ธปท.ชี้ไทยได้จังหวะดอกเบี้ยต่ำ รองรับเศรษฐกิจโลกผันผวน

การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสำคัญทั่วโลกในช่วงปลายเดือนเมษายน 2569 เกิดขึ้นในจังหวะใกล้เคียงกัน ทั้งสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ยุโรป อังกฤษ และไทย สะท้อนภาพเศรษฐกิจโลกที่ยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากเงินเฟ้อและสถานการณ์ระหว่างประเทศ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทยมีมติคงอัตราดอกเบี้ยแบบเอกฉันท์ ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงดอกเบี้ยเช่นกัน แต่ผลโหวตออกมา 8 ต่อ 4 ซึ่งถือเป็นระดับความเห็นต่างสูงสุดในรอบกว่า 30 ปี นับตั้งแต่ปี 2535
เมื่อพิจารณารายละเอียดของเสียงโหวต พบว่า มีเพียง 1 เสียงที่เสนอให้ลดดอกเบี้ย ส่วนอีก 3 เสียงแม้สนับสนุนการคงดอกเบี้ย แต่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่เปิดช่องให้ลดดอกเบี้ยในอนาคต เนื่องจากยังกังวลเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มลดลงช้า
ข้อมูลจากตลาดการเงินยังชี้ว่า มุมมองของนักลงทุนเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่คาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2569 แต่หลังการประชุมล่าสุด หลายฝ่ายประเมินว่าอาจไม่มีการปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้
ในส่วนของไทย ธปท.มองว่าการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะการประชุมวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นจังหวะที่เอื้อต่อเศรษฐกิจ เนื่องจากเกิดขึ้นก่อนความตึงเครียดระหว่างประเทศในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เพียง 3 วัน ทำให้ระบบเศรษฐกิจมีเครื่องมือรองรับความผันผวนได้ในระดับหนึ่ง
ตัวเลขประมาณการล่าสุดยังระบุว่า อัตราเงินเฟ้อของไทยในปี 2569 และ 2570 กลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย หลังได้รับแรงหนุนจากราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้ทิศทางนโยบายการเงินในระยะต่อไปมีความสมดุลมากขึ้น
อีกประเด็นที่ต้องติดตาม คือทิศทางของเฟดในช่วงเปลี่ยนผ่านผู้นำ โดย Jerome Powell จะครบวาระในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 และมี Kevin Warsh เข้ารับตำแหน่งต่อ ท่ามกลางสถานการณ์ที่คณะกรรมการยังมีความเห็นแตกต่างกัน
ขณะเดียวกัน Powell ยืนยันว่าจะยังเข้าร่วมการประชุมต่อไปในฐานะกรรมการ จนกว่ากระบวนการตรวจสอบของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐจะสิ้นสุด ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่อาจส่งผลต่อบรรยากาศการตัดสินใจในระยะถัดไป
การประชุมเฟดครั้งถัดไปในวันที่ 16–17 มิถุนายน 2569 จึงเป็นจุดสำคัญที่ตลาดการเงินทั่วโลกติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะจะสะท้อนทิศทางดอกเบี้ยและความชัดเจนของนโยบายการเงินสหรัฐในช่วงครึ่งหลังของปี
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
