพิ่มขึ้น 
  2. โครงการใหม่ชะลอ 
  3. ผู้รับเหมาสภาพคล่องตึงตัว 

โดยเฉพาะผู้รับเหมางานรัฐ แม้มีกลไกค่า K แต่ยังเผชิญปัญหา

  • เบิกจ่ายล่าช้า 
  • สูตรคำนวณไม่สะท้อนต้นทุนจริง 

อสังหาฯ ซ้ำเติม “กำลังซื้ออ่อน-ต่างชาติชะลอ”

ภาคอสังหาริมทรัพย์เผชิญแรงกดดันซ้อน

  • กำลังซื้อในประเทศฟื้นช้า 
  • ต้นทุนพัฒนาโครงการสูงขึ้น 
  • ขึ้นราคาขายได้จำกัด 
  • ต่างชาติชะลอซื้อ 

แม้มีดีมานด์จากกลุ่มย้ายถิ่นหนีสงคราม แต่มีสัดส่วนเพียง 1% ของมูลค่าโอนคอนโดต่างชาติ

SCB EIC คาดว่า

  • เปิดโครงการใหม่ปี 2569 : 39,000 หน่วย (-5%) 
  • หากสงครามยืดเยื้อ : อาจหดตัว -10% 

เตือน “โดมิโนธุรกิจ” เสี่ยงปิดกิจการ

สมาคมไทยรับสร้างบ้านเตือนว่า หากต้นทุนยังพุ่งต่อเนื่อง อาจเกิด “โดมิโนเอฟเฟกต์” โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก

ขณะที่สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านระบุว่า

  • ต้นทุนวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น 10–15% 
  • ราคาบ้านอาจขึ้น 3–4.5% 

และมีแนวโน้มว่า

  • หลังเมษายน 2569 ราคาบ้านอาจปรับขึ้น ถึง 10% 

ผู้ประกอบการปรับเกม “ลดเสี่ยงต้นทุน”

แนวทางที่เริ่มเห็นชัด ได้แก่

  • ลดการสต๊อกวัสดุ → ซื้อใกล้วันใช้งาน 
  • เจรจาล็อกราคาแบบระยะสั้น 
  • เพิ่มเงื่อนไขปรับราคาในสัญญา 

สะท้อนการ “แลกความแน่นอนระยะยาว กับความยืดหยุ่นระยะสั้น”

ดีมานด์ยังมี แต่กระจุกตัว “บ้าน 5–20 ล้าน”

แม้ตลาดชะลอ แต่ยังมีดีมานด์ในกลุ่ม

  • บ้านราคา 5–20 ล้านบาท 
  • กลุ่มรายได้กลาง-บน 

ซึ่งได้รับผลกระทบน้อยกว่า ส่งผลให้ตลาด “ไม่หาย แต่เปลี่ยนโครงสร้าง”

ทางรอดธุรกิจ: ปรับตัว-บริหารต้นทุน

สมาคมไทยรับสร้างบ้านเสนอ 3 แนวทาง

  1. วางแผนสั่งซื้อวัสดุล่วงหน้า 1–3 เดือน 
  2. ปรับสัญญาให้ยืดหยุ่น (Escalation Clause) 
  3. สื่อสารลูกค้าเรื่องต้นทุนอย่างโปร่งใส 

วิกฤตรอบนี้ “อยู่รอด = บริหารเก่ง”

สถานการณ์ตะวันออกกลางไม่ได้กระทบแค่ราคาวัสดุ แต่ลามถึง

  • พลังงาน 
  • โลจิสติกส์ 
  • เงินเฟ้อ 
  • กำลังซื้อ 

ผู้ประกอบการที่อยู่รอดในรอบนี้ อาจไม่ใช่คนที่โตเร็วที่สุด
แต่คือคนที่ “บริหารต้นทุนเก่ง ปรับตัวไว และคุมความเสี่ยงได้ดีที่สุด”

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง