รีเซต

"วิลเลียม ไฮเน็ค" ส่งสัญญาณธุรกิจไมเนอร์ไปต่อ โชว์ผลงาน 20 ปีมีกำไรฝ่าได้ทุกวิกฤต เปิดขายหุ้นกู้เสริมการเงินแเกร่ง

"วิลเลียม ไฮเน็ค" ส่งสัญญาณธุรกิจไมเนอร์ไปต่อ โชว์ผลงาน 20 ปีมีกำไรฝ่าได้ทุกวิกฤต เปิดขายหุ้นกู้เสริมการเงินแเกร่ง
มติชน
19 กรกฎาคม 2563 ( 08:21 )
48
"วิลเลียม ไฮเน็ค" ส่งสัญญาณธุรกิจไมเนอร์ไปต่อ โชว์ผลงาน 20 ปีมีกำไรฝ่าได้ทุกวิกฤต เปิดขายหุ้นกู้เสริมการเงินแเกร่ง

มร. วิลเลียม ไฮเน็ค ประธานกรรมการ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด (มหาชน) หรือ MINT ได้กล่าวถึงสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจปี 2563 ว่า ครึ่งปีแรกของปี 2563 ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจผันผวนมากกว่าวิกฤตเศรษฐกิจครั้งไหน ๆ มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส หรือสงครามทางการค้าระหว่างประเทศอันดุเดือด แม้แต่ในช่วงวิกฤตการเงินโลก (GFC) ปี 2551 ระบบเศรษฐกิจทั่วโลกก็ไม่ได้ถดถอยหนักเท่าครั้งนี้ ความปั่นป่วนของระบบเศรษฐกิจโลกกระทบหลายอุตสาหกรรมจนกิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัว ลามไปถึงภาคการลงทุน ที่ตลาดหุ้นไทยตกลงไปกว่า 570 จุดในช่วงไตรมาสแรกของปี ก่อนที่จะเด้งกลับขึ้นมา 400 กว่าจุดในระหว่างไตรมาสที่สอง ในขณะที่นักลงทุนเฝ้าติดตามทิศทางของตลาดอย่างใกล้ชิดเพื่อตัดสินใจเลือกลงทุนอย่างระมัดระวัง สิ่งที่ควรคำนึงถึงเมื่อพิจารณาตัวเลือกด้านการลงทุนคือ รากฐานองค์กรที่แข็งแกร่ง ความเข้าใจสถานการณ์เศรษฐกิจ และการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ ขององค์กร ถึงจะเป็นการลงทุนแบบเน้นคุณค่า

มร. วิลเลียม กล่าวว่า แม้ธุรกิจของไมเนอร์จะได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้จากเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย แต่องค์กรยังมีความมั่นใจในประสบการณ์และความแข็งแกร่งของ ไมเนอร์ ซึ่งสามารถสะท้อนมาจากมุมมองต่าง ๆ ดังนี้ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ไมเนอร์มีผลการดำเนินงานที่มีกำไรอย่างต่อเนื่อง ภายใต้สถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 วิกฤตทางการเมืองในประเทศ และน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 สามารถฝ่าฟันไปได้ มีการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศเพื่อกระจายความเสี่ยง พร้อมเพิ่มความหลากหลายในธุรกิจของบริษัท เช่นธุรกิจร้านอาหารในประเทศจีน ธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ อย่าง โอ๊คส์ โฮเทล ในออสเตรเลีย ทิโวลี โฮเทล และ เอ็นเอช โฮเทลส์ ในยุโรปและลาตินอเมริกา ปัจจุบัน ไมเนอร์ มีกลุ่มธุรกิจ โรงแรม ร้านอาหาร และไลฟ์สไตล์ มีการจ้างงาน และสร้างอาชีพร่วมหลายหมื่นคน

มร.วิลเลียม กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าได้ส่งผลกระทบกับธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้จะเป็นปีที่ไม่ดีนัก แต่ไม่ใช่เพราะการดำเนินธุรกิจของบริษัท แต่เป็นสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อทุกธุรกิจทั่วโลก ไมเนอร์ได้ปรับตัวทั้งการสร้างมาตรฐานสุขอนามัยสำหรับธุรกิจโรงแรม บริหารส่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ที่บริษัทเป็นรายแรก ๆ ในประเทศไทย ไปจนถึงการใช้ช่องทางออนไลน์ในการให้บริการ รวมทั้งการปรับธุรกิจให้เข้ากับวิถีชีวิตแบบใหม่ หรือ New Normal การลดต้นทุนต่าง ๆ เพื่อให้สามารถผ่านพ้นสถานการณ์โควิด-19 ครั้งนี้ไปให้ได้

มร.วิลเลียม กล่าวว่า ปัจจุบันหลายองค์กรเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของธุรกิจทั้งในและต่างประเทศแล้ว โรงแรมในกลุ่มไมเนอร์ โฮเทลส์ ทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดท่องเที่ยวอื่น ๆ ทั่วไทย ได้ทยอยเปิดให้บริการและพร้อมขานรับมาตรการเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยผู้ใช้บริการจะสามารถรับสิทธิ์ พร้อมสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ ห้องพักราคาพิเศษ ส่วนลดอาหาร เครื่องดื่ม สปา สิทธิ์อัพเกรดห้องพักในกรณีที่มีห้องว่าง สิทธิ์เช็คอิน เช็คเอ้าท์ ก่อนและหลังเวลาปกติ เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีเข้าพักฟรี บริการรถรับส่งสนามบิน ฯลฯ ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณอันดีของโรงแรมในประเทศไทยที่จะกลับมาครึกครื้น โดยทุกโรงแรมในเครือไมเนอร์ วางมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยในระดับสูงสุด

“นอกจาก มาตรการ “พักอย่างสบายใจ” (Stay with Peace of Mind) ของเครือโรงแรมอนันตราและมาตรการ “อวานี ชิลด์” (AvaniSHIELD) ของเครือโรงแรมอวานี ที่ได้รับประกาศนียบัตรมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจากโครงการ Amazing Thailand Safety & Health Administration : SHA ไมเนอร์ยังยกระดับมาตรฐานบริการด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสุขอนามัยสูงสุดในธุรกิจต่าง ๆ โดยทำงานกับผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ อีโค่แล็บ (ECOLAB) กับไดเวอร์ซี่ (Diversey) เป็นต้น เพื่อเพิ่มคุณค่าการเข้าใช้บริการและรับมือสถานการณ์โควิด-19 นอกจากนี้ไมเนอร์ยังนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อสอดรับกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ที่พฤติกรรมของผู้คนเอนเอียงไปทางโลกดิจิทัลที่อำนวยความสะดวกและปลอดภัยต่อการติดโรคโควิด-19 ซึ่งจะช่วยองค์กรให้ทันตามโลกเศรษฐกิจ”

มร.วิลเลียม กล่าวว่า ที่ผ่านมาไมเนอร์ได้ประกาศแผนการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน ซึ่งเป็นแผนเบ็ดเสร็จในครั้งเดียว นอกจากจะทำให้ฐานะการเงินของบริษัทมีความแข็งแกร่งขึ้น พร้อมรักษาวินัยทางการเงินแล้ว ยังสามารถรองรับวิกฤตโควิด-19 และไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนในอีก 2 ปีข้างหน้าอีกด้วย อย่างไรก็ตาม บริษัทการ์ดไม่ตก ได้วางแผนเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินซึ่งได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว คือออกหุ้นกู้ที่มีลักษณะคล้ายทุน หรือ Perpetual bond ประมาณ 1 หมื่นล้านบาทและการออกหุ้นเพิ่มทุนในอัตราส่วน 8.2 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่ ที่ราคาเสนอขาย 17.50 บาท และการออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ครั้งที่ 7 หรือ MINT-W7 ให้กับผู้ถือหุ้นของบริษัท ตามสัดส่วนการถือหุ้น หลังเสร็จสิ้นการขายหุ้นเพิ่มทุนที่ 22 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หน่วย โดยมีราคาใช้สิทธิแปลงสภาพ 21.60 บาท และสามารถใช้สิทธิได้ในระยะเวลา 3 ปี โดยกำหนดช่วงเวลาจองซื้อและชำระเงินค่าจองซื้อหุ้นสามัญที่ออกใหม่ ระหว่างวันที่ 17-23 กรกฎาคมนี้ ผ่านธนาคารกรุงเทพทุกสาขา หรือโอนเงินผ่านระบบ Electronic Bill Payment ของธนาคารกรุงเทพ นอกจากนี้ยังสามารถจองซื้อหุ้นผ่านทางระบบออนไลน์บนเว็บไซต์ www.bualuang.co.th

“ผมในฐานะผู้ก่อตั้ง และผู้ถือหุ้นใหญ่ของ MINT จะใช้สิทธิในการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้และจะจองซื้อเกินกว่าสิทธิ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเพิ่มทุนในครั้งนี้จะได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นและนักลงทุน และทำให้เราได้รับเงินทุนในครั้งนี้ครบตามจำนวน และขอขอบคุณผู้ถือหุ้นและนักลงทุนทุกท่านที่ยังคงเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนธุรกิจของไมเนอร์มาเป็นอย่างดีและยาวนานมาร่วมกว่า 50 ปี และเราจะยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นของเราอย่างต่อเนื่องต่อไป ดังที่เราได้ทำมาตลอดในอดีต”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง