รีเซต

กองทัพสหรัฐฯ ล้อมอิหร่าน บีบกลับคืนโต๊ะเจรจา

กองทัพสหรัฐฯ ล้อมอิหร่าน บีบกลับคืนโต๊ะเจรจา
TNN ช่อง16
29 มกราคม 2569 ( 12:18 )

สถานการณ์อิหร่านล่าสุด มีรายงานข่าวว่า สหรัฐฯ ยังคงเติมสินทรัพย์ทางทหารทางนาวี ไปเสริมที่น่านน้ำตะวันออกกลางเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อบีบให้อิหร่านกลับคืนโต๊ะเจรจานิวเคลียร์ให้ได้ แต่อิหร่านก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะกลับขึ้นโต๊ะเจรจา แม้กำลังถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ บีบอย่างหนักก็ตาม 

ปฏิกิริยาของอิหร่านล่าสุด หลังกำลังถูกทรัมป์บีบหนักให้กลับขึ้นโต๊ะเจรจา คณะทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ ระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ล่าสุดว่า อิหร่านพร้อมสำหรับการหารือกับสหรัฐฯ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกันและผลประโยชน์ร่วมกัน และอิหร่านก็พร้อมจะป้องกันตนเองเช่นกันถ้าหากถูกยั่วยุ และถ้าหากสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านครั้งใหม่ อิหร่านจะสู้กลับอย่างแรงชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน 

ปฏิกิริยาของอิหร่านมีขึ้นหลังจากทรัมป์เตือนอิหร่านล่าสุดเมื่อวานนี้ (28 ม.ค. 69) ว่า เวลาสำหรับการเจรจาใกล้จะหมดลงแล้ว ให้อิหร่านรีบกลับโต๊ะเจรจาและเร่งบรรลุข้อตกลงอาวุธนิวเคลียร์โดยเร็ว และข้อตกลงนั้นจะต้องกำหนดว่า อิหร่านจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ไม่เช่นนั้นการโจมตีครั้งต่อไปจากสหรัฐฯ จะเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
 
คำเตือนล่าสุดจากทรัมป์ดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากกองเรือรบสหรัฐฯ ที่นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน "ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น เพิ่งเดินทางถึงน่านน้ำตะวันออกกลางเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (26 ม.ค. 69) 

BBC รายงานว่า สามารถติดตามการเคลื่อนพลของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ โดยมีภาพถ่ายดาวเทียมเครื่องบินรบอย่างน้อย 15 ลำ เดินทางมาถึงฐานทัพอากาศ ของจอร์แดน รวมถึง กาตาร์ และดิเอโก การ์เซีย ในมหาสมุทรอินเดีย และยังพบโดรนและเครื่องบินสอดแนม P-8 Poseidon ปฏิบัติการอยู่ใกล้กับน่านฟ้าของอิหร่าน
 
BBC ระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันว่ากองเรือรบตามที่ทรัมป์กล่าวถึง นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln เดินทางมาถึงตะวันออกกลางแล้ว ซึ่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาระบบติดตามของเครื่องบินออสเปรย์ (Osprey) ถูกพบเห็นบน FlightRadar24 ว่าลงจอดในโอมาน บ่งชี้ว่าเรือ Lincoln อาจกำลังปฏิบัติการอยู่บริเวณใกล้เคียง
 
รวมทั้งยังมีภาพถ่ายดาวเทียม เรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีของสหรัฐฯ อย่างน้อย 2 ลำ และเรือรบ 3 ลำ จอดเทียบท่าอยู่ในบาห์เรนหลายเดือนแล้ว 

ส่วนในอิหร่าน อินเตอร์เน็ทกลับมาแล้ว หลังดับไปนาน 3 สัปดาห์ เนื่องจากรัฐบาลอิหร่านสั่งตัดอินเตอร์เน็ทตั้งแต่ 8 มกราคมที่ผ่านมาในระหว่างปราบปรามผู้ประท้วง นับเป็นการดับของอินเตอร์เน็ทยาวนานที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก
 
แต่การกลับมาเปิดอินเตอร์เน็ทใหม่ ยังไม่ใช่สำหรับทุกคนในอิหร่าน มีเพียงชาวอิหร่านบางส่วน จากประชากรอิหร่านทั้งหมด 92 ล้านคน ที่กลับมาเริ่มใช้อินเตอร์เน็ทได้ แต่ชาวอิหร่านส่วนใหญ่ยังคงใช้ไม่ได้และถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
 
โดยหนังสือพิมพ์ Shargh ของฝ่ายปฏิรูปในอิหร่าน รายงานว่า เจ้าหน้าที่อิหร่านยืนยันว่า อินเตอร์เน็ทในมือถือสามารถกลับมาใช้งานได้แล้ว แต่จากการตรวจสอบของสื่อดังกล่าวพบว่า ยังใช้ได้ไม่เต็มที่ ยังติด ๆ ดับ ๆ และใช้ได้เพียงบางช่วงเวลาอย่างจำกัดมาก
 
กลุ่มสิทธิมนุษยชนนอกอิหร่านระบุว่า การตัดอินเตอร์เน็ท เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แทบไม่รู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการประท้วง การปราบปรามผู้ประท้วงและยอดผู้เสียชีวิตจากการประท้วงในอิหร่าน. 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง