สะเทือน! "ทรัมป์" แบนโดรนรุ่นใหม่ เสี่ยงแพง–ตัวเลือกหาย

nbcnews รายงานว่า มาตรการจำกัดการนำเข้าโดรนจากต่างประเทศของรัฐบาลสหรัฐ ภายใต้การผลักดันของประธานาธิบดี Donald Trump กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่ออุตสาหกรรมโดรนในประเทศ หลัง Federal Communications Commission ประกาศห้ามโดรนต่างชาติรุ่นใหม่และชิ้นส่วนสำคัญเข้าสู่สหรัฐ โดยมีเป้าหมายเสริมความมั่นคงทางอุตสาหกรรมและความมั่นคงแห่งชาติ
มาตรการดังกล่าวทำให้ภาคธุรกิจที่พึ่งพาโดรนต้องหันไปเลือกใช้เฉพาะโดรนที่ผลิตในประเทศ หรือโดรนต่างชาติรุ่นเก่าที่วางจำหน่ายก่อนคำสั่งมีผล ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากมองว่าผลลัพธ์ในระยะสั้นอาจสร้างผลเสียมากกว่าผลดี เนื่องจากอุตสาหกรรมโดรนของสหรัฐยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศยังไม่ครบถ้วน และกำลังการผลิตยังไม่สามารถทดแทนสินค้านำเข้าได้ทันที
ข้อมูลจากแหล่งอุตสาหกรรมระบุว่า โดรนที่ใช้งานในสหรัฐราวร้อยละ 70–90 ผลิตในจีน และจีนครองส่วนแบ่งตลาดโดรนโลกเกือบร้อยละ 90 โดยแบรนด์รายใหญ่อย่าง DJI ครองตลาดโดรนเชิงพาณิชย์และผู้บริโภคในสหรัฐมากกว่า 2 ใน 3 การจำกัดการเข้าถึงโดรนจากจีนจึงส่งผลโดยตรงต่อผู้ใช้งานทั้งสายสมัครเล่นและธุรกิจ
โดรนไม่ได้ถูกใช้เพียงเพื่อการพักผ่อนหรือบันทึกภาพมุมสูงเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในภาคธุรกิจ ตั้งแต่การสำรวจสิ่งแวดล้อม การเกษตร ไปจนถึงงานด้านความปลอดภัยสาธารณะ ข้อมูลจาก Federal Aviation Administration ระบุว่า ณ ปี 2025 มีโดรนที่ขึ้นทะเบียนในสหรัฐมากกว่า 837,000 ลำ สะท้อนความสำคัญของเทคโนโลยีนี้ในระบบเศรษฐกิจ
แม้คำสั่งแบนจะมีการผ่อนผันระยะเวลาหนึ่งปีให้บางแบรนด์ยังสามารถวางจำหน่ายรุ่นใหม่ได้ แต่ผู้ประกอบการจำนวนมากมองว่าผลกระทบด้านราคาหลีกเลี่ยงได้ยาก เนื่องจากโดรนรุ่นใหม่มักมาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น ระบบอัตโนมัติที่แม่นยำขึ้น และต้นทุนต่อประสิทธิภาพที่ดีกว่า การไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้ธุรกิจต้องแบกรับต้นทุนสูงขึ้น
ในภาคความปลอดภัยสาธารณะ หน่วยงานจำนวนมากเคยเลือกใช้โดรนจาก DJI เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ภาคสนาม แม้จะมีผู้ผลิตในประเทศอย่าง Skydio ที่พัฒนาโดรนสำหรับงานกู้ภัยและความมั่นคง แต่การเปลี่ยนผ่านไปใช้ผลิตภัณฑ์ภายในประเทศอาจเพิ่มต้นทุนในระยะสั้น และต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ขณะที่กำลังการผลิตยังมีจำกัด
ข้อมูลจากอุตสาหกรรมชี้ว่า แม้สหรัฐจะมีบริษัทโดรนมากกว่า 300 แห่ง แต่ส่วนใหญ่เน้นผลิตโดรนขนาดใหญ่ราคาสูงสำหรับการทหาร ทำให้ไม่สอดคล้องกับความต้องการโดรนเชิงพาณิชย์และผู้บริโภคที่กำลังขยายตัว
ปัญหาสำคัญอีกด้านคือโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน ชิ้นส่วนหลักอย่างมอเตอร์ แบตเตอรี่ วงจรอิเล็กทรอนิกส์ และเซนเซอร์ ยังพึ่งพาการผลิตจากจีนเป็นหลัก วัตถุดิบหายากอย่างนีโอไดเมียมและดิสโพรเซียมที่ใช้ทำแม่เหล็กก็มีต้นทางจากจีน การสร้างระบบผลิตภายในประเทศจึงต้องใช้เงินลงทุนสูงและใช้เวลา
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายสนับสนุนมาตรการมองว่า การจำกัดโดรนต่างชาติจะเร่งให้เกิดความชัดเจนด้านนโยบาย และกระตุ้นการลงทุนในอุตสาหกรรมโดรนของสหรัฐ ทั้งในด้านซอฟต์แวร์ การจัดการข้อมูล และการผลิตระยะยาว โดยเชื่อมโยงความมั่นคงทางเศรษฐกิจกับความมั่นคงแห่งชาติ
บริบทด้านความมั่นคงยิ่งชัดเจนจากสงครามในยูเครน ที่โดรนราคาถูกถูกใช้งานจำนวนมหาศาลในสนามรบ และส่วนใหญ่ยังพึ่งพาชิ้นส่วนจากจีน ปัจจัยนี้ทำให้สหรัฐต้องเร่งสร้างฐานอุตสาหกรรมโดรนของตนเอง เพื่อไม่ให้พึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในยามวิกฤต
ภาพรวมแล้ว คำสั่งแบนโดรนต่างชาติสะท้อนการเลือกเดินเกมเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐ ที่ยอมแลกความเจ็บปวดระยะสั้น ทั้งด้านราคาและตัวเลือกสินค้า เพื่อหวังสร้างอุตสาหกรรมภายในประเทศที่แข็งแกร่งในระยะยาว แต่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าทั้งผู้บริโภค ธุรกิจ และหน่วยงานรัฐ จะต้องเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้น และการปรับตัวครั้งใหญ่ของตลาดโดรนสหรัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
