ไฟป่าเชียงใหม่ : "ถ้ารอ จนท.ไฟอาจจะไหม้เยอะกว่านี้" เสียงจากหญิงกะเหรี่ยงปกาเกอะญอจากดอยอินทนนท์

ไฟป่าเชียงใหม่ : "ถ้ารอ จนท.ไฟอาจจะไหม้เยอะกว่านี้" เสียงจากหญิงกะเหรี่ยงปกาเกอะญอจากดอยอินทนนท์
บีบีซี ไทย
5 เมษายน 2563 ( 17:34 )
11
ไฟป่าเชียงใหม่ : "ถ้ารอ จนท.ไฟอาจจะไหม้เยอะกว่านี้" เสียงจากหญิงกะเหรี่ยงปกาเกอะญอจากดอยอินทนนท์

"เราดับ (ไฟป่า) แบบนี้ทุกปี เพราะมันเกิดทุกปี แต่ที่หมู่บ้านไม่มีเจ้าหน้าที่นะคะ ดับกันเองเป็นจิตอาสา ผู้ใหญ่บ้านประกาศเสียงตามสายเสร็จแล้ว เราก็ออกไป"

พจนีย์ พะชิ หนึ่งในผู้หญิงกะเหรี่ยงปกาเกอะญอ วัย 34 ปี ที่บ้านผาหมอน หมู่บ้านแถบดอยอินทนนท์ ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ และผู้เป็นแม่ของลูกน้อยวัยสองขวบกว่าเล่าให้บีบีซีไทยฟัง ถึงการออกไปช่วยดับไฟป่าของกลุ่มผู้หญิงในหมู่บ้าน เคียงข้างกับผู้ชายเพื่อป้องกันไม่ให้หมู่บ้านของพวกเธอตกอยู่ในภัยอันตรายของไฟป่า

การช่วยกันสกัดไฟป่าของชาวบ้านในพื้นที่สูง ไม่แค่หน้าที่ของผู้ชาย พจนีย์ บอกว่า คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ก็ปลูกฝังกันมานานแล้วว่า "ถ้าเกิดไฟไหม้ ให้ช่วยกันทั้งหมด"

สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะที่ จ.เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และเชียงราย ยังไม่มีทีท่าจะจบลงง่าย ๆ แต่ขณะนี้มีชีวิตของผู้คนทั้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พลทหาร และชาวบ้านอาสาสมัครดับไฟ ต้องเสียชีวิตแล้วทั้งหมด 5 คน หนึ่งในนั้น คือ นางต๊ะนี กิจเจริญพัฒน์ หญิงชาวชาติพันธุ์ที่ถูกไฟคลอกเสียชีวิต ระหว่างสกัดไฟป่าใกล้หมู่บ้านที่ดอยขุนแปะ ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา

บีบีซีไทย ได้พูดคุยกับพจนีย์ในวันนี้ (5 เม.ย.) ถึงสถานการณ์ไฟป่าใกล้หมู่บ้านเมื่อปลายเดือน มี.ค. เธอเล่าว่า ไฟป่าเกิดขึ้นทุกปีบริเวณใกล้เคียงหมู่บ้าน ปีนี้เริ่มไหม้มาแล้วสองครั้ง เมื่อไฟมาครั้งหนึ่งหมู่บ้านก็จะระดมชาวบ้านเพื่อไปช่วยดับไฟ เธอบอกว่า หากวันไหนที่สามีไม่ว่าง เธอก็ออกไปดับไฟด้วย ส่วนลูกนั้นให้แม่ของเธอดูแล

ภารกิจที่ชาวบ้านหมู่บ้านผาหมอนต้องร่วมกันทำในช่วงนั้น คือ การทำแนวกันไฟให้ไปบรรจบกับหมู่บ้านอีกแห่งในลักษณะเป็นวงกลมล้อมรอบหมู่บ้าน พจนีย์เล่าว่า ที่บ้านผาหมอนมีผู้หญิงแม่บ้าน 5 คน ร่วมออกไปดับไฟกับผู้ชายในหมู่บ้านอีกราว 25 คน การไปยังจุดที่ต้องทำแนวกันไฟเป็นพื้นที่ที่ต้องเดินขึ้นดอย ไม่มีถนน และรถเข้าถึงไม่ได้ พวกเธอต้องเดินเท้าขึ้นไปไม่ต่างกับผู้ชาย ด้วยเครื่องป้องกันที่มีแค่รองเท้าบู๊ตและหน้ากากสำหรับป้องกันควันไฟ

"8 โมงครึ่ง ต้องเดินจากบ้าน ที่ที่ต้องไปเลยหมู่บ้านขึ้นไปเดินไปประมาณหนึ่งชั่วโมง ชาวบ้านจะไม่ค่อยมีอุปกรณ์เท่าไหร่ เพราะไม่มีหน่วยงานไหนมาช่วย มีเสียม จอบ มีด เท่านั้น แต่ก็ดับได้ เพราะเราใช้วิธีเอากิ่งไม้ที่แข็งแรงหน่อยมาทำเป็นแนวกันไฟ"

การออกไปสกัดไฟป่าสองครั้งที่ผ่านมาในปีนี้ เธอออกไปครั้งหนึ่งราว 2-3 ชั่วโมง ชาวบ้านจะพกข้าวห่อเพื่อเป็นอาหารกลางวันไปรับประทานกันเอง วันใดที่ต้องทำแนวกันไฟยาวก็กลับมาถึงหมู่บ้านราวบ่ายสาม และมีครั้งหนึ่งที่ต้องระดมคนไปดับไฟป่ากลางดึกอีกครั้ง

"ที่เราทำไม่ได้คิดถึงส่วนไหน เราทำเพราะบ้านเราเท่านั้น ถ้ารอเจ้าหน้าที่ไฟอาจจะไหม้เยอะกว่านี้ เพราะเขามีคนไม่เยอะ ถ้าเราลงไปเอง วันสองวันก็ดับแล้ว"

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ไฟป่าที่บ้านผาหมอนยังอยู่ในระยะเฝ้าระวัง พจนีย์บอกว่าหมู่บ้านของเธอยังดีที่ไฟป่าไม่รุนแรงมากเท่าหมู่บ้านอื่น ที่เจอไฟป่าบ่อยถึงปีละ 3-4 ครั้ง ส่วนเรื่องความปลอดภัย เธอบอกว่าชาวบ้านทุกคนที่ไปดับไฟจะช่วยกันระวัง จุดไหนอันตรายก็บอกกันให้ไม่เข้าใกล้ แต่ข่าวการเสียชีวิตของชาวบ้านที่ออกไปดับไฟก็สร้างความกังวลกับเธอเช่นกัน

"เราไม่แน่ใจเลยว่าลมจะพัดมาทางทิศไหน ถ้าลมเกิดตีมาตรงหน้าเราก็คงเสร็จเลย" พจนีย์กล่าว

หญิงชาวกะเหรี่ยงปกาเกอะญอคนนี้ ยังบอกอีกว่า สิ่งที่ชาวบ้านต้องการคือ หน้ากากเพื่อใส่ป้องกันขณะออกไปดับไฟ เนื่องจากต้องเผชิญกับควันจำนวนมาก พจนีย์ซึ่งมีโรคประจำตัวเป็นภูมิแพ้อยู่แล้วบอกว่า แต่ละครั้งที่กลับมาก็เกิดอาการคล้ายหวัด เช่นเดียวกับลูกของเธอและเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน นอกจากนี้ชาวบ้านยังต้องจัดกำลังลาดตระเวนและคนดูแลแนวกันไฟ หากรัฐสามารถช่วยได้ก็น่าจะเป็นการสนับสนุนชาวบ้านได้

"เป็นห่วงลูกเกี่ยวกับสุขภาพ เพราะจริง ๆ ดอยอินทนนท์ ถ้าไม่มีไฟป่าอากาศจะดีมาก ขนาดเดือน เม.ย. อุณหภูมิข้างล่าง 40 กว่าองศา ที่นี่ 30 กว่า ๆ กลางคืนยังหนาวอยู่ ปัญหาเกิดจากไฟป่าอย่างเดียวทำให้ทั้ง ผู้ใหญ่และเด็กสุขภาพแย่"

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง