รีเซต

ดร.สนธิ เตือน “เอลนีโญ” ลากยาวถึงปี 2027 เสี่ยงร้อนจัด แล้งหนัก จมฝุ่น ไทยต้องรับมืออย่างไร?

ดร.สนธิ เตือน “เอลนีโญ”  ลากยาวถึงปี 2027 เสี่ยงร้อนจัด แล้งหนัก จมฝุ่น ไทยต้องรับมืออย่างไร?
TNN ช่อง16
7 พฤศจิกายน 2569 ( 12:00 )

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับความรุนแรงจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ โดยระบุว่า คำเตือนจากหน่วยงานระดับโลก ความรุนแรงของเอลนีโญปี2026-2027.. เตรียมรับมือด้วย!

 

“ซูเปอร์เอลนีโญ” วิกฤตใหญ่เร่งด่วน

คำเตือนล่าสุดสำหรับวิกฤตด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่หน่วยงานระดับโลกอย่าง UN, WMO, NOAA และ IPCC ประกาศสำหรับช่วงปี 2026-2027 คือเป็นวิกฤตใหญ่เร่งด่วนกับการเผชิญหน้ากับ "ซูเปอร์เอลนีโญ" (Super El Niño) ระดับประวัติการณ์ โดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) และสหประชาชาติ  (UN) ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันเตือนภัยล่วงหน้าว่า โลกกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงและพัฒนาเร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์

 

“เอลนีโญ” แรงสุดเป็นประวัติการณ์

มีการคาดการณ์ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญจะมีความรุนแรงสูงสุด โดยอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนจะพุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 3.8 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2026 ถึงมกราคม 2027 ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติมา และสถานการณ์จะลากยาวถึงปี 2027 จากแบบจำลองสภาพภูมิอากาศชี้ว่ามีความเป็นไปได้เกือบ 100% ที่เอลนีโญระดับรุนแรงนี้จะคงอยู่ไปอย่างน้อยจน ถึงกุมภาพันธ์ 2027 และผลกระทบจะต่อเนื่องไปตลอดทั้งปี


เตรียมรับมือปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์

หน่วยงานด้านมหาสมุทรและชั้นบรรยา กาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ร่วมกับ WMO เผยแพร่ข้อมูลอัปเดตสถิติความร้อน โดยระบุว่า ปี 2027 เสี่ยงทุบสถิติโลก แม้ความร้อนจะพุ่งสูงในปี 2026 แต่ผลกระทบจากซูเปอร์เอลนีโญจะส่งแรงส่งสูงสุดต่ออุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในปี 2027 ทำให้นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า ปี 2027 มีโอกาสสูงมากถึง 96% ที่จะกลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ทุบสถิติเดิมของปี 2024 ลงได้


อุณหภูมิเฉลี่ยโลกพุ่งสูงทะลุ 1.5 องศาเซลเซียส

จากข้อมูลระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยโลกพุ่งสูงเฉียดเส้นตาย 1.5°C โดยรายงานระบุว่ามีโอกาสถึง 91% ที่อุณหภูมิโลกจะทะลุเกณฑ์ควบคุม 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรมเป็นการชั่วคราวในช่วงปีนี้ ซึ่ง UN เตือนว่าการรักษาเป้าหมายไม่ให้เกิน 1.5°C ในระยะยาวนั้นทำได้ยากเต็มทีแล้วในทางปฏิบัติ

 

ไทยต้องเฝ้าระวังผลกระทบจาก “ซูเปอร์เอลนีโญ”

สำหรับผลกระทบโดยตรงต่อ "ประเทศไทย" ที่ต้องเฝ้าระวังในปลายปี 2026–2027 นั้น ได้แก่ ความร้อนและแล้งจัด ทำให้ความต้องการใช้น้ำสูงขึ้นมาก เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำนอกเขตชลประทาน เกษตรกรอาจต้องปรับแผนงดปลูกพืชหน้าแล้งหรือข้าวนาปรัง ขณะที่ไฟป่าและฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มรุนแรง สภาพอากาศที่แห้งจัดจะเอื้อให้เกิดไฟป่าได้ง่ายและรุนแรงขึ้น ส่งผลให้วิกฤตฝุ่นพิษในช่วงต้นปีทวีความรุนแรงกว่าปีก่อน ๆ มาก นอกจากนี้อุณหภูมิน้ำทะเลที่อุ่นขึ้นผิดปกติจะส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่ในน่านน้ำไทยช่วงกลางปี

ความร้อนกระทบสุขภาพ

ความร้อนถือเป็นภัยเงียบต่อชีวิต ซึ่งสถาบันวิจัยชั้นนำในอเมริกาประเมินว่าในช่วงเดือนกันยายน 2569 ถึงกุมภาพันธ์ 2570 ประเทศไทยอาจมีผู้เสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องกับความร้อน เช่น ฮีทสโตรก เพิ่มขึ้นสูงถึงประมาณ 5,000 คน

 

ภาคเกษตรกระทบหนัก ต้องเร่งหาทางออก

สำหรับภาคการเกษตรอาจได้ผลกระทบหนักจากความร้อน ทำให้ผลผลิตเกษตรตกต่ำ ในปี2027 พืชเศรษฐกิจหลักของไทย เช่น ข้าว อ้อย และปาล์มน้ำมัน จะได้รับความเสียหายอย่างหนักจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งขณะที่รัฐบาล ภาคธุรกิจและภาคการ เกษตรกำลังเร่งผลักดันแนวคิด "เกษตรคาร์บอนต่ำ" เช่น การทำนาเปียกสลับแห้ง (AWD) เพื่อลดการใช้น้ำ

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง