รีเซต

เจาะลึก “ทุจริตข้อสอบท้องถิ่น” ศัลยกรรมแก้คะแนน รับผลประโยชน์ 4 พันล้าน

เจาะลึก “ทุจริตข้อสอบท้องถิ่น” ศัลยกรรมแก้คะแนน รับผลประโยชน์ 4 พันล้าน
TNN ช่อง16
23 มิถุนายน 2569 ( 16:58 )
13

การทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น กำลังถูกตรวจสอบครั้งใหญ่ หลังเจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการตรวจค้นบ้านต้องสงสัย พบหลักฐานที่เชื่อมโยงกับการแก้ไขคะแนนสอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์ 

ข้อมูลที่พบเชื่อมโยงกับเครือข่ายนายหน้า การเรียกรับเงินแลกผลสอบ การรั่วไหลของสำเนากระดาษคำตอบ และ การแก้ไขศัลยกรรมคะแนนให้ผู้ที่ต้องการผ่านการคัดเลือก หากข้อกล่าวหาได้รับการพิสูจน์ จะไม่เพียงนำไปสู่การดำเนินคดี แต่ยังอาจมีการเพิกถอนการบรรจุย้อนหลังของผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย

จุดเริ่มและปฏิบัติการบุกค้นทลายรังโกงข้อสอบ 

นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่าปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มจากการขอหมายค้นจากศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อเข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่ง หลังพบกระบวนการทุจริตแก้ไขกระดาษคำตอบเพื่อแลกกับการเข้าเป็นข้าราชการ หรือ พนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี พ.ศ. 2568 ในขณะเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบกลุ่มบุคคลกำลังดำเนินการปรับแก้เอกสารต้องสงสัยอยู่พอดี พร้อมทั้งยึดของกลางเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์และสำเนากระดาษคำตอบจำนวนมาก

ด้าน ผอ. เนติพล ชุมยวง ผอ. สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. ให้รายละเอียดเพิ่มว่า ทีมสืบสวนได้เฝ้าจุดที่บริษัทนี้ถึง 3 วัน จนพบความผิดปกติในการเข้า - ออกของบุคคล ซึ่งตรงกับที่มีคนแจ้งเบาะแสไว้ ขณะที่ พ.ต.ท. สุรเชษฐ์พันธ์ เดชะพันธ์ รอง ผกก. 2 บก.ปปป. ระบุว่าพฤติการณ์ที่น่าสงสัยคือจะมีกลุ่มคนเดินเข้าบ้านช่วงเวลา 17.00 น. และกลับออกมาตอน 20.00 น. (หลังเวลาราชการ) โดยมีการสะพายเป้หรือถุงใส่เอกสารเข้าออก ซึ่งสถานที่เกิดเหตุเป็นซอยเล็ก ๆ ที่รถเข้าไม่ได้

“กองทัพข้าราชการ” รับจ็อบแก้คะแนน

ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. . และ พ.ต.ท. สุรเชษฐ์พันธ์ ระบุตรงกันว่า บุคคลที่ถูกนำมาสอบปากคำนั้น ทั้งหมดมีสถานะเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ จากหลายสังกัดที่ชวนกันมา "รับจ๊อบพิเศษ" หลังเลิกงาน โดยข้าราชการกลุ่มนี้อ้างว่ามานั่งคีย์ข้อมูลมาได้ประมาณ 6-7 วันแล้ว และบางส่วนอ้างว่าไม่รู้เห็นถึงขบวนการใหญ่ รู้เพียงหน้าที่ว่าต้องคีย์ข้อมูลตามที่ได้รับมอบหมาย

เผยกลโกงใช้ระบบแก้ไขอิเล็กทรอนิกส์

พ.ต.ท. สุรเชษฐ์พันธ์ อธิบายว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าขบวนการไม่ได้ใช้วิธีลบกระดาษคำตอบแล้วฝนใหม่อย่างที่เคยเข้าใจกัน แต่เป็นการแก้ไขข้อมูลผ่านระบบคอมพิวเตอร์ก่อน รูปแบบที่พบคือ มีการจัดเตรียมไฟล์คำตอบที่ถูกต้องไว้ชุดหนึ่ง และ มีไฟล์รายชื่อผู้ที่จ่ายเงินหรือผู้ที่ต้องการให้มีการแก้ไขผลสอบอีกชุดหนึ่ง จากนั้นเมื่อนำรหัสประจำตัวของผู้เข้าสอบเข้าสู่ระบบ หากพบว่าสอบไม่ผ่าน ระบบจะนำคำตอบที่ถูกต้องมามิกซ์กัน เพื่อระบุว่าต้องแก้ไขคำตอบข้อใดบ้าง ก่อนจัดทำชุดข้อมูลสำหรับส่งกลับไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบการประกาศผลสอบ เพื่อให้ข้อมูลในระบบสอดคล้องกับผลที่ต้องการ

นอกจากนี้ จากการตรวจค้นยังพบว่า มีการนำสำเนากระดาษคำตอบมาพิมพ์ออกจากระบบเพื่อใช้ประกอบการแก้ไขข้อมูล ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่า สำเนากระดาษคำตอบได้รั่วไหลออกมาจากหน่วยงานที่มีหน้าที่จัดเก็บเอกสารดังกล่าว และอยู่ระหว่างตรวจสอบที่มาของการรั่วไหลดังกล่าวเพิ่มเติม

เปิดโปงเครือข่ายนายหน้า - เรียกรับผลประโยชน์ 4 พันล้าน 

พ.ต.ท. สุรเชษฐ์พันธ์ เอ่ยถึงตัวละครสำคัญคือ “นาย พ.”  ซึ่งเป็นมีบทบาทเป็น “นายหน้า” กระจายเครือข่ายไปทั่วประเทศเพื่อหาลูกค้าที่ต้องการบรรจุแน่นอน

ในส่วนของมูลค่าความเสียหาย ผอ. เนติพล ชุมยวง ระบุว่าการสอบครั้งนี้ ทั้งหมดนี้มี 87 ตำแหน่ง รวมทั้งสิ้น 6,669 อัตรา เป็นการจัดสอบทั่วประเทศ มีศูนย์สอบอยู่ทั้งหมดเนี่ย 10 กลุ่มภาค เอกสารกระดาษคำตอบ 9,000 กว่าแผ่น และ ก็มีข้อมูลข้อเท็จจริงว่ามีกระบวนการเรียกรับเงินในการสอบครั้งนี้ ตั้งแต่ 350,000 สำหรับตำแหน่งทั่วไป จนถึง 700,000-800,000 บาท ในจังหวัดที่มีพื้นที่อัตราการแข่งขันค่อนข้างสูง"

“ถ้าเกิดค่าเฉลี่ยใน 1 หัว ตีเป็น 400,000 นะครับ 400,000 คูณ 9,000 ราย ก็น่าอยู่ที่ประมาณ 4,500 ล้านบาท นี่คือคร่าว ๆ” พ.ต.ท. สุรเชษฐ์พันธ์ กล่าวให้ข้อมูลเพิ่มเติม

ทลายรังตัดเนื้อร้าย เช็กบิลย้อนหลังผู้ทุจริต

พ.ต.อ. ทีนัฐกรณ์ วัฒนแสงประเสริฐ รอง ผบก.ปปป. ชี้ว่านี่คือการปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อกำจัด “เนื้อร้าย” ที่ทำให้ประเทศได้ข้าราชการที่ไม่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบ โดย ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. มั่นใจว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ “หัวใจสำคัญ”  คือรายชื่อและรหัสของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว

สำหรับการดำเนินการต่อไป ผอ. เนติพล ระบุว่า ป.ป.ช. จะนำรายชื่อไปเทียบกับประกาศผลสอบ หากพบการทุจริตจะมีการชี้มูลทั้งทางอาญาและวินัย และมีช่องทางตามกฎหมายในการ  “เพิกถอนการบรรจุ”  ย้อนหลังได้ โดยคาดว่าจะใช้เวลาไต่สวนประมาณ 2-3 ปี เนื่องจากต้องให้ความเป็นธรรมและสิทธิในการชี้แจงแก่บุคคลจำนวนหลักพันคนที่ปรากฏชื่อในหลักฐาน

ผู้ช่วยเลขาธิการ  ป.ป.ช.  ทิ้งท้ายว่า นี่เป็นการทำงานเชิงรุกเข้าถึงพยานหลักฐานแบบ “คาหนังคาเขา” โดยไม่ต้องรอเวลาหลายปี และขอให้พลเมืองดีหรือผู้ที่เข้าสอบอย่างบริสุทธิ์ใจมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่จะคืนความยุติธรรมให้แก่ระบบราชการ

รมช.มหาดไทย ลั่นไม่ปล่อยผ่าน สั่งดำเนินการเด็ดขาด 

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการตรวจสอบการทุจริตในการสอบข้าราชการท้องถิ่น ว่า ต้องตรวจสอบว่าเจออะไร และใครเกี่ยวข้องบ้าง จากที่ทราบข้อมูลทำเป็น

กระบวนการและมีมานาน โดยจะมีทีมที่เข้าไปทำงานเหมือนนายหน้าหาลูกค้า หากคนกลางที่เกี่ยวข้องก็จะโยงไปได้ว่าเกี่ยวกับใคร ส่วนผู้ที่สอบหากเข้ามาเกี่ยวข้องก็ถือว่ามีความผิด หากเกี่ยวข้องกับข้าราชการรวมทั้งผู้ที่จัดสอบก็ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ต้องดูและตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับใครบ้าง 

ส่วนกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ระบุว่าหน่วยงานต้นทางต้องไปตั้งคณะกรรมการตรวจสอบนั้นเป็นสิ่งที่ต้องทำแน่นอน และได้สั่งการไปเรียบร้อยแล้ว เรื่องนี้ปล่อยไม่ได้ เนื่องจากมีมูลค่าความเสียหายมหาศาล ใครที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด และต้องมีการตั้งกรรมการสอบเพื่อทำข้อมูลเพิ่มเติมประกอบ สิ่งที่จะพิสูจน์กระบวนการในเรื่องนี้คือตัวข้อสอบ เพราะข้อสอบต้องถูกนำไปเก็บและมีผู้ถือกุญแจ2-3 คน และตัวข้อสอบที่อยู่ในที่เกิดเหตุเป็นของจริงหรือไม่ และนำออกมาได้อย่างไร

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง