"พาณิชย์"วาง3มาตรการรับมือปุ๋ยตึงตัว

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยแนวทางรับมือสถานการณ์ปุ๋ย ว่า ก่อนหน้านี้การประเมินสต๊อกปุ๋ยอ้างอิงจากปริมาณปุ๋ยที่มีอยู่ในประเทศ
รวมกับสินค้าที่คาดว่าจะทยอยขนส่งเข้ามาได้ตามปกติ แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน และช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ส่งผลให้เรือขนส่งปุ๋ยไม่สามารถเดินทางเข้ามาได้ตามแผน จึงเร่งปรับมาตรการรองรับเพื่อไม่ให้กระทบภาคเกษตร 3 มาตรการ ดังนี้
มาตรการที่ 1 การเร่งเจรจาจัดหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยจากประเทศอื่นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
โดยขณะนี้ภาครัฐร่วมกับภาคเอกชนอยู่ระหว่างหารือกับ 4 ประเทศเป้าหมาย ได้แก่ มาเลเซีย บรูไน คาซัคสถาน และรัสเซีย เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านซัพพลาย โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอผลการเจรจา
มาตรการที่ 2 การเร่งประสานงานด้านการทูตเพื่อให้เรือบรรทุกปุ๋ยจำนวน 5 ลำสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา
พร้อมส่งรายชื่อเรือทั้ง 5 ลำเพื่อขออำนวยความสะดวก เนื่องจากเป็นวัตถุดิบสำคัญต่อภาคการผลิตและต้นทุนเกษตรกรไทย
มาตรการที่ 3 การทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงภาคเอกชน เพื่อปรับสูตรปุ๋ยให้เหมาะสมกับพื้นที่เพาะปลูก ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีและปุ๋ยยูเรีย พร้อมผลักดันการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มขึ้นในระยะยาว เพื่อช่วยลดผลกระทบจากภาวะขาดแคลน
สำหรับสถานการณ์สต๊อกล่าสุด ณ วันที่ 15 มี.ค.2569 ประเทศไทยมีปุ๋ยคงเหลือ 1.116 ล้านตัน และในช่วงครึ่งหลังของเดือนมี.ค.2569 คาดว่าจะมีปุ๋ยยูเรียเข้ามาเพิ่มอีก 0.037 ล้านตัน ซึ่งนำไปผลิตเป็นปุ๋ยผสมได้อีกราว 0.25-0.3 ล้านตัน
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า แนวทางที่มีความชัดเจน และเห็นผลเร็วที่สุด คือ ผลักดันให้เรือปุ๋ยทั้ง 5 ลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้โดยเร็ว เพราะเป็นสินค้าที่มีอยู่แล้ว และพร้อมเข้าสู่ระบบกระจายสินค้าในประเทศทันที
หากดำเนินการสำเร็จจะช่วยคลี่คลายความกังวลเรื่องปุ๋ยหลังเดือน เม.ย.ได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
