รีเซต

หนุ่มเจ้าของร้านไปรษณีย์ยัวซ่า วอนสื่อเตือนภัยมิจฉาชีพในคราบของสาวชาวต่างชาติ

หนุ่มเจ้าของร้านไปรษณีย์ยัวซ่า วอนสื่อเตือนภัยมิจฉาชีพในคราบของสาวชาวต่างชาติ
77ข่าวเด็ด
17 พฤษภาคม 2563 ( 17:05 )
158
หนุ่มเจ้าของร้านไปรษณีย์ยัวซ่า วอนสื่อเตือนภัยมิจฉาชีพในคราบของสาวชาวต่างชาติ

 

หนุ่มเจ้าของร้านไปรษณีย์ยัวซ่า วอนสื่อเตือนภัยมิจฉาชีพในคราบของสาวชาวต่างชาติ พฤติการทำทีเข้ามาซื้อของ ก่อนจะทำให้สับสน แล้วเก็บเงิน ไปก่อนจะถามหาเงินทอน แล้วหลบหนีไป

 

 

เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 นายนิรันดร์  ลิ้มรั้ว อายุ 46 ปี เจ้าของร้านไปรษณีย์ ยัวซ่า ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยยัวซ่า หมู่ 5 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ได้นำภาพกล้องวงจรปิด ที่บันทึกพฤติกรรมของสาวชาวต่างชาติ ที่เข้ามาทำทีของซื้อเจลล้างมือ ก่อนใช้อุบายพูดไทยไม่ได้หลอกเอาเงินไป เข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชนเพื่อให้เตือนภัยกับชาวบ้าน จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อเหมือนกับที่เกิดขึ้นกับตนเอง

 

 

โดยนายนิรันดร์  ผู้เสียหาย ได้เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่ตนนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ที่หน้าเคาว์เตอร์ ได้มีหญิงสาวรายหนึ่งอายุประมาณ 35-40 ปี ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ แต่ไม่ทราบว่าชาติใด ผมยาวรูปร่างท้วม สูงไม่เกิด 170 เซนติเมตร สวมใส่ชุดดำ และสวมหน้ากากอนามัยสีขาวปิดปากและจมูก ได้เดินข้ามฝั่งเข้ามาในร้าน ก่อนที่จะมาหยิบขวดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือที่วางอยู่หน้าเคาว์เตอร์ และถามตนด้วยภาอังกฤษ ตนจึงบอกราคาไปก่อนที่หญิงคนดังกล่าวจะส่งเงินแบงค์พันให้ตน 1 ใบ ตนจึงได้รับมาและเปิดลิ้นชักเอาเงินออกมาทอนให้แก่หญิงสาวคนดังกล่าวจำนวน 950 บาท เป็นแบงค์ห้าร้อย 1 ใบ แบงค์ร้อย 4 ใบ และแบงค์ห้าสิบอีก 1 ใบ  ในระหว่างที่ตนกำลังหยิบเงินทอนให้หญิงสาวคนดังกล่าวตนได้เรียกภรรยามาช่วยฝังด้วยเนื่องจากตนไม่เกรงภาษาอังกฤษ

 

 

จนกระทั่งภรรยาตนเดินออกมาตนก็ส่งเงินทอนจำนวนดังกล่าวให้หญิงสาวคนดังกล่าวไป และหญิงคนดังกล่าวได้ยืนนับเงินทอน ซึ่งในระหว่างนั้นมีคนส่งไลน์มาหาตนและภรรยาจึงได้ก้มหน้าดูโทรศัพท์ โดยไม่ทันดูว่าหญิงสาวคนดังกล่าวใช้มือฉีกแบงค์ 500  ที่ตนทอนไปให้ ก่อนที่หญิงสาวคนดังกล่าวจะยืนแบงค์ 500 มาให้ตนและภรรยาดูว่าแบงค์ขาดและขอเปลี่ยนเป็นแบงค์ 100 จำนวน 5 ใบ ตนก็หยิบมาดู ได้พบว่าแบงค์ 500 ใบดังกล่าวขาดตรงกลางใบพอดี ตนจึงเปลี่ยนเป็นแบงค์ 100 จำนวน 5 ใบและในระหว่างที่ตนกำลังนับเงินทอนหญิงสาวคนดังกล่าวได้ส่งเงินที่เหลืออีก 450 บาทคืนให้ตนและบอกว่าไม่เอาแล้วและชวนคุยอยู่พักใหญ่และขอเงินแบงค์ 1,000 คืน  ตนจึงหยิบแบงค์พันที่เก็บไว้ในเครื่องคิดเงิน และส่งให้ภรรยาเป็นคนส่งคืนให้ และหญิงสาวคนดังกล่าวทำท่าที ยึกยักเล็กน้อยก่อนที่จะดึงเอาเงินแบงค์ 1,000 ไปใส่กระเป๋าสะพาย ที่สะพายอยู่ด้านหน้าอย่างรวดเร็ว 

 

ก่อนที่จะหยิบขวดเจลล้างมือที่วางอยู่หน้าเคาว์เตอร์มาถามราคาอีกครั้ง โดยหยิบมา 2 ขวด และทำที่ถามราคาอีกทำนองว่า 2 ขวดราคาเท่าไหร่ ตนได้บอกราคาด้วยยกนิ้วให้ดูว่าขวดละ 40 บาท หญิงสาวคนดังกล่าวก็ตอบตกลงและทวงถามเงินทอน ภรรยาก็คิดว่าตนเก็บเงินมาแล้วจึงได้หยิบเงินในเครื่องเก็บเงินจำนวน 950 บาทในขณะที่กำลังนับเงินทอยหญิงสาวคนดังกล่าวก็ยังทำที่สอบถามราคาเจล ขวดกลางมาวางคู่กันอีก แต่ไม่เอาก่อนที่ภรรยาตนจะส่งเงินทอนให้หญิงสาวคันดังกล่าวไป  ก่อนที่หญิงคนดังกล่าวจะเดินออกนอกร้านไป ซึ่งขณะนั้นตนก็ยังงง ๆ อยู่และเกิดความสงสัยว่าเอาแบงค์พันให้หญิงคนดังกล่าวไปก่อนหน้าแล้วทำไมเราต้องให้เงินทอนเขาไปด้วย จึงได้เปิดกล้องวงจรปิดดูจึงได้ทราบว่าตนเองถูกหลอกเอาเงินทอนไปจำนวน 950 บาทซึ่งกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ทุกขั้นตอน

 

 

ตนอยากจะฝากเตือนภัยกับร้านค้าต่าง ๆ ให้ช่วยกันระวังมิจฉาชีพพวกนี้ด้วยเพราะเข้ามาหลายรูปแบบ และยิ่งเศรษฐ์กิจบ้านเรากำลังเป็นแบบนี้ด้วย เงินทองก็หายาก และตนขอยืนยันว่าหญิงคนที่มาก่อเหตุไม่ใช้คนไทยแน่นอน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง