รีเซต

ปภ. เร่งประสานจังหวัดแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ ยกระดับการควบคุมการเผา

ปภ. เร่งประสานจังหวัดแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ ยกระดับการควบคุมการเผา
TNN ช่อง16
21 มกราคม 2569 ( 17:00 )
2

วันนี้ (21 ม.ค. 69) นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นประธานการประชุม Situation Awareness Team (SAT) ติดตามสถานการณ์และการดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เร่งประสานจังหวัดแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศต่อเนื่อง พร้อมยกระดับการปฏิบัติการควบคุมการเผา เพื่อลดจุดความร้อนและการเกิดฝุ่นละอองให้เร็วที่สุด ตลอดจนใช้กลไกท้องถิ่นและท้องที่ขอความร่วมมือประชาชนงดเผาทุกชนิดไปจนถึงช่วงปลายเดือน ม.ค. 69 เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่นละอองที่ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ โดยมีผู้แทนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยเข้าร่วมประชุม และประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์


นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์นี้และต่อเนื่องจนถึง ปลายเดือนมกราคม สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในเกือบทุกภาคของประเทศ และจุดความร้อน (Hotspot) มีเพิ่มขึ้น ประกอบกับอัตราการระบายอากาศไม่ดี ส่งผลให้ปริมาณฝุ่น PM2.5 สะสมอย่างต่อเนื่อง โดยจากข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ณ วันที่ 21 ม.ค. 69 พบว่า ปริมาณฝุ่น PM2.5 เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ 24 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร แยกเป็น ภาคกลาง 12 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด และภาคตะวันออก 3 จังหวัด 

ส่วนสถานการณ์การเกิดจุดความร้อน (Hotspot) ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ณ วันที่ 20 ม.ค. 69 พบว่า เกิดจุดความร้อนทั่วประเทศ รวม 320 จุด ในพื้นที่ 45 จังหวัด ส่วนใหญ่พบในพื้นที่การเกษตร นอกจากนี้ จากการคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ใน 7 วันข้างหน้า (ตั้งแต่วันที่ 22 - 28 ม.ค. 69) จะมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะวันที่ 24 - 28 ม.ค. 68 ค่าฝุ่นจะมีแนวโน้มขยับสูงขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ยกเว้นภาคใต้ และอัตราการระบายอากาศลดลง จึงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ฝุ่นสะสม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นในช่วงนี้เป็นพิเศษ

นายชัยรัตน์ รองอธิบดี ปภ. กล่าวต่อว่า เพื่อให้การดำเนินการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ซึ่งได้มีข้อสั่งการตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูฝุ่น โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร เตรียมพร้อมรับมือฝุ่น PM 2.5 ตาม 6 มาตรการสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ที่ครอบคลุมพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร และพื้นที่ชุมชน/ในเมือง พื้นที่ริมทาง การป้องกันและลดการเกิดฝุ่นละอองจากแหล่งกำเนิด การดูแลสุขภาพประชาชน การประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ให้ประชาชน การปฏิบัติในกรณีที่สถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นหรือเกินค่ามาตรฐาน และการรายงานสถานการณ์และผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง


“เพื่อให้การดำเนินการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอแน้นย้ำให้จังหวัดดำเนินการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองสูง หรือพื้นที่ที่ได้รับการแจ้งเตือน Cell broadcast ให้เร่งดำเนินการแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ พร้อมวิธีการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5 อย่างถูกต้อง รวมถึงยกระดับการปฏิบัติการเพื่อควบคุมการเผา  โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบกับพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่ชุมชน จัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดับไฟในพื้นที่ที่พบจุดความร้อนหรือพื้นที่ที่เกิดไฟไหม้ให้ทันท่วงที เพื่อลดจุดความร้อนและการเกิดฝุ่นละอองให้เร็วที่สุด หากเป็นพื้นที่สูงชัน เสี่ยงอันตราย หรือยากต่อการเข้าถึง ให้ขอรับการสนับสนุนอากาศยานเข้าปฏิบัติการ เพื่อเสริมกำลังร่วมกับทีมปฏิบัติภาคพื้นโดยเร็ว 

ปัจจุบันเฮลิคอปเตอร์ KA-32 พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยประจำ ฮ.ปภ.32  "The Guardian Team" ได้ขึ้นมาประจำการ ณ กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1 ลำ โดยเริ่มประจำการมาตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 69 เพื่อร่วมปฎิบัติภารกิจไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ อีกทั้งใช้กลไกท้องถิ่นและท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาทุกชนิดในช่วงสัปดาห์นี้ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปลายเดือนมกราคม เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่นละออง ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ 

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ได้ที่ Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM X @DDPMNews Line @1784DDPM สามารถแจ้งและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง” นายชัยรัตน์ รองอธิบดี ปภ. กล่าว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง