แค่โอน Bitcoin ก็สร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์เท่ากับ iPhone mini สองเครื่อง !!

แค่โอน Bitcoin ก็สร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์เท่ากับ iPhone mini สองเครื่อง !!
TNN ช่อง16
21 กันยายน 2564 ( 18:19 )
30
แค่โอน Bitcoin ก็สร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์เท่ากับ iPhone mini สองเครื่อง !!

แม้ Cryptocurrency หรือที่เรานิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่าเงินคริปโต จะพลิกโฉมสื่อกลางการแลกเปลี่ยนในปัจจุบัน และเชื่อว่ามันจะกลายเป็นเงินตราแห่งอนาคต แต่เบื้องหลังของเทคโนโลยีอันก้าวหน้านี้ กลับทิ้งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อโลกเอาไว้ไม่น้อยเลยทีเดียว




การศึกษาล่าสุดซึ่งเผยแพร่ในวารสาร Resources, Conservation and Recycling ได้กล่าวถึงอัตราการเพิ่มขึ้นของขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มาจากการทำเหมืองคริปโต คิดแล้วมีปริมาณกว่า 30.7 กิโลตันต่อปี นี่คือตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้ประเทศพี่ใหญ่อย่างจีนที่เคยมีเหมืองคริปโตมากที่สุดในโลก จะสั่งแบนการทำเหมืองภายในประเทศไปแล้ว แต่อัตราการทำเหมืองคริปโตโดยรวมจากทั่วโลกก็ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ


ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นจากการทำเหมืองคริปโตนั้น มาจากเครื่องประมวลผล ASIC ซึ่งได้ความนิยมในโรงงานทำเหมืองขนาดใหญ่ ๆ เพราะมีกำลังการประมวลผลสูงและสร้างผลตอบแทนได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่อุปกรณ์เหล่านี้จะถูกเปิดใช้งานตลอดเวลา ทำให้มันมีอายุการใช้งานเฉลี่ยเพียง 1.29 ปี เมื่อพังก็จะกลายเป็นขยะที่ไม่มีใครต้องการ


นอกจากนี้ การทำธุรกรรมโอนเงินคริปโตแต่ละครั้ง ยังสร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้ถึง 272 กรัม น้ำหนักนี้เทียบได้กับ iPhone 12 mini สองเครื่อง บางคนอาจจะมองว่าเป็นปริมาณที่เล็กน้อย แต่ผลสำรวจในปี 2020 พบการทำธุรกรรมเงินคริปโต (บิตคอยน์) สูงถึง 112.5 ล้านครั้ง !!


ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นจะสร้างปัญหาในระยะยาว เพราะกระบวนการกำจัดขยะเหล่านี้อาจทำให้เกิดสารพิษปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ความรุนแรงของปัญหานี้จะรุนแรงมากขึ้นหรือไม่ ณ เวลานี้ขึ้นอยู่กับมูลค่าของเงินคริปโต ยิ่งมูลค่าเพิ่มขึ้นก็ยิ่งดึงดูดให้คนหันมาทำเหมืองคริปโตมากขึ้น ประมาณกันว่าในปี 2021 จะมีขยะอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นเป็น 64.4 กิโลตันเลยทีเดียว


การแก้ปัญหาที่พอทำได้ คือการเปลี่ยนรูปแบบการได้มาของเงินคริปโต โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น การใช้หลักการของ Proof of Stake ที่ไม่พึ่งพาการทำเหมืองด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีกต่อไป ซึ่งจะช่วยลดขยะอิเล้กทรอนิกส์ได้อย่างมหาศาล รวมถึงไม่สูญเสียพลังงานไปกับการทำเหมืองด้วย


ขอขอบคุณข้อมูลจาก Gizmodo

ข่าวที่เกี่ยวข้อง