รีเซต

เดือดเจ้าของฟาร์ม สั่งหมูแล้วไม่ขายให้ บุกชักปืนยิงขู่ รับโมโห ขาดกับแกล้ม

เดือดเจ้าของฟาร์ม สั่งหมูแล้วไม่ขายให้ บุกชักปืนยิงขู่ รับโมโห ขาดกับแกล้ม
มติชน
11 มกราคม 2565 ( 15:24 )
29
เดือดเจ้าของฟาร์ม สั่งหมูแล้วไม่ขายให้ บุกชักปืนยิงขู่ รับโมโห ขาดกับแกล้ม

เมื่อวันที่ 11 มกราคม ผู้สื่อข่าวได้ลงไปยัง ที่ฟาร์มหมู “วิตตี้ ฟาร์ม” บ้านบุ่งแสง หมู่ 7 ต.นาชุมแสง อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ที่เกิดเหตุตามคลิปเหตุการณ์ คนร้ายก่อเหตุยืงปืนข่มขู่ โดยระบุว่า สั่งหมูป่าแล้วไม่ได้

 

จากการสอบถาม นายวิทยา โพธิ์จันนา อายุ 48 ปี เจ้าของฟาร์ม เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นใน เวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 28 ธันวาคม 2564 ซึ่งขณะนั้นตนไม่อยู่ฟาร์ม มีเพียงลูกจ้างอยู่ที่ฟาร์ม ประมาณ 4-5 คน คอยขายหมูป่าให้กับลูกค้าที่เดินทางเข้ามาซื้อ จากนั้นนายไหม พรมเมืองขวา อายุ 67 ปี ชายในคลิปและเป็นอดีตลูกจ้างในฟาร์ม ซึ่งลาออกไปเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2564 ได้ขับรถยนต์กระบะเข้ามาจอดที่ฟาร์ม ก่อนจะเข้ามาโวยวายเรื่องที่ฟาร์มไม่ขายหมูป่าให้ ก่อนจะยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่ และต้อนลูกน้องตน 4-5 คน ที่อยู่ในฟาร์มมารวมกัน โดยถามกับลูกน้องว่า สั่งหมูป่าไว้ล่วงหน้าเป็นเดือน แต่ถึงวันกลับไม่ได้หมูตามที่สั่งไว้ ซึ่งลูกน้องที่ขายก็ไม่รู้เรื่องด้วยว่าสั่งกับใคร และไม่ได้มีใครมาบอกว่าต้องขายให้ราคาเท่าไร ซึ่งราคา 1,300 บาท ที่นายไหมต้องการนั้นก็เป็นไปไม่ได้ เพราะหมูป่าไซส์ใหญ่ราคาต้นทุนอยู่ที่ 2,500 บาทแล้ว ซึ่งหลังเกิดเหตุ ตนเองก็มาทราบภายหลังว่า นายไหม ได้สั่งซื้อหมูป่ากับภรรยาตัวเอง ซึ่งก็เป็นพี่สาวแท้ๆของตนที่ทำงานอยู่ที่ฟาร์มแห่งนี้ เพื่อจะนำไปเลี้ยงฉลองปีใหม่ ซึ่งภรรยาของนายไหม ไม่กล้าขายให้ เพราะไม่ใช่เจ้าของร้าน และไม่รู้ราคา จึงทำให้นายไหม ไม่พอใจ ก่อนจะมาก่อเหตุตามคลิป

 

นายวิทยา กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุ ตนเองได้แจ้งความร้องทุกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูเวียง ต่อมาเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เรียกนายไหม ผู้ก่อเหตุ มาไกล่เกลี่ยกับตนเอง และลูกน้องที่อยู่ในเหตุการณ์ ทั้ง 4 คน ที่โรงพัก โดยได้เรียกค่าเสียหายและค่าทำขวัญเป็นเงิน 300,000 บาท แต่นายไหมไม่ยอม ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับ และยังไม่สามารถตกลงกันได้ ซึ่งเวลาผ่านไปเกือบ 2 สัปดาห์เรื่องยังเงียบ คนก่อเหตุก็ยังลอยนวล ตนเองจึงตัดสินใจส่งคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้สื่อมวลชน เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากตอนนี้ตนเองได้รับความเดือดร้อน ธุรกิจดำเนินการต่อไม่ได้ ลูกน้องเกิดความกลัวไม่กล้ามาทำงาน ขาดรายได้ช่วงปีใหม่กว่า 1 แสนบาท

ขณะที่ ส่วนที่สถานีตำรวจภูธรภูเวียง นายไหม พรมเมืองขวา ผู้ก่อเหตุ พร้อมด้วยลูกสาว ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ภูเวียง เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม พร้อมรับทราบข้อกล่าวหา โดยมี พ.ต.อ.ไพโรจน์ ไตรธรรม ผกก.สภ.ภูเวียง ร่วมสอบปากคำเพิ่มเติมด้วย

ทั้งนี้ นายไหม รับสารภาพว่า ตนเองเป็นชายที่ก่อเหตุตามคลิปดังกล่าวจริง เนื่องจากไม่พอใจที่สั่งซื้อหมูป่าเพื่อจะนำไปทำอาหารเลี้ยงฉลองปีใหม่กับเพื่อนๆ แต่กลับไม่ได้หมูป่าตามที่สั่งไว้ ทั้งๆที่ได้สั่งซื้อกับลูกจ้างของฟาร์มไว้ล่วงหน้ากว่า 1 เดือน ที่ผ่านมาตนเคยเป็นผู้ดูแลฟาร์มแห่งนี้ให้กับนายวิทยามาไม่น้อยกว่า 5 ปี จึงกลับไปนั่งดื่มฉลองช่วงปีใหม่กับเพื่อนๆ แต่ในระหว่างนั่งดื่มก็ครุ่นคิดถึงเรื่องที่ฟาร์มไม่ขายหมูป่าให้อยู่ตลอดเวลา ประกอบกับบรรดาเพื่อนๆ ก็ถามว่า ไหนบอกจะเอาหมูมาย่างให้กิน ก็ยิ่งทำให้ตนเองรู้สึกเหมือนถูกดูถูกเหยียดหยาม พอตกค่ำจึงตัดสินใจขับรถยนต์กระบะมาที่ฟาร์มเพียงลำพัง ก่อนจะเดินลงจากรถพร้อมอาวุธปืน ขนาด.38 ที่ซื้อมาในราคา 500 บาท ตั้งแต่สมัยที่ยังรับจ้างเป็นลูกจ้างของฟาร์ม ก่อนถามเรื่องการสั่งซื้อหมูแล้วไม่ได้ จึงยิงปืนข่มขู่และได้ยิงไปถูกถังใส่เนื้อและแก้วดื่มน้ำสแตนเลส

 

“ยืนยันว่า เป็นเพียงการยิงข่มขู่ด้วยความโมโห ไม่มีเจตนาจะยิงใส่ใครให้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เพราะหากจะหวังเอาชีวิตใคร คงยิงปืนใส่ไปแล้ว และหลังก่อเหตุตนเองได้วางอาวุธปืนไว้ท้ายกระบะ ก่อนจะหล่นหายไป ส่วนเรื่องเงินค่าทำขวัญที่ผู้เสียหายเรียกร้องนั้น ยืนยันว่า ไม่สามารถให้ได้ตามที่ร้องขอ หากจะให้ขอโทษก็ทำได้เพราะไม่ได้ติดใจ หรือคิดว่าจะไประราน ข่มขู่ หรือก่อกวนทางฟาร์มแล้ว” ผู้ก่อเหตุ ระบุ

 

ด้าน พ.ต.อ.ไพโรจน์ ไตรธรรม ผกก.สภ.ภูเวียง กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุ จำนวน 6 ข้อหา คือ 1.บุกรุกในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธปืน 2.ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการ ไม่กระทำการ โดยทำให้กลัวว่า จะเกิดอันตรายโดยมีอาวุธปืน 3.ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว 4.มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.พกพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และ 6.ยิงปืนโดยใช่เหตุในหมู่บ้านหรือชุมชน ซึ่งผู้ก่อเหตุ ได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งผู้ต้องหาสามารถใช้สิทธิในการยื่นประกันตัวได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง