สาวผู้ดีจ่อคุก2ปี แชทหยาบแค่คำเดียวกับรูมเมต ใครไปยูเออีพึงระวัง

สาวผู้ดีจ่อคุก2ปี แชทหยาบแค่คำเดียวกับรูมเมต ใครไปยูเออีพึงระวัง
ข่าวสด
4 กุมภาพันธ์ 2564 ( 14:39 )
38
สาวผู้ดีจ่อคุก2ปี แชทหยาบแค่คำเดียวกับรูมเมต ใครไปยูเออีพึงระวัง

สาวผู้ดีจ่อคุก2ปี - วันที่ 4 ก.พ. เดลีเมล์รายงานว่า เกิดเหตุหญิงพลเมืองสัญชาติอังกฤษ อายุ 31 ปี ถูกจับกุมที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี โดยถูกดำเนินคดีเนื่องจากใช้คำหยาบคาย 1 คำ ในการแชททางแอพพลิเคชั่นออนไลน์กับเพื่อนร่วมห้อง มีโทษสูงสุดถึงจำคุก 2 ปี

 

คดีดังกล่าวอ้างอิงถึงรายการสนทนาระหว่างเพื่อนร่วมห้องพักกับหญิงคนดังกล่าวเมื่อเดือนต.ค. 2563 โดยหญิงผู้ถูกกล่าวหานั้นอยู่อาศัยทำงานเป็นผู้จัดการใหญ่แผนกฝ่ายบุคคล ที่นครดูไบ มาตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งรายการสนทนาเผยให้เห็นว่าหญิงชาวอังกฤษพิมพ์คำว่า "ฟัค ยู" จำนวน 1 ครั้ง หลังทั้งคู่ทะเลาะกันเรื่องโต๊ะทานข้าวส่วนกลางว่าใครเป็นผู้แอบใช้ระหว่างมาตรการล็อกดาวน์

 

 

การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาปี 2019 หรือโควิด-19 ส่งผลให้หญิงชาวอังกฤษลาออกจากงานและตัดสินใจเดินทางกลับอังกฤษเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่หลังส่งกระเป๋าเดินทางและของใช้ทั้งหมดกลับอังกฤษไปแล้ว และกำลังนั่งลงบนเบาะที่นั่งเครื่องบินกลับมีตำรวจเข้าล็อกตัวไม่ให้กลับ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า เป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีอาญา

หลังถูกนำตัวมายังสถานีตำรวจ หญิงชาวอังกฤษพบว่า เพื่อมร่วมห้องชาวยูเครนเป็นผู้แจ้งความดำเนินคดีพร้อมหลักฐานบทสนทนาในแอพพลิเคชั่นวอตส์แอปป์ตั้งแต่เดือนต.ค. 2563 โดยเพื่อนร่วมห้องอ้างว่าได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจจากคำหยาบดังกล่าว

 

นอกจากนี้ โทษสูงสุดยังถึงขั้นจำคุก 2 ปี หรือปรับเป็นเงินมหาศาล หรือทั้งจำทั้งปรับด้วย แม้หญิงชาวอังกฤษพยายามอ้อนวอนขอให้ผู้แจ้งความถอนแจ้งความ แต่อดีตเพื่อนร่วมห้องกลับอ้างว่า ถอนแจ้งความไม่ได้ เพราะเข้าข่ายอาญาแผ่นดิน

หญิงชาวอังกฤษ ระบุว่า "ดิฉันไม่อยากเชื่อเลยว่ามีคนยุโรปนิสัยแบบนี้ได้ยังไง ฉวยโอกาสเอากฎหมายมาเล่นงานดิฉัน ทั้งๆ ที่เราเคยเป็นรูมเมตกันมาก่อน และเราก็ดีต่อกัน"

 

"ดิฉันไม่เคยทำอะไรผิดกฎหมายทั้งชีวิต แล้วก็รู้สึกตกใจมากกับการที่ต้องถูกดำเนินคดีเพียงแค่กับการสนทนาส่วนตัวในแอพออนไลน์กับคนที่รู้จักกัน"

"ที่แย่ไปกว่านั้นมันต้องมาเกิดขึ้นตอนนี้ ที่ดิฉันส่งของใช้ทุกอย่างกลับอังกฤษไปหมดแล้ว จองตั๋วเครื่องบินกลับเรียบร้อยแล้ว และวีซ่าของฉันก็กำลังจะหมดอายุด้วย ถึงเพิ่งมารู้ว่ามีคดีติดตัว"

 

"ดิฉันพยายามอ้อนวอนให้เค้าเข้าใจเพื่อถอนแจ้งความ แต่ท่าทางเค้าไม่แคร์ว่าดิฉันจะต้องลำบากอย่างไรบ้าง" หญิงชาวอังกฤษกล่าวตัดพ้อ

ด้านนางราด์ฮา สเตอร์ลิง ซีอีโอของศูนย์บุคคลผู้ถูกควบคุมตัวในยูเออีและดำเนินคดีนานาชาติ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการให้ความช่วยเหลือหญิงสาวผู้นี้ พร้อมเตือนไปยังผู้ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว และพำนักที่ยูเออี ว่าต้องระมัดระวังกฎหมายอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ของยูเออีให้มาก

 

"ยูเออีมีกฎหมายไซเบอร์ที่ล้วงลึกและเป็นต้นเหตุทำให้ชาวต่างชาติที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ถูกดำเนินคดีมาแล้วหลายครั้ง" และว่า "ผู้มาเยือนยูเออีทั้งหมดสามารถถูกจับกุม ควบคุมตัว ดำเนินคดี เนื่องจากการใช้คำหยาบคาย และการผรุสวาท ทั้งในและนอกยูเออี"

นางสเตอร์ลิง ระบุว่า ความเกินเลยของกฎหมายนี้ คือ การถูกใช้เป็นเครื่องมือของสามี ภรรยา เพื่อนร่วมงาน เพื่อนในชั้นเรียน เพื่อใช้แก้แค้นและกลั่นแกล้ง โดยเฉพาะฝ่ายที่เป็นผู้จุดชนวนทะเลาะวิวาทและหลอกล่อให้อีกฝ่ายโมโห โดยสามารถแจ้งความเอาผิดได้โดยไม่จำเป็นต้องรู้จักกัน

 

"เนื้อหาสามารถถูกแจ้งความได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นวาจา และถ้อยคำในโลกออนไลน์ ที่ผู้แจ้งความเอาผิดมองว่าหยาบคาย ยิ่งไปกว่านั้นการดำเนินคดีนั้นใช้เวลานาน ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงหลายแสนบาท และอาจส่งผลให้ต้องตกงาน และต้องโทษจำคุกในที่สุดด้วย" สเตอร์ลิง กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง