รีเซต

‘ก.เกษตรฯ’เดินหน้า 6 มาตรการปฏิรูปยางพาราตอบโจทย์ยุคนิวนอร์มอล หวังเพิ่มรายได้ชาวสวนยาง

‘ก.เกษตรฯ’เดินหน้า 6 มาตรการปฏิรูปยางพาราตอบโจทย์ยุคนิวนอร์มอล หวังเพิ่มรายได้ชาวสวนยาง
มติชน
25 มิถุนายน 2563 ( 03:04 )
137
‘ก.เกษตรฯ’เดินหน้า 6 มาตรการปฏิรูปยางพาราตอบโจทย์ยุคนิวนอร์มอล หวังเพิ่มรายได้ชาวสวนยาง

‘ก.เกษตรฯ’เดินหน้า 6 มาตรการปฏิรูปยางพาราตอบโจทย์ยุคนิวนอร์มอล หวังเพิ่มรายได้ชาวสวนยาง

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามและเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาราคายางพาราและรักษาเสถียรภาพราคายาง เปิดเผยว่า ตามที่มีการประชุมคณะกรรมการติดตามและเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาราคายางพาราและรักษาเสถียรภาพราคายาง ครั้งที่ 3/2563 ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบถึงสถานการณ์ผลผลิตยางพาราโลกมีแนวโน้มเติบโต ในอัตรา 3-4% ต่อปี จากพื้นที่เพาะปลูกใหม่ที่ทยอยเข้าสู่ตลาดหลังจากเร่งขยายพื้นที่เพาะปลูกในช่วงปี 2547- 2555 โดยเฉพาะผลผลิตของจีนที่ปลูกในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) ในขณะที่ความต้องการใช้ยางพาราของโลกคาดว่าจะขยายตัว 4-5% ต่อปี ส่งผลให้ยังคงมีผลผลิตยางพาราส่วนเกินเฉลี่ยกว่า 3.5-4.5 แสนตันต่อปี และจะมีผลให้ค่าคาดการณ์สต๊อกยางพาราโลกสูงกว่า 4 ล้านตันในช่วงปี 2562-2563 ซึ่งจะกดดันให้ราคายางพาราในตลาดโลกในช่วงปี 2563-2564 มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องจากปลายปี 2561 ทั้งยังเผชิญวิกฤติโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563 ส่งผลต่อการผลิต ตลาดและราคาทั่วโลก

 

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาถึงสถานการณ์ปัญหาทั้งในเชิงโอกาสในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกยางพาราอันดับ 1 ของโลกด้วยมูลค่ากว่า 1.2 แสนล้านบาท และส่งออกยางรถยนต์อันดับ 4 ของโลกส่งออกถุงมือยางอันดับ 2 ของโลก จึงมีมติกำหนด 6 มาตรการ ปฏิรูปยางพาราชุดแรกเพื่อตอบโจทย์ยุคนิวนอร์มอลจากผลกระทบของโควิด-19 โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มรายได้ชาวสวนยางและสถาบันยางพร้อมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและแก้ไขปัญหาราคาทำให้เกิดเสถียรภาพราคายางพาราทั้งระยะสั้นและรายะยาว ตามนโยบายของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

สำหรับ 6 มาตรการ ประกอบด้วย 1 มาตรการตลาดและราคา เนื่องจากตลาดซื้อขายล่วงหน้ามีอิทธิพลต่อราคาอ้างอิงในตลาดซื้อขายจริงโดยเฉพาะตลาดซื้อขายล่วงหน้า 4 ตลาดหลักคือตลาดเซี่ยงไฮ้ โตเกียว สิงคโปร์และมาเลเซียซึ่งเป็นตลาดผู้ซื้อในขณะที่ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกและเป็นประเทศผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลกแต่มีบทบาทน้อยมากต่อการกำหนดราคาซื้อขายยางพารา จึงเห็นควรให้เร่งศึกษาหาข้อสรุปการจัดตั้งตลาดซื้อขายล่วงหน้าส่งมอบจริง ของยางพาราที่เรียกว่าตลาดไทยคอม ซึ่งเป็นตลาดลูกผสมแบบไฮบริด ระหว่างตลาดซื้อขายจริง กับตลาดซื้อขายล่วงหน้า โดยดำเนินการภายใต้ความร่วมมือของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า (เอ็กซิมแบงก์) โดยให้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจที่ประกอบไปด้วยผู้เขี่ยวชาญศึกษาจัดทำรายงานเสนอภายใน 90 วันและระหว่างนี้ให้ กยท. เสนอรายงานแนวคิดเบื้องต้น เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เพื่อรับทราบแนวทางนโยบาย หากเห็นชอบในหลักการให้คณะทำงานจัดทำรายงานขั้นสุดท้ายเสนอคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาก่อนเสนอต่อคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทยพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

 

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า 2.มาตรการการบริหารด้านอุปทาน กำหนดให้ลดพื้นที่สวนยาง 2 ล้านไร่โดยลดพื้นที่สวนยางปีละ 2 แสนไร่ เป็นเวลา 10 ปีเพื่อลดปริมาณการผลิตโดยขอการสนับสนุนไร่ละ 10,000 บาทจากรัฐบาลเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน 3.มาตรการการบริหารด้านอุปสงค์ เร่งขยายตลาดในจีนโดยให้ขยายการค้ายางพาราให้ครอบคลุมในทุกมณฑลของประเทศจีน เพื่อเพิ่มช่องทางการขายยางพาราต่อยอดจากในอดีตที่การค้ายางกระจุกตัวอยู่ในบางมณฑลรวมทั้งการขยายตลาดหลักอื่นๆ และเปิดตลาดใหม่ๆ 4.มาตรการส่งเสริมการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม เร่งส่งเสริมการลงทุนโรงงานผลิตถุงมือยางรวมทั้งผลิตภัณฑ์อื่นๆ ตอบโจทย์ความต้องการใหม่ในยุคนิวนอร์มอล จากผลกระทบของโควิด-19

 

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า 5.มาตรการลดสต็อกยางพารา ให้ กยท. เสนอแนวทางการบริหารจัดการสต็อกยางพาราที่คงค้างกว่า 1 แสนตัน โดยให้เสนอต่อคณะกรรมการในการประชุมครั้งต่อไป วันที่ 9 กรกฎาคม ทั้งนี้ต้องระมัดระวังไม่ให้ส่งผลกระทบด้านราคา 6.มาตรการเพิ่มรายได้ มอบหมายให้ กยท. ขยายการส่งเสริมเกษตรผสมผสานเพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้กับชาวสวนยางและสถาบันยางพารา ซึ่งเดิมพึ่งพารายได้จากยางพาราเพียงด้านเดียวและส่งเสริมการปลูกพืชที่มีอนาคตด้านตลาดและไม้เศรษฐกิจเพื่อทดแทนสวนยางพาราที่ถึงกำหนดต้องตัดทิ้งตามนโยบายลดพื้นที่สวนยางพารา

 

“มาตรการปฏิรูปเชิงโครงสร้างและระบบยางพาราทั้ง 6 แนวทางเป็นมาตรการชุดแรกที่จะตอบโจทย์ยุคนิวนอร์มอลพุ่งเป้าไปที่การสร้างกลไกและกลยุทธ์ใหม่ๆ ในการรักษาเสถียรภาพราคาและเพิ่มรายได้ชาวสวนยาง โดยเน้นย้ำให้ กยท. ดำเนินการบริหารจัดการแบบภาวะวิกฤต ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อตลาดและราคายางพาราทั่วโลกเพื่อความรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ในการแก้ปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว พร้อมกับฝาก กยท. ดูแลชาวสวนยางให้ได้รับเงินเยียวยาอย่าให้ใครตกหล่นตามนโยบายของรัฐบาลและเร่งดำเนินโครงการประกันรายได้ชาวสวนยางระยะที่ 2 เป็นการด่วนหลังจากคณะกรรมการนโยบายยางพาราให้ความเห็นชอบ” นายอลงกรณ์กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง