รีเซต

ตลท.ปรับเข้มกำกับดูแลบจ. ยกระดับเกณฑ์เตือนผู้ลงทุน

ตลท.ปรับเข้มกำกับดูแลบจ. ยกระดับเกณฑ์เตือนผู้ลงทุน
ทันหุ้น
21 กุมภาพันธ์ 2567 ( 11:40 )
13
ตลท.ปรับเข้มกำกับดูแลบจ. ยกระดับเกณฑ์เตือนผู้ลงทุน

#ตลท. #ทันหุ้น - ตลท. ยกระดับการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การเข้าจดทะเบียน การดำรงสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียน ตลอดจนการเพิกถอน เริ่มทยอยมีผลใช้บังคับ 25 มีนาคม 2567 ประเมินเบื้องต้นหากปรับเกณฑ์เครื่องหมาย C แบบใหม่ CB CS CC และ CF คาดมี 50 บริษัท ถูกขึ้นเครื่องหมาย จากเดิม 19 บริษัท


นางสาวปวีณา  ศรีโพธิ์ทอง  รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานกำกับตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท.เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ร่วมกับสำนักงาน ก.ล.ต. ศึกษาทบทวนและปรับปรุงเกมต่างๆ ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ล่าสุดได้มีการปรับปรุงเกณฑ์เพื่อยกระดับการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียนทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การเข้าจดทะเบียน การดำรงสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียน ตลอดจนการเพิกถอน เพื่อเพิ่มคุณภาพบริษัทจดทะเบียน พร้อมทั้งเพิ่มการเปิดเผยข้อมูลและการเตือนผู้ลงทุน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเสถียรภาพให้กับตลาดทุนไทย


ปรับ 4 เกณฑ์ใหม่

หลังจากที่ได้มีการเปิดเผยรายชื่อผู้ถือหลักทรัพย์ให้แก่ผู้ลงทุนมีข้อมูลมากขึ้น ซึ่งได้มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา รวมถึงจะมีการปรับปรุงพิจารณาคุณสมบัติ Backdoor Listing และ Resume Trading ให้เทียบเท่า New Listingโดยตลาดหลักทรัพย์ได้ปรับปรุงเกณฑ์ 4 เรื่องสำคัญ ดังนี้


1. ปรับปรุงคุณสมบัติของบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนทั้ง SET และ mai โดยเพิ่มมูลค่ากำไร (Profit) บริษัทจดทะเบียนที่อยู่ใน SET หุ้น เกณฑ์ใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 75 ล้านบาท จากกำไรปีล่าสุดที่ 30 ล้านบาท โดยรวมกำไร 2-3 ปี ปรับเกณฑ์ใหม่เป็น 125 ล้านบาท จากเดิมที่ 50 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือ(Equity) จากเดิม 300 ล้านบาท เกณฑ์ใหม่เป็น 800 ล้านบาท ทางด้าน Paid-Up โดยเกณฑ์ใหม่จะปรับลดลงเหลือ 100 ล้านบาท จากเดิม 300 ล้านบาท เนื่องจากมองว่าผลประกอบการจะสะท้อนที่ มูลค่ากำไรและส่วนของผู้ถือหุ้น มากกว่า Paid-Up

ทางด้านบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ใน mai  เกณฑ์ใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 25 ล้านบาท จากกำไรปีล่าสุดที่ 10 ล้านบาท โดยรวมกำไร 2-3 ปี ปรับเกณฑ์ใหม่เป็น 40 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือ (Equity) จากเดิม 50 ล้านบาท เกณฑ์ใหม่เป็น 100 ล้านบาท ทางด้าน Paid-Up โดยเกณฑ์ใหม่จะอยู่ที่ 50 ล้านบาท คงเดิม ซึ่งมีผลใช้บังคับวันที่ 1 มกราคม 2568เพื่อให้บริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนและผู้ที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามเกณฑ์ใหม่ได้


*ยกระดับการเตือน

2. ยกระดับการเตือนผู้ลงทุน จะแสดงด้วยเครื่องหมายที่แตกต่างกันตามแต่ละเหตุ ซึ่งเครื่องหมายใหม่นี้จะทดแทนเครื่องหมาย C (Caution) ในปัจจุบันด้วย แบ่งออกเป็น CB CS CC และ CF -เครื่องหมาย CB กรณีบริษัทจดทะเบียนมีความเสี่ยงด้านฐานะการเงินมี Equity น้อยกว่า 50% ของทุนชำระแล้ว หรือศาลรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ ล้ม ละลาย มีหน่วยงานทางการสั่งแก้ไขฐานะการเงินและการดำเนินงาน มีรายได้จากการดำเนินงานน้อยกว่า 50 ล้านบาทขึ้นไป สำหรับบริษัทที่อยู่ในตลาด mai และน้อย 100 ล้านบาทขึ้นไป สำหรับบริษัทที่อยู่ใน SET หรือเป็นบริษัทที่มีผลขาดทุนต่อเนื่องติดต่อกัน 3 ปี จน Equity น้อยกว่า ทุนชำระแล้วและมีการผิดนัดชำระหนี้กับสถาบันการเงินหรือตราสารหนี้


โดยความหมายของเครื่องหมาย ต่างๆ ได้แก่ เครื่องหมาย CS กรณีผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงิน หรือ ถูก ก.ล.ต.สั่ง แก้งบหรือทำ Special Audit, เครื่องหมาย CC กรณีบริษัทจดทะเบียน มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ได้แก่ เป็น Cash Company หรือ Audit Committee ไม่ครบถ้วน (ปรับจากเครื่องหมาย NP), เครื่องหมาย CF มาจากบริษัทที่ Free Float เป็นไปตามเกณฑ์ (15% - 150 ราย)


และเครื่องหมาย NP อยู่ระหว่างกระบวนการ Backdoor Listing หรือไม่จัด Opportunity Day ภายใน 1 ปี หลังจากเข้าจดทะเบียน โดย Backdoor Listing รับเฉพาะบริษัทที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ Profit หรือ Infra (ไม่รับด้วย Market Cap.) ขึ้น SP ในกรณีที่บริษัทไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์จนกว่าบริษัทจะแก้ไขได้และ SP เดือน 2 ปีจะถูกเพิกถอน


“เบื้องต้นประเมินว่าหากมีเพิ่มเครื่องหมายใหม่อาจจะมีบริษัทจดทะเบียน ที่เข้าข่ายถูกขึ้นเครื่องหมายเพิ่มเป็น 50 บริษัท จากปัจจุบันที่มีบริษัทถูกขึ้นเครื่องหมาย C อยู่จำนวน 19 บริษัท” นางสาวปวีณา กล่าว


3. เพิ่มเหตุเพิกถอนกรณีบริษัทจดทะเบียนไม่มีธุรกิจต่อเนื่องหลายปี หรือไม่สามารถแก้ไข Free Float ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทจดทะเบียนมีคุณภาพเหมาะสมที่จะเป็นบริษัทจดทะเบียน และ4. เพิ่มความเข้มข้นในการพิจารณาคุณสมบัติบริษัทที่เข้าจดทะเบียนโดยอ้อม (Backdoor Listing) และกรณีย้ายกลับมาซื้อขายหลังแก้ไขเหตุอาจถูกเพิกถอน (Resume Trading) ให้เทียบเท่ากับการเข้าจดทะเบียนใหม่ (New Listing) เพื่อให้บริษัทจดทะเบียนมีคุณภาพใกล้เคียงกัน โดยการปรับปรุงในข้อ 2–4 จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง