SELICขายหุ้นPP ให้SPIถือ3.64% เสริมฐานเงินทุน

SELICขายหุ้นPP ให้SPIถือ3.64% เสริมฐานเงินทุน
ทันหุ้น
11 มิถุนายน 2564 ( 09:30 )
21
SELICขายหุ้นPP ให้SPIถือ3.64% เสริมฐานเงินทุน

 

 ทันหุ้น – SELIC จัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 28 ล้านหุ้นขาย PP ให้ SPI เข้าถือหุ้น 3.64% มูลค่าเงินลงทุน 49.99 ล้านบาท หวังเพิ่มสภาพคล่องทางธุรกิจ เสริมฐานเงินทุนแข็งแกร่ง และมีพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ หนุนแผนงานในระยะยาว

 

นายเอก สุวัฒนพิมพ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC เปิดเผยว่า  คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติการจัดสรรและเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 28 ล้านหุ้น ให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) จำนวน 3 ราย ในราคาหุ้นละ 3 บาท ประกอบด้วย บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์ โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) หรือ SPI ถือหุ้น 16,666,000 หุ้นหรือ 3.64% มูลค่าเงินลงทุน 49,998,000 บาท

 

จองซื้อ11-15มิ.ย.

 

จัดสรรให้กับบริษัท บีเอส ซี โซ อิน จำกัด และบริษัท บี ที เอ็น สิบสองศูนย์เจ็ด จำกัด โดยจัดสรรให้รายละจำนวน 5,667,000 หุ้น หรือ 1.24% คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรายละ 17,001,000 บาท โดยกำหนดวันจองซื้อและชำระเงินในวันที่ 11-15 มิ.ย.2564 นี้

 

ทั้งนี้บริษัทจะได้รับประโยชน์จากการออกและเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครี้งนี้ จะทำให้มีเงินทุนสำหรับการลงทุนในโครงการต่างๆ เพื่อขยายกิจการตามแผนธุรกิจของกลุ่มบริษัท ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท, จะมีสภาพคล่องมากขึ้นจากเงินทุนที่ได้รับ ซึ่งจะช่วยให้โครงสร้างเงินทุนของบริษัทมีความแข็งแกร่งและมั่นคงยิ่งขึ้น และทำให้มีพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ที่ช่วยผลักดันและขยายกิจการและแผนงานของบริษัทได้ในระยะยาว

 

ฉายภาพธุรกิจQ2

 

ขณะที่ก่อนหน้านี้ บริษัทมองแนวโน้มธุรกิจและผลประกอบการไตรมาส 2/2564 จะเติบโตดีต่อเนื่องจากไตรมาส 1 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะรายได้ยังสามารถเติบโตได้ตามปกติและเป็นไปในทิศทางที่ดี ซึ่งจะส่งผลต่อภาพรวมครึ่งปีแรกปี 2564 ให้เติบโตดีกว่าช่วงเดียวกันกับปีก่อนได้เช่นกัน ทั้งนี้ปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้ภาพรวมผลประกอบการเติบโตดีขึ้นมาจากการส่งออก โดยเฉพาะในกบลุ่มแพ็คเกจจิ้ง โลจิสติกส์ ซึ่งมียอดส่งออกสูงจากประเทศออสเตรเลีย เอเชีย เป็นต้น

 

ปัจจุบันบริษัทมีคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) เข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยจะทยอยส่งมอบให้กับลูกค้าในไตรมาส 2 และ 3 เป็นต้นไป ทั้งนี้บริษัทมั่นใจรายได้ปี 2564 จะทำได้ตามเป้า หรือมีอัตรการเติบโต 10-15% จากปีก่อนที่ 1.25 พันล้านบาท โดยบริษัทมีเป้าหมายสัดส่วนการจำหน่ายสินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดิ่ม 15% กลุ่มแพ็กเกจจิ้ง 20%กลุ่มโลจิสติกส์ 10% กลุ่ม Consumer 5% และกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ 5%

 

คาด D/E ลดลง

 

ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 2.02 เท่า และคาดว่าในช่วงปลายปีนี้จะลดลงเหลือต่ำกว่า 1 เท่า ลดลงมาต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงปี 2562 ที่ D/E ปรับตัวขึ้นไปกว่า 3 เท่า หลังจากการเข้าซื้อกิจการกลุ่ม PMC ได้แก่ บริษัท พีเอ็มซี เลเบิล แมททีเรีลล์ จำกัด (PMCT) และบริษัท พีเอ็มซี เลเบิล แมททีเรีลส์ พีทีอี ลิมิเตด (PMCS)

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง