SSPลั่นงบไตรมาส1/69ดีด ทุ่ม2.3หมื่นล้านลงทุน5ปี

#SSP #ทันหุ้น - SSP คาดผลดำเนินงานไตรมาส 1/2569 โต จากยอดขายไฟเพิ่ม หลังปรับปรุงประสิทธิภาพ-COD เพิ่ม ปักธงปี 2569 รายได้ทะยานต่อเนื่องจากปี 2568 อานิสงส์บุ๊ก “LEO 2”-SPN โฉมใหม่เต็มปี พร้อมรับอานิสงส์ดอกเบี้ยลง หนุนต้นทุนการเงินลด วางงบลงทุน 5 ปี 2.3 หมื่นล้านบาท ปูทางต่อยอดผลิตไฟฟ้าใน-ต่างประเทศเต็มสูบ ด้านโบรกเกอร์ มองธุรกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง แนะ ซื้อ
นายชยุตม์ หลีหเจริญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP เปิดเผยว่า บริษัทคาดแนวโน้มผลดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 น่าจะปรับตัวดีกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต (Repowering) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) ประกอบกับมีการรับรู้โครงการใหม่ในต่างประเทศที่เปิดผลิตเชิงพาณิชย์เพิ่มเติม ส่งผลให้ปริมาณขายไฟฟ้าขยายตัวมากขึ้น
@มั่นใจงบปี 69 โต
ทั้งนี้ ปัจจุบัน SSP มีกำลังผลิตไฟฟ้า ณ สิ้นปี 2568 รวมราว 367 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โครงการโซลาร์ฟาร์มและการผลิตไฟฟ้าจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคา (รูฟท็อป) รวมอยู่ที่ราว 72%, โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม (วินด์ฟาร์ม) อีก 25% และที่เหลือมาจากโครงการส่วนอื่นๆ
สำหรับผลประกอบการทั้งปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตต่อเนื่องจากปี 2568 ที่มีรายได้ประมาณ 3.26 พันล้านบาท เพราะได้แรงสนับสนุนจากโซลาร์ฟาร์มในส่วนของ SPN เข้าเพิ่มเติม รวมทั้งจะมีการเปิดโครงการโซลาร์ฟาร์มภายใต้ชื่อ LEO 2 ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 22 เมกะวัตต์ในประเทศญี่ปุ่นช่วงในไตรมาส 4/2568 ที่ผ่านมา ซึ่งจะเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าโดยรวมให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งบริษัทยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ดี ทิศทางดอกเบี้ยที่อ่อนตัว ประกอบกับทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี และมีผลตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งในส่วนนี้บริษัทเองก็ได้ผลดีเช่นกัน เพราะจะช่วยทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยในส่วนวงเงินสินเชื่อในประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยปรับตัวลดลง จากเดิมมีวงเงินส่วนดังกล่าวราว 3 พันล้านบาท ตลอดจนทำให้ต้นทุนการเงินรวมดียิ่งขึ้นอีกทางหนึ่ง
@ควักงบต่อยอดไฟฟ้า
นายชยุตม์ กล่าวว่า บริษัทตั้งงบลงทุน 5 ปี (ปี 2569 -2573) ประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท รองรับการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ คิดเป็นกำลังผลิตรวมอีกไม่ต่ำกว่า 400 เมกะวัตต์ อาทิ โรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศฟิลิปปินส์ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 150 เมกะวัตต์, โรงไฟฟ้าแปรรูปขยะชุมชนในไทย จำนวน 2 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 19.8 เมกะวัตต์ เพื่อขยายฐานธุรกิจไฟฟ้าเพิ่มเติม รวมทั้งสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวต่อไป
ขณะเดียวกันประชุมคณะกรรมการบริษัทฯในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติจ่ายปันผลสำหรับงวดผลการดำเนินงานในปี 2568 เป็นเงินสดในอัตรา 0.205 บาทต่อหุ้น เตรียมขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นในงาน AGM วันที่ 27 เมษายน 2569 และขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 กำหนดจ่ายเงินวันที่ 21 พฤษภาคม 2569
ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้น SSP เนื่องจากคาดผลประกอบการได้ผ่านพ้นช่วงต่ำสุดในปี 2568 มาแล้ว และน่าจะได้เห็นแนวโน้มธุรกิจฟื้นตัวต่อเนื่องหลังจากนี้ โดยในระยะสั้น ฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรปกติในไตรมาส 1/2569 ยังโตจากไตรมาสก่อนหน้า และภาพใหญ่ 1-2 ปีข้างหน้ายังเห็นการเติบโตต่อเนื่อง ผลจากการเริ่มรับรู้กำลังการผลิตใหม่ๆ ที่มีในมือ ซึ่งราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside เปิดกว้าง จึงมองเป็นโอกาสลงทุนในระยะยาว ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น SSP
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
