TrueID

ผู้ปกครอง แห่รับบุตรหลาน ออกจากรพ.สนามค่ายเขาชนไก่ หลังย้ายมาจากวัดท่าพุ

ผู้ปกครอง แห่รับบุตรหลาน ออกจากรพ.สนามค่ายเขาชนไก่ หลังย้ายมาจากวัดท่าพุ
ข่าวสด
21 กันยายน 2564 ( 10:57 )
11
ผู้ปกครอง แห่รับบุตรหลาน ออกจากรพ.สนามค่ายเขาชนไก่ หลังย้ายมาจากวัดท่าพุ

ผู้ปกครอง แห่รับบุตรหลาน ออกจากโรงพยาบาลสนามค่ายเขาชนไก่ หลังย้ายออกจากสถานบำบัดวัดท่าพุ พบเกือบทั้งหมดมีปัญหาโรคผิวหนังที่เกิดจากความแออัด

 

 

วันที่ 21 ก.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ที่บริเวณโรงพยาบาลสนามภายในค่ายฝึกนักศึกษาวิชาทหารเขาชนไก่ ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี หลัง นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี สั่งย้ายผู้บำบัดยาเสพติดทั้งหมด ออกจากภายในสถานบำบัดวัดท่าพุราษฏร์บำรุง อำเภอด่านมะขามเตี้ย หลังการลงพื้นที่ตรวจสอบตามข้อร้องเรียน ของผู้ปกครองผู้เข้ารับการบำบัด พบว่าสถานบำบัดแห่งนี้มีความแออัดยัดเยียด ผู้บำบัดจำนวน 216 คนต้องอาศัยอยู่ภายในเรือนนอนหลังเดียวที่มีห้องน้ำเพียง 2 ห้อง

 

 

โดยปรากฏว่า ที่บริเวณโรงพยาบาลสนามภายในค่ายฝึกนักศึกษาวิชาทหารเขาชนไก่ มีพ่อแม่ผู้ปกครองของผู้เข้ารับการบำบัดจำนวนหลายสิบราย เดินทางมารอรับบุตรหลานกลับออกจากโรงพยาบาลสนาม

 

 

โดยผู้ปกครองส่วนใหญ่ กล่าวว่า เมื่อได้เห็นข่าวก็ตกใจจึงรีบเดินทางมารับบุตรหลานของตนกลับบ้าน ซึ่งขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการจัดทำทะเบียนของกลุ่มผู้เข้ารับการบำบัด หากรายใดมีความประสงค์จะกลับบ้านและผู้ปกครองเดินทางมารับกลับก็สามารถกลับได้ทันที

 

 

ส่วนในเรื่องของการดูแลผู้เข้ารับการบำบัดขณะนี้นั้น มีทีมแพทย์จากโรงพยาบาลค่ายสุรสีห์ คอยดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด พบว่าผู้บำบัดส่วนใหญ่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคผิวหนัง คาดว่าเป็นผลมาจากความแออัดภายในสถานบำบัด

 

 

ด้าน หมอปลา และแฟนสาว ได้จัดหายาโรคผิวหนังมาแจกให้กับกลุ่มผู้เข้ารับการบำบัดได้นำไปใช้แก้อาการคันและโรคผิวหนังเบื้องต้น ซึ่งหลังจากนี้ ทางหมอปลาจะได้ลงพื้นที่วัดท่าพุราษฏร์บำรุงอีกครั้งเพื่อไปติดตามทวงถามเงินเก็บที่ทางผู้ปกครองของผู้บำบัดส่งมาให้กับทางศูนย์ แต่ทางศูนย์ยังไม่คืนให้กับผู้เข้ารับการบำบัดที่ย้ายออกมาทั้ง 270 คน โดยอ้างว่ายังไม่สามารถเบิกเงินได้

 

 

ด้าน นายแพทย์นิพนธ์ พัฒนกิจรุ่งเรือง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ศูนย์บำบัดวัดท่าพุแห่งนี้ จัดตั้งขึ้นภายใต้ราชกิจจานุเบกษา ทำให้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรีไม่มีอำนาจโดยตรงที่จะเข้าไปตรวจสอบหรือสั่งปิด

 

 

ที่ผ่านมา ทางทีมแพทย์ได้เคยเข้าไปทำการรักษาผู้เข้ารับการบำบัดที่มีอาการป่วยเท่านั้น แต่ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารภายในได้ อีกทั้งยังไม่เคยได้รับเรื่องร้องเรียนจากบรรดาผู้ปกครองหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากศูนย์บำบัดดังกล่าว

 

 

แต่หลังจากที่ได้เห็นสภาพความแออัดภายในศูนย์บำบัดแห่งนี้แล้ว ที่รับผู้บำบัดเข้ามาอยู่ภายในศูนย์มากเกินกว่าจำนวนที่สามารถจะรับได้จริง ทางกระทรวงสาธารณสุข จึงส่งทีมเจ้าหน้าที่ส่วนกลางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในวันนี้ หากพบว่า ไม่สามารถรองรับผู้เข้ารับการบำบัดจำนวนมากได้จริงก็น่าจะต้องดำเนินการปิดศูนย์บำบัดแห่งนี้ไปก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง