'คกก.คุมเหล้า' ส่งหนังสือ ผวจ.ทั่วปท. เข้มมาตรการลดความเสี่ยงโควิด-19

'คกก.คุมเหล้า' ส่งหนังสือ ผวจ.ทั่วปท. เข้มมาตรการลดความเสี่ยงโควิด-19
มติชน
12 เมษายน 2563 ( 17:41 )
114
4
'คกก.คุมเหล้า' ส่งหนังสือ ผวจ.ทั่วปท. เข้มมาตรการลดความเสี่ยงโควิด-19

คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งหนังสือผู้ว่าราชการจังหวัด ขอความร่วมมือนักดื่มเข้มมาตรการลดความเสี่ยงโรคโควิด-19

กรมควบคุมโรค- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้ลงนามในหนังสือขอความร่วมมือดำเนินการตามมาตรการสำคัญในการป้องกัน และลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัด/กรุงเทพมหานคร เพื่อขอให้ทุกจังหวัดดำเนินการอย่างเข้มงวดตามคำสั่งจังหวัด และขอความร่วมมือประชาชนทั่วประเทศ ดำเนินการตามมาตรการในการป้องกันและลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว

นพ.สุวรรณชัย เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 อันเนื่องจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด-19 และมีข้อกำหนดสำคัญหลายมาตรการ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน เช่น มาตรการห้ามชุมนุม การทำกิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ และมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อย การรวมกลุ่มชุมนุมหรือมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค โดยจังหวัดได้สั่งงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นมาตรการที่จะช่วยลดการรวมกลุ่มชุมนุม หรือมั่วสุมกันในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ของโรคดังกล่าวได้

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า กรมควบคุมโรค ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงขอความร่วมมือดำเนินการตามมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมี 2 มาตรการสำคัญ คือ มาตรการประชาสัมพันธ์ และมาตรการสำหรับสถานพยาบาล ดังนี้ มาตรการประชาสัมพันธ์

1.กลุ่มประชาชนทั่วไป ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะภาวะพิษของแอลกอฮอล์ ซึ่งมีพิษทั้งทางตรงและทางอ้อมต่ออวัยวะภายในร่างกายหลายระบบ และจะทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายลดลง เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อทางเดินหายใจ

2.กลุ่มผู้ดื่มสุรา แนะนำให้ลด ละ เลิกการดื่มสุรา เนื่องจากพิษของสุรามีทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง หากติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อาจมีอาการติดเชื้อรุนแรงกว่าคนในภาวะปกติ และหากตั้งใจหยุดดื่มสุรา ให้หลีกเลี่ยงสถานการณ์หรือสถานที่ และปัจจัยแวดล้อมที่สนับสนุนการดื่ม ให้คิดเสมอว่าในสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ การใช้จ่ายในครอบครัวควรใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและไม่บั่นทอนสุขภาพ

3.กลุ่มผู้มีปัญหาการดื่มสุราหรือผู้ติดสุรา แนะนำค่อยๆ ลดปริมาณการดื่มสุราลง เพื่อป้องกันอันตรายจากการหยุดดื่มกะทันหัน และควรมีการประเมินความเสี่ยงภาวะถอนพิษสุราของตนเอง โดยโทรสอบถามสถานพยาบาลที่ใกล้บ้านหรือที่รักษาประจำ สังเกตอาการของตนเอง เช่น มือสั่น คลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว กระวนกระวาย อีกทั้งดูแลกิจวัตรประจำวันปกติ ได้แก่ การล้างมือ การทำความสะอาดร่างกาย รับประทานอาหารให้อิ่มเพื่อลดการอยากดื่มสุรา การพักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงการรับประทานยาตามแผนการรักษาหากป่วยด้วยโรคอื่น เพื่อป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อนจากไวรัสโควิด-19

4.ญาติ ผู้ใกล้ชิด หรือผู้ดูแล สังเกตอาการ กรณีถ้าผู้ที่หยุดดื่มกะทันหัน หากมีอาการมือสั่น อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว กระวนกระวาย สับสน ชัก มีภาวะหมดสติหรือวิกฤติฉุกเฉิน ให้รีบพาไปโรงพยาบาล เพื่อเข้ารับการรักษาโดยด่วน และการระวังการเกิดอุบัติเหตุหรืออันตรายในกรณีผู้ติดสุรามีภาวะชัก เช่น การล้มหรือการสำลักระหว่างการชัก

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า ส่วนมาตรการสำหรับสถานพยาบาล 1.จัดให้มีระบบประเมินความเสี่ยงและบำบัดรักษาภาวะถอนพิษสุราของผู้ติดสุรา 2.จัดระบบปรึกษาทางโทรศัพท์หรือออนไลน์ 3.จัดระบบให้รับยาใกล้บ้าน หรือระบบส่งยาเพื่อให้ผู้ป่วยไม่ขาดยา สำหรับผู้ป่วยติดสุราที่ต้องได้รับการรักษาต่อเนื่อง

“ขอความร่วมมือประชาชนทั่วประเทศ ดำเนินการตามมาตรการในการป้องกันและลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ดื่มสุราและผู้ติดสุรา เนื่องจากการดื่มสุราเป็นการเพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ รวมถึงการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และภาวะถอนพิษสุราก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตได้ โดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์นี้ ขอให้ประชาชนอยู่บ้าน ไม่ออกไปพบปะกลุ่มเพื่อนหรือสังสรรค์ดื่มสุรา เพราะเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด-19 ที่สำคัญอาจเกิดอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดจากความประมาท ขับรถเร็ว หรือเมาสุราได้ ทั้งนี้ สามารถโทรปรึกษาได้ที่ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา 1413 สายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือสายด่วนยาเสพติด 1165” นพ.สุวรรณชัย กล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง