รีเซต

"เนสท์เล่" จ่อขายแบรนด์วิตามิน อาหารเสริม 3.2 หมื่นล้าน

"เนสท์เล่" จ่อขายแบรนด์วิตามิน อาหารเสริม 3.2 หมื่นล้าน
TNN ช่อง16
3 กันยายน 2569 ( 13:55 )
2

รอยเตอร์ รายงานว่า Nestlé กลุ่มธุรกิจอาหารรายใหญ่จากสวิตเซอร์แลนด์ ตกลงขายธุรกิจวิตามิน แร่ธาตุ และอาหารเสริมในตลาดทั่วไป ให้แก่ Yellow Wood Partners บริษัทไพรเวตอิควิตีจากสหรัฐฯ ด้วยมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 32,000 ล้านบาท

ข้อตกลงครั้งนี้ครอบคลุมแบรนด์ทั้งหมด 7 แบรนด์ เช่น Nature’s Bounty, Osteo Bi-Flex, Ester-C รวมถึงธุรกิจผลิตอาหารเสริมภายใต้แบรนด์ของผู้ค้าปลีกในสหรัฐฯ ตลอดจนโรงงาน บรรจุภัณฑ์ คลังสินค้า และเครือข่ายจัดจำหน่ายที่เกี่ยวข้อง

Nestlé ระบุว่า กลุ่มธุรกิจที่ขายออกไปสร้างยอดขายรวม 1,200 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 38,000 ล้านบาทในปี 2025 โดยคาดว่าธุรกรรมจะแล้วเสร็จภายในครึ่งแรกของปี 2027 หลังได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

การขายกิจการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ปรับพอร์ตภายใต้การบริหารของ Philipp Navratil ซึ่งรับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nestlé มาแล้วหนึ่งปี โดยบริษัทต้องการจัดสรรเงินทุนและทรัพยากรไปยังธุรกิจที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันมากกว่า

ก่อนหน้านี้ Nestlé ลดการถือครองโดยตรงในธุรกิจไอศกรีมและน้ำดื่ม ผ่านการจัดตั้งกิจการร่วมค้า เพื่อทำให้โครงสร้างธุรกิจกระชับและเร่งการเติบโต แนวทางนี้คล้ายกับบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่อย่าง Unilever และ Reckitt ที่ทยอยขายแบรนด์ซึ่งไม่ใช่ธุรกิจหลักออกจากพอร์ต

Nestlé เคยซื้อหลายแบรนด์ในข้อตกลงมูลค่า 5,750 ล้านดอลลาร์จาก The Bountiful Company เมื่อปี 2021 รวมถึง Nature’s Bounty อย่างไรก็ตาม ราคาขาย 1,000 ล้านดอลลาร์ในครั้งนี้ไม่ควรนำไปเปรียบเทียบตรงกับมูลค่าการซื้อเดิม เนื่องจาก Nestlé ไม่ได้ขายทรัพย์สินทั้งหมดที่ซื้อมาในครั้งนั้น

บริษัทจะยังเก็บ Solgar ซึ่งเป็นแบรนด์อาหารเสริมระดับพรีเมียมไว้ในพอร์ต สะท้อนว่า Nestlé ไม่ได้ถอนตัวจากตลาดวิตามินและอาหารเสริม แต่กำลังลดบทบาทในตลาดสินค้าทั่วไป ซึ่งแข่งขันกันสูงด้านราคา และหันไปเน้นสินค้าพรีเมียมที่ใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน สามารถสร้างความแตกต่างและทำกำไรได้สูงกว่า

ด้าน Yellow Wood Partners มีแผนนำแบรนด์ที่ซื้อมาแยกดำเนินงานเป็นธุรกิจอิสระ เพื่อให้ตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การทำตลาด และการขยายช่องทางจำหน่าย บริษัทเคยซื้อธุรกิจจากผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่มาแล้วหลายครั้ง รวมถึงแบรนด์ลิปบาล์ม ChapStick  และกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงาม Elida Beauty  ของ Unilever

ดีลนี้จึงสะท้อนการแข่งขันรูปแบบใหม่ในตลาดสุขภาพ เมื่อบริษัทขนาดใหญ่เลือกถือครองเฉพาะแบรนด์ที่มีความได้เปรียบและสร้างมูลค่าเพิ่มสูง ขณะที่กองทุนไพรเวตอิควิตีเข้ามารับช่วงแบรนด์ตลาดแมส เพื่อนำไปปรับโครงสร้างและเร่งการเติบโตในฐานะธุรกิจอิสระ 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง