รีเซต

สิงคโปร์วิกฤตหนัก! อากาศวิกฤต 12 วันติด หนักสุดในรอบ 11 ปี

สิงคโปร์วิกฤตหนัก! อากาศวิกฤต 12 วันติด หนักสุดในรอบ 11 ปี
TNN ช่อง16
16 ตุลาคม 2569 ( 12:45 )
8

“สิงคโปร์” กำลังเผชิญวิกฤตมลพิษทางอากาศครั้งรุนแรงหลังหมอกควันจากไฟป่าในประเทศอินโดนีเซียแพร่กระจายข้ามพรมแดนส่งผลให้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพต่อเนื่องเป็นวันที่ 12 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่คุณภาพอากาศย่ำแย่ติดต่อกันยาวนานที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตหมอกควันครั้งใหญ่เมื่อปี 2015 ขณะที่รัฐบาลสิงคโปร์เร่งแจกหน้ากาก N95 ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นพิษที่ปกคลุมทั่วประเทศ

 

สถานการณ์หมอกควันพิษในสิงคโปร์ยังคงน่าเป็นห่วงโดยเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคมสิงคโปร์เผชิญคุณภาพอากาศในระดับที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพต่อเนื่องเป็นวันที่ 12 นับเป็นช่วงเวลาที่คุณภาพอากาศย่ำแย่ติดต่อกันยาวนานที่สุดในรอบ 11 ปีนับตั้งแต่เกิดวิกฤตหมอกควันข้ามพรมแดนครั้งใหญ่เมื่อปี 2015


รายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่าเมื่อเวลา 09.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 16 ตุลาคมดัชนีมาตรฐานมลพิษทางอากาศหรือ PSI ซึ่งคำนวณจากค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงบริเวณตอนกลางของสิงคโปร์พุ่งสูงถึง 227 ถือเป็นระดับสูงสุดที่ตรวจพบในปีนี้

ค่าดัชนีดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพหรือ Unhealthy ซึ่งตามเกณฑ์ของสิงคโปร์อยู่ระหว่าง 101–200 ขณะที่ค่าดัชนี 201–300 ถูกจัดอยู่ในระดับส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมากหรือ Very Unhealthy สะท้อนถึงความรุนแรงของมลพิษที่ประชาชนกำลังเผชิญ

 

สถานการณ์ที่เลวร้ายลงทำให้รัฐบาลสิงคโปร์เริ่มดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคมโดยแจกจ่ายหน้ากากป้องกันฝุ่นชนิด N95 ให้กับประชาชนที่เข้าเกณฑ์รับความช่วยเหลือโดยเฉพาะผู้สูงอายุครอบครัวรายได้น้อยเด็กและผู้ป่วยโรคหอบหืดซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศมากกว่าประชาชนทั่วไป


ต้นตอสำคัญของวิกฤตครั้งนี้มาจากไฟป่าที่ลุกไหม้อย่างรุนแรงในประเทศอินโดนีเซียต่อเนื่องมาหลายเดือนโดยเฉพาะบนเกาะสุมาตราและเกาะบอร์เนียวซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากสิงคโปร์และมาเลเซียทำให้หมอกควันจำนวนมหาศาลถูกกระแสลมพัดพาข้ามพรมแดนเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน

 

อินโดนีเซียกำลังเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังไฟป่าสร้างผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนหลายแสนคนโดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจขณะที่หมอกควันหนาทึบยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในหลายประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สิ่งที่ทำให้การควบคุมไฟป่าเป็นไปอย่างยากลำบากคือลักษณะของพื้นที่พรุหรือ Peatland ซึ่งมีชั้นดินอินทรีย์สะสมอยู่ใต้พื้นผิวเมื่อเกิดไฟไหม้เปลวไฟสามารถคุกรุ่นอยู่ใต้ดินอย่างช้าๆแม้บริเวณผิวดินจะดูเหมือนไฟดับแล้วก็ตาม

 

ไฟที่คุกรุ่นใต้ชั้นดินเหล่านี้สามารถกลับมาปะทุขึ้นใหม่ได้ตลอดเวลาทำให้การดับไฟป่าต้องใช้เวลาและทรัพยากรจำนวนมากอีกทั้งยังปล่อยควันและมลพิษออกสู่บรรยากาศอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนอาจยืดเยื้อออกไปหากยังไม่สามารถควบคุมจุดความร้อนและไฟป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง