รีเซต

Gemini Spark มาแล้ว เปิดตัวบน macOS ก่อน เตรียมต่อยอดสั่งงานในมือถือ

Gemini Spark มาแล้ว  เปิดตัวบน macOS ก่อน เตรียมต่อยอดสั่งงานในมือถือ
TNN ช่อง16
5 กรกฎาคม 2569 ( 17:25 )
10

Google ยกระดับ Gemini ให้เป็น AI Agent

Google ประกาศอัปเดตครั้งใหญ่ Gemini เปิดใช้งาน Gemini Spark ขยายขอบเขตการทำงานจาก AI สนทนา สู่ผู้ช่วยที่สามารถควบคุมและดำเนินงานบนคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง

หนึ่งในฟีเจอร์สำคัญคือการเปิดให้ Gemini Spark ใช้งานบนแอป Gemini สำหรับ macOS ในเวอร์ชัน Beta สำหรับสมาชิก Google AI Ultra ในสหรัฐอเมริกา ผู้ใช้สามารถสั่งให้ AI จัดการไฟล์ภายในเครื่อง เช่น จัดเรียงเอกสารไฟล์ PDF ในโฟลเดอร์ Downloads แยกตามประเภท สร้างตารางงบประมาณจากใบแจ้งหนี้ที่จัดเก็บไว้ในเครื่อง หรือเชื่อมต่อข้อมูลกับ Google Workspace เพื่อสร้างเอกสารและตั้งรอบการอัปเดตโดยอัตโนมัติ

Google ระบุว่า Gemini Spark จะเข้าถึงเฉพาะไฟล์ที่ผู้ใช้อนุญาตเท่านั้น เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล

อีกความสามารถที่กำลังจะเปิดให้ใช้งานคือการสั่งงานจากระยะไกล ผู้ใช้สามารถใช้สมาร์ตโฟนมอบหมายงานหลายขั้นตอนให้ Gemini Spark ดำเนินการบนเครื่อง Mac แม้ไม่ได้อยู่ที่หน้าจอ เช่น ค้นหารายงานยอดขาย ดึงข้อมูลรายได้รวม และส่งผลลัพธ์กลับมาทางอีเมลโดยอัตโนมัติ

การอัปเดตครั้งนี้ยังขยายระบบ Connected Apps ให้ Gemini Spark ทำงานร่วมกับบริการต่าง ๆ ได้มากขึ้น ทั้ง Google Tasks, Google Keep, Canva, Dropbox, Instacart, OpenTable และ Zillow Rentals

แนวคิดของ Connected Apps คือการลดการสลับไปมาระหว่างหลายแอป ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถให้ AI อ่านโน้ตที่บันทึกไว้ใน Google Keep แล้วเปลี่ยนเป็นรายการงานใน Google Tasks ออกแบบโปสเตอร์ผ่าน Canva แชร์ไฟล์จาก Dropbox จองร้านอาหารผ่าน OpenTable สั่งซื้อของใช้ประจำสัปดาห์ผ่าน Instacart หรือแม้แต่จองเข้าชมอพาร์ตเมนต์ผ่าน Zillow Rentals ได้จากคำสั่งเพียงครั้งเดียว

นอกจากนี้ Google ยังเพิ่มการรองรับมาตรฐาน Model Context Protocol (MCP) ซึ่งเปิดโอกาสให้นักพัฒนาและผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อแอปหรือระบบภายนอกเข้ากับ Gemini Spark ได้โดยตรง ช่วยให้สามารถสร้างผู้ช่วย AI ที่ตอบโจทย์การทำงานเฉพาะด้านได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น

อีกหนึ่งความสามารถที่โดดเด่นคือระบบติดตามข้อมูลแบบเรียลไทม์ ผู้ใช้สามารถกำหนดหัวข้อที่ต้องการให้ AI เฝ้าติดตาม ไม่ว่าจะเป็นข่าวสาร กีฬา ตลาดหุ้น สภาพอากาศ เว็บไซต์ บล็อก โซเชียลมีเดีย หรืออีเมล

ตัวอย่างการใช้งาน เช่น ให้ AI ส่งสรุปและบทวิเคราะห์ทันทีหลังทีมฟุตบอลที่ชื่นชอบแข่งขันจบ หรือแจ้งรายงานการลงทุนเมื่อราคาหุ้นแตะระดับที่กำหนด ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องคอยรีเฟรชข้อมูลด้วยตนเองอีกต่อไป

การแข่งขันของ AI กำลังเปลี่ยนจาก Chatbot สู่ Agentic AI

ขณะเดียวกัน OpenClaw โครงการ AI Agent แบบโอเพนซอร์สที่ได้รับความนิยมในหมู่นักพัฒนา ก็ประกาศเปิดตัวแอปสำหรับ iOS และ Android อย่างเป็นทางการ นับเป็นครั้งแรกที่ AI Agent ของแพลตฟอร์มสามารถดาวน์โหลดผ่าน App Store และ Google Play Store ได้โดยตรง

แอปดังกล่าวช่วยให้ผู้ใช้สามารถสนทนากับ AI Agent ผ่านสมาร์ตโฟน รวมถึงอนุญาตให้ AI เข้าถึงองค์ประกอบสำคัญของอุปกรณ์ เช่น กล้อง หน้าจอ ตำแหน่งที่ตั้ง รูปภาพ รายชื่อผู้ติดต่อ ปฏิทิน และรายการเตือนความจำ เพื่อให้ AI สามารถช่วยดำเนินงานต่าง ๆ ได้ครอบคลุมมากขึ้น

การเปิดตัวแอปพลิเคชัน OpenClaw ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของตลาด AI Agent บนสมาร์ตโฟน เพราะที่ผ่านมา ผู้ใช้งาน iPhone ที่ต้องการใช้งาน AI Agent มักต้องสื่อสารผ่านแอปอย่าง Telegram หรือ WhatsApp เนื่องจาก Apple มีข้อกำหนดในการตรวจสอบแอปที่เข้มงวด โดยเฉพาะแอปที่สามารถดำเนินการแทนผู้ใช้ได้

เมื่อพิจารณาการเคลื่อนไหวของทั้ง Google และ OpenClaw จะเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนว่าอุตสาหกรรม AI กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ Agentic AI หรือ AI ที่ไม่ได้มีหน้าที่เพียงตอบคำถาม แต่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และดำเนินงานแทนผู้ใช้ได้จริง

Gemini Spark เลือกใช้ข้อได้เปรียบจากระบบนิเวศของ Google และบริการต่าง ๆ ภายใน Google Workspace เพื่อสร้างประสบการณ์การทำงานแบบอัตโนมัติ ขณะที่ OpenClaw มุ่งเน้นความยืดหยุ่น ความโปร่งใส และการควบคุมข้อมูลของผู้ใช้ผ่านแนวคิดโอเพนซอร์สและ Local-first

การแข่งขันในอนาคตจึงไม่น่าจะวัดกันเพียงว่าโมเดล AI ของใครตอบคำถามได้แม่นยำกว่ากัน แต่จะวัดกันที่ความสามารถในการเป็น "ผู้ช่วยดิจิทัล" ที่สามารถทำงานแทนผู้ใช้ เชื่อมต่อบริการต่าง ๆ และบริหาร Workflow ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นทิศทางที่กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม AI ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง