ส่อง 7 เงื่อนไข “เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ”  เปิดลงทะเบียน 17 พ.ค.

ส่อง 7 เงื่อนไข “เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ”  เปิดลงทะเบียน 17 พ.ค.
Ingonn
29 เมษายน 2564 ( 09:43 )
220
2
ส่อง 7 เงื่อนไข “เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ”  เปิดลงทะเบียน 17 พ.ค.

แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ฝั่งภาคเศรษฐกิจยังคงเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจ ให้ยังคงหมุนต่อไปได้ ด้วยการขับเคลื่อนโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ”  

 


นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า สำหรับโครงการเราเที่ยวด้วยกัน จะเปิดระบบให้ทำการจองที่พักเพิ่มขึ้นมาอีก 2 ล้านรูมไนท์ ให้ประชาชนเข้ามาจองใช้สิทธิ์ได้ในวันที่ 17 พ.ค.64 โดย ททท. อยู่ระหว่างการเปิดให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเข้ามาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 ”ภายใต้เงื่อนไขใหม่

 


เปิดเงื่อนไขใหม่ 7 ข้อ เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3

 

1.เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ใช้งบประมาณ 5,700 ล้านบาท
การปรับปรุงรายละเอียดโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 ที่จะใช้วงเงินที่เหลืออยู่ประมาณ 5,700 ล้านบาท ในการดำเนินการต่อจากเฟส 1 และเฟส 2 ที่ผ่านมา โดยในครั้งนี้จะมีการขยายสิทธิเพิ่มขึ้นอีก 2 ล้านสิทธิ์

 

2.เริ่มใช้สิทธิได้พฤษภาคม – สิงหาคม 2564
ประชาชนสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2564 สาเหตุที่ล่าช้าไม่ทันช่วงวันหยุดยาว เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ เนื่องจากตัวระบบที่ธนาคารกรุงไทยต้องเร่งดำเนินการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสหรือทุจริตโครงการฯ แบบที่ผ่านมา

 

3.ผู้ประกอบการ ต้องแจ้งจำนวนห้องพักและราคาให้กับ ททท. รับทราบ
วิธีการใช้งาน “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 ของทางฝั่งผู้ประกอบการโรงแรม ก็จะมีขั้นตอนเพิ่มขึ้นมา คือครั้งนี้จะต้องมีการกดให้ความยินยอมในระบบใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ทาง ททท. สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ แล้ว ททท. ก็จะเอาข้อมูลห้องพักต่าง ๆ ที่จดทะเบียนไว้กับทางมหาดไทย มาดูว่าโรงแรมแต่ละแห่งมีจำนวนห้องเท่าไหร่

 

นอกจากนี้แต่ละโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ จะต้องส่งจำนวนห้องพักและช่วงเรทราคาของห้องพัก (ราคาสูงสุด – ราคาต่ำสุด) ให้ทาง ททท. เพื่อให้ ททท. ตรวจวสอบข้อมูลดังกล่าวด้วย

 

4.ผู้ใช้สิทธิ์เข้าพัก ต้องลงทะเบียน และจองที่พักล่วงหน้า 7 วัน
สำหรับการใช้งานของประชาชนทั่วไป จะต้องลงทะเบียนกับทางโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 จากนั้นให้จองที่พักที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งในการจองที่พักนั้น กำหนดใหม่ว่าต้องจองที่พักล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน เพื่อที่ธนาคารกรุงไทยจะได้ส่งข้อมูลให้ ททท. จากนั้นทาง ททท. ก็จะได้ตรวจสอบได้ว่าการจองนั้นมีความผิดปกติหรือไม่

 

5.ผู้ใช้สิทธิ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 ต้องสแกนใบหน้า
สำหรับประชาชนผู้ใช้สิทธิ เมื่อมีการเข้าพักในโรงแรมที่จองไว้ ก็จะต้อง “สแกนใบหน้า” ของผู้เข้าใช้สิทธิในโครงการฯ พอสแกนใบหน้าไปแล้ว ก็จะมีข้อมูล GPS ติดไปด้วย ตรงนี้ก็จะเป็นขั้นตอนที่เพิ่มเข้ามาเพื่อการใช้งานที่โปร่งใสมากขึ้น

 

6.E-Voucher ปรับปรุงใหม่ มีเฉพาะราคา 600 บาท เท่านั้น
สำหรับการใช้คูปอง หรือ E-Voucher ซึ่งแต่เดิมเคยกำหนดไว้ 900 บาทในวันธรรมดา และ 600 บาทในวันหยุด แต่ในการปรับปรุงเงื่อนไขใหม่ครั้งนี้ จะปรับมูลค่าเป็น 600 บาทต่อวัน ราคาเดียวเท่านั้น ไม่มีราคาอื่น

 

7.ต้องท่องเที่ยวและพักแรมข้ามจังหวัดเท่านั้น
กรอบพื้นที่ในการเดินทางท่องเที่ยว จากเดิมเคยระบุไว้ว่าสามารถใช้สิทธิท่องเที่ยวพักแรมในจังหวัดเดียวกับภูมิลำเนาได้ แต่ครั้งนี้มีการปรับปรุงเงื่อนไขใหม่ว่า ต้องเป็นการเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัดเท่านั้น

 

 

ขณะที่นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เปิดเผยว่า สำหรับมาตรการกระตุ้นการลงทุนจะออกมาเป็นแพ็กเกจประมาณเดือนพฤษภาคม และจะเริ่มมาตรการได้ในเดือนมิถุนายน อาทิ คนละครึ่ง เฟส 3 เราเที่ยวด้วยกัน โดยจะเป็นมาตรการเดิมเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งให้กดยืนยันตัวตนรับสิทธิ์ได้ รวมถึงยังมีพ.ร.ก.กู้เงินสินเชื่อฟื้นฟูและพักทรัพย์พักหนี้ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท

 

 

ความคืบหน้าโครงการเราเที่ยวด้วยกันที่ผ่านมา

 

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษก กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังจากเริ่มโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” มาตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นมา พบว่าภาพรวมได้รับการตอบรับที่ดี ทั้งในแง่ ลงทะเบียน เราเที่ยวด้วยกัน โรงแรมที่เข้าร่วม และยอดจองห้องพัก


เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 1

พบว่า มีประชาชนสนใจลงทะเบียนแล้ว 4.76 ล้านราย ในจำนวนนี้ ลงทะเบียนสำเร็จ 4.51 ล้านราย ในส่วนของโรงแรม มีผู้ประกอบการโรงแรม สนใจเข้าร่วมโครงการ 6,815 แห่ง กระจายตัวในทุกจังหวัด ทั่วประเทศ 

 

โดยเมืองหลักที่มีโรงแรมสนใจเข้าร่วมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ กระบี่ ภูเก็ต และประจวบคีรีขันธ์

 

ขณะที่ในจังหวัดรอง หรือเมืองรอง ที่มีโรงแรมสนใจเข้าร่วมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เชียงราย จันทบุรี น่าน นครศรีธรรมราช และตราด

 

สำหรับยอดการจองโรงแรม พบว่าอยู่ที่ 391,731 ห้อง ในจำนวนนี้ ได้จ่ายเงินจองแล้ว 388,461 ห้อง และ โรงแรมที่มีการจองห้องพักแล้ว มีจำนวน 3,465 แห่ง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่ง ของจำนวนโรงแรมที่สนใจเข้าร่วมโครงการ โดยโรงแรมที่เข้าโครงการนี้ มีราคาห้องพักเฉลี่ยต่อคืนอยู่ที่ 2,950 บาท


นอกจากนี้ หลังจากได้เปิดให้ร้านค้า OTOP เข้ามาลงทะเบียนร่วมโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 พบว่า มีร้านค้า OTOP สนใจเข้าร่วม 453 แห่ง ทั้งนี้ ร้านค้า OTOP ที่ขึ้นทะเบียน กับกรมการพัฒนาชุมชน จะสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ได้ทุกวัน ที่เว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com

 


เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 2

ผู้ได้รับสิทธิ์กลุ่มเดิม 10 ล้านคน กดปุ่มยืนยันเข้าร่วมโครงการระยะที่ 2 ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป และเริ่มใช้เงิน 500 บาทที่ได้รับเพิ่มเติมได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 มีนาคม 2564 คาดว่าคนละครึ่งเฟส 2 และการเติมเงินใส่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติมอีก 500 บาท นาน 3 เดือน จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปี 2564 เพิ่มขึ้นได้ 0.2% จากการมีเม็ดเงินลงไปในระบบกว่า 60,000 ล้านบาท

 

สำหรับผู้ประกอบการร้านค้า ยังคงสมัครเข้าร่วมโครงการได้อย่างต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 13 ธันวาคม 2563 มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว 970,000 ร้านค้า และมีผู้ใช้สิทธิ์แล้ว 9.5 ล้านคน มียอดใช้จ่ายสะสม 43,330 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 22,156.50 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 21,174.3 ล้านบาท 

 

โดยจังหวัดที่ใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ สงขลา ชลบุรี เชียงใหม่ และนครศรีธรรมราช

 

นอกจากนั้นในเฟส 2 ยังพบ ผลการตรวจสอบพบว่า มีผู้ประกอบการที่เข้าข่ายส่อทุจริตรวมจำนวน กว่า 500 แห่ง ประกอบด้วย โรงแรม 312 แห่ง จากจำนวนโรงแรมเข้าร่วมโครงการทั้งหมดกว่า 8,000 แห่ง และร้านค้าทุจริตเรื่องคูปอง 202 แห่ง จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกว่า 60,000 ร้านค้า ถึงแม้จะถือว่ามีจำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบสัดส่วนจำนวนโรงแรมและร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก แต่ก็ทำให้เสียชื่อโครงการที่มีเจตนาดีมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมที่ได้ผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนอยู่สภาพร่อแร่จวนเจียนปิดกิจการกันถ้วนหน้า 

 

 

ข้อมูลจาก เราเที่ยวด้วยกัน , กระทรวงการคลัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง