"เอสซีจีเซรามิกส์" เผยโควิดกระทบรายได้บริษัท เร่งออกผลิตภัณฑ์ใหม่เจาะกลุ่มสุขภาพ

"เอสซีจีเซรามิกส์" เผยโควิดกระทบรายได้บริษัท เร่งออกผลิตภัณฑ์ใหม่เจาะกลุ่มสุขภาพ
มติชน
22 กรกฎาคม 2563 ( 15:30 )
76
"เอสซีจีเซรามิกส์" เผยโควิดกระทบรายได้บริษัท เร่งออกผลิตภัณฑ์ใหม่เจาะกลุ่มสุขภาพ

“เอสซีจีเซรามิกส์” เผยโควิดกระทบรายได้บริษัท เร่งออกผลิตภัณฑ์ใหม่เจาะกลุ่มสุขภาพ ยันยังลงทุนเท่าเดิม

นายนำพล มลิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ คอตโต เปิดเผยว่า คาดว่ารายได้ในปี 63 จะลดลงราว 10-15% จากปีก่อน จากผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งกดดันรายได้ของบริษัทและกดดันต่อตลาดกระเบื้องในประเทศที่หดตัวลงแรงในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้รายได้ไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ที่ 10-15% หลังจากที่รายได้ในช่วงครึ่งปีแรกได้หดตัวลง 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นายนำพลกล่าวว่า คาดว่าตลาดรวมกระเบื้องจะทยอยฟื้นตัวกลับมาในช่วงครึ่งปีหลัง หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศเริ่มคลี่คลาย และมีการผ่อนคลายล็อกดาวน์มาอยทางต่อเนื่อง จะเห็นได้จากยอดขายของผู้ประกอบการในตลาดและยอดขายของบริษัทในช่วงเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงแรกของการผ่อนคลายล็อกดาวน์เริ่มกลับมา จากการอัดอั้นในการซื้อช่วงล็อกดาวน์เกือบ 2 เดือน ทั้งกลุ่มลูกค้าครัวเรือน และกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ที่กลับมาสั่งซื้อกระเบื้อชเซารามิคเพื่อนำมาปรับปรุงบ้านของลูกค้าครัวเรือน และการกลับมาเร่งการก่อสร้างโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ซึ่งบริษัทคาดว่ายอดขายในช่วงครึ่งปีหลังจะค่อยๆฟื้นกลับมา หากไม่มีปัจจัยกาพร่ระบาดโควิด-19 รอบสองเกิดขึินในประเทศ

“ยอดขายในช่วงครึ่งปีหลังของตลาดกระเบื้องและยอดขายของบริษัทจะยังคงหดตัวอยู่แต่หดตัวไม่ถึง 10% เพราะภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศแม้ว่บจะค่อยๆฟื้นตัว แต่กำลังซื้อยังคงชะลอตัวอยู่ และกลุ่มลูกค้าหลักที่เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ยังคงชะลอการเปิดโครงการใหม่ ทำให้ไม่มีงานใหม่ที่เพิ่มความต้องการซื้อกระเบื้องเซรามิคเข้ามาเสริม ขณะเดียวการส่งออกไปขายในต่างประเทศยังมีความติดขัดอยู่บ้าง เพราะบางประเทศยังปิดการเดินทางเข้าประเทศอยู่ โดยเฉพาะประเทศอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น ที่มีการกลับมาระบาดโควิด-19 รอบสอง และด่านชายแดนใน CLM ซึ่งเป็นประเทศส่งออกหลักของบริษัทที่แม้ว่าจะกลับมาเปิดด่านชายแดนแล้ว แต่การส่งสินค้าไปจำหน่ายยังไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ภาพตลาดและภาพรวมของบริษัทในระยะสั้นยังไม่สามารถกลับมาเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และมองว่ามูลค่ารวมของตลาดกระเบื้องในปี 63 จะลดลงเหลือ 2.8-3.2 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนที่ 3-3.5 หมื่นล้านบาท”นายนำพลกล่าว

นายนำพลกล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่เหนือความคาดหมาย ตั้งแต่ไตรมาสแรกที่เจอกับภัยแล้ง ทำให้ชะลอการซื้อไปต้นปี และยังเจอกับโควิด-19 ตั้งแต่ปลายไตรมาส 1/63 มาถึงปัจจุบัน ซึ่งกดดันทั้งตลาด ทำให้ปีนี้เผชิญกับความท้าทายมาก ซึ่งไตรมาส 2/63 ก็คงเป็นไตรมาสที่หนักที่สุด และหากไม่เกิดการแพร่ระบาดรอบสองมองว่าก็ค่อยๆฟื้นตัวขึ้น แต่อาจจะไม่เร็ว และยังไม่สามารถประเมินได้ชัดว่าจะฟื้นกลับมาแน่ๆเมื่อไหร่ อาจจะปลายปี 64 ไปเลย เพราะต้องรอวัคซียโควิด-19 ออกมาใช้จริง ทำให้ทุกอย่างกลับมาสู่ภาวะปกติ

นายนำพล กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์การขายในช่วงครึ่งปีหลังยังคงเน้นไปที่ความสามารถในการเข้าถึงสินค้าได้จากหลากหลายช่องทางทั้งร้านผู้แทนจำหน่าย คลังเซรามิค และช่องทางออนไลน์ โดยปัจจุบันบริษัทยังได้ร่วมมือกับร้านโมเดิร์นเทรดเพื่อช่วยกระตุ้นการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ด้วย ซึ่งในช่วงที่หน้าร้านปิดทำการ บริษัทสามารถทำยอดขายผ่านทางช่องทางดังกล่าวโดยรวมโตขึ้นถึง 300% ด้านคลังเซรามิคมียอดขายสูงกว่าเป้าหมายในทุกเดือน ขณะที่ร้านผู้แทนจำหน่ายส่วนใหญ่ยังมียอดขายทรงตัว แต่เริ่มเห็นยอดขบยจากร้านค้าผู้แทนจำหน่ายค่อยๆฟื้นกลับมาบ้างเล็กน้อยแล้ว พร้อมกับนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆในกลุ่ม “Health and Clean” เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการปรับแต่งพื้นที่อยู่อาศัยให้เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี ปลอดภัย สะอาดไร้กังวลและสร้างความอุ่นใจในการอยู่อาศัย

นายนำพลกล่าวว่า สำหรับงบลงทุนของบริษัทยังคงไว้ที่ 350-400 ล้านบาท โดยที่ใช้ไปแล้วในครึ่งปีแรกกว่า 100 ล้านบาท และงบส่วนที่เหลือบริษัทยังคงนำมาใช้อย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลังสำหรับการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร การบริหารจัดการต้นทุนพลังงาน และและการขยายสาขาของบริษัท ส่วนการใช้กำลังการผลิตโรงงานของบริษัทได้กลับมาเพิ่มขึ้นเป็น 60-70% แล้ว หลังจากช่วงล็อกดาวน์ใช้กำลังการผลิตลดลงเหลือ 50% ซึ่งหากแนวโน้มตลาดกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นมองว่ากำลังการผลิตจะค่อยๆกลับมาเพิ่มขึ้นตาม แต่อย่างไรก็ตามบริษัทยังต้องมีการควบคุมต้นทุนต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายลง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง