ลุ้น KBANK จัดปันผลสูง จับตา GULF ลุยต่อเนื่อง

#KBANK #ทันหุ้น - วงในลือ GULF เดินหน้าซื้อ KBANK หวังเงินปันผล จับตาช่วงปิดสมุดทะเบียนมีนาคมนี้ กูรูมองโอกาสปันผลครึ่งปีหลัง 10.30 บาทต่อหุ้น ได้ยิลด์ 5.4% มองปีนี้ยังคุมคุณภาพสินเชื่อ ตั้งเป้าขยายสินเชื่อเพียง 0–2% เคาะ “เก็งกำไร” เพื่อรับเงินปันผล ส่วนราคาหุ้นใกล้มูลค่าพื้นฐานปี 2569 ที่ 190 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในแวดวงตลาดทุนไทยกำลังกล่าวถึง บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ว่ากำลังเดินหน้าเก็บหุ้น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK อย่างต่อเนื่อง จากที่ล่าสุด GULF ได้แจ้งสัดส่วนการถือหุ้น KBANK เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ที่มีหุ้นอยู่ราว 5.034% ท่ามกลางจุดที่ต้องติดตามคือการปิดสมุดทะเบียนของ KBANK ในช่วงเดือนมีนาคมว่า จะมีรายชื่อ GULF ถือหุ้น KBANK อยู่เท่าไหร่
อย่างไรก็ดีวงการมองว่าการที่ GULF เก็บ KBANK อย่างต่อเนื่อง เพราะเห็นว่ามีโอกาสที่ KBANK จะประกาศปันผลสูง ซึ่งจะทำให้ GULF ได้รับประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนจากการถือหุ้นที่สูง แต่ในการเก็บหุ้น GULF ยังไม่ถึงขั้นที่จะเข้าไปบริหารได้ ส่วนหนึ่งติดเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย
นายตฤณ สิทธิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัดเปิดเผยว่า ผลตอบแทนผู้ถือหุ้น KBANK มีแนวโน้มรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับ 50–60% ของกำไรสุทธิ โดยคาดว่าการจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 2568 จะอยู่ที่ประมาณ 10.3 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 5.4% และสำหรับปี 2569 คาดปันผลเพิ่มเป็น 12.6 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็น Dividend Yield ประมาณ 6.7% ซึ่งยังคงเป็นจุดเด่นเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่
@ แนวโน้ม KBANK
ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ในปี 2569 จะยังคงมุ่งเน้นการควบคุมคุณภาพสินเชื่อมากกว่าการขยายตัวเชิงปริมาณ โดยธนาคารตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อในระดับ 0–2% สะท้อนท่าทีระมัดระวังท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน
“นโยบายการปล่อยสินเชื่อยังคงมีความเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงต่ำ ได้แก่ ลูกค้าที่มีรายได้ประจำสูง ลูกค้าเดิมที่มีประวัติการชำระหนี้ดี และสินเชื่อที่มีหลักประกันเป็นหลัก เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อจำกัดความผันผวนของคุณภาพพอร์ตในระยะยาว”
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารตั้งเป้าควบคุมสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่เกิน 3.25% ใกล้เคียงปี 2568 พร้อมเดินหน้าบริหารจัดการหนี้เสียเดิมผ่านการขายให้กับ JK AMC ส่งผลให้โครงสร้างสินทรัพย์มีความแข็งแรงมากขึ้น ขณะที่ Coverage Ratio ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ระดับ 156% ซึ่งถือว่าเพียงพอและเหมาะสมกับลักษณะพอร์ตของธนาคาร
“ระดับเงินสำรองดังกล่าวช่วยเปิดโอกาสให้ KBANK สามารถทยอยลดการตั้งสำรองหนี้สูญในปีนี้ เพื่อนำมาชดเชยแรงกดดันจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่มีแนวโน้มปรับลดลง รวมถึงรายได้จากการลงทุนที่ชะลอตัว โดยยังคงรักษาเสถียรภาพของงบดุลได้”
สำหรับปี 2569 หยวนต้าคาด KBANK จะมีกำไรสุทธิประมาณ 50,690 ล้านบาท เติบโต 2.3% จากปีก่อน (YoY) แม้การเติบโตยังอยู่ในระดับจำกัด แต่ได้รับแรงหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและธุรกิจประกันชีวิต รวมถึงแนวโน้มค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ทยอยลดลงหลังจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีในช่วงที่ผ่านมา
แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” เพื่อรับเงินปันผลเป็นหลัก ส่วนราคาหุ้นปัจจุบันใกล้เคียงมูลค่าพื้นฐานปี 2569 ที่ 190 บาท และมี Upside จำกัดในระยะสั้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
