รีเซต

ตร.ขอนแก่น ซ้อมแผนคนร้ายก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียน หนี ซ่อน สู้ หากเกิดเหตุการณ์จริง

ตร.ขอนแก่น ซ้อมแผนคนร้ายก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียน หนี ซ่อน สู้ หากเกิดเหตุการณ์จริง
มติชน
25 ตุลาคม 2565 ( 19:17 )
40
ตร.ขอนแก่น ซ้อมแผนคนร้ายก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียน หนี ซ่อน สู้ หากเกิดเหตุการณ์จริง

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่โรงเรียนสาธิตศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ฝ่ายประถมศึกษา) ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ได้จัดโครงการฝึกเอาตัวรอด และการบริหารเหตุการณ์วิกฤต กรณี มือปืนกราดยิง โดยมีการให้ความรู้กับนักเรียนในการเอาตัวรอด ว่าจะต้องมีวิธีเอาตัวรอดอย่างไร รวมทั้งการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในกรณีช่วยเหลือผู้ที่ถูกยิง ซึ่งการอบรมแบ่งเป็น 3 ฐาน ฐานแรก คือ ‘หนี ซ่อน สู้’

 

โดยการหนี ต้องสังเกตทางเข้าออกว่ามีกี่ทิศทาง มีทางไหนสามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนได้ หลีกเลี่ยงการหนีไปทางตัน กำแพง หรือเส้นทางที่ไม่สามารถไปต่อได้ ทิศทางการหนีต้องตรงข้ามกับเสียงปืน ส่วนกรณีที่ไม่ได้ยินเสียงปืนให้ไปทิศทางเดียวกับการวิ่งของกลุ่มคน การจดจำรูปพรรณสัณฐานคนร้าย เพศ ความสูง สีผิว การแต่งกาย จำนวนลักษณะอาวุธที่ใช้ จำนวนคนที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และสุดท้ายเมื่ออยู่ในพื้นที่ปลอดภัยแล้วให้โทรแจ้ง 191 ทันที

 

จากนั้นเป็นเหตุการณ์จำลองจริงขึ้น โดยมีผู้ก่อเหตุได้ถืออาวุธปืน M16 เข้ามาที่หน้าประตูโรงเรียน ก่อนที่จะยิงปืนข่มขู่และจะเปิดประตูเข้าไปแต่ประตูถูกล็อก ทำให้ผู้ก่อเหตุได้เดินอ้อมเข้าไปในโรงเรียน โดยตลอดทางได้มีการยิงปืนไปจนกระทั่งนักเรียนแตกตื่น ก่อนที่ผู้ก่อเหตุมาอาคารเรียน โดยขึ้นไปชั้นที่ 2 ซึ่งขณะนั้นนักเรียนได้มีการซ่อนตัวภายในห้องเรียนและล็อกห้องไว้ ไม่ให้ผู้ก่อเหตุเข้ามาทำร้าย และนักเรียนและครูอีกส่วนหนึ่งได้วิ่งหลบหนีไป ก่อนที่จะมีการแจ้งตำรวจ ทำให้ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ได้เข้ามาในพื้นที่ และวิสามัญผู้ก่อเหตุได้ที่หน้าห้องเรียน จากนั้นได้มีการเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุ ก่อนจะเคลื่อนย้ายครูและนักเรียนออกจากอาคารเรียนทั้งหมด และตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย ที่ผู้ก่อเหตุทิ้งไว้หน้าห้องเรียน

 

พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า หลังจากเหตุการณ์ที่จังหวัดหนองบัวลำภู ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการถอดบทเรียนจุดประสงค์ส่วนหนึ่งเพื่อที่จะทำให้สามารถลดการสูญเสียกับประชาชนได้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในโรงเรียนหรือที่สาธารณะ ต้องการให้ประชาชนได้รับการฝึกซ้อมและเข้าใจถึงยุทธวิธีในการป้องกันตัวเอง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ช่วยเหลือได้ โดยส่วนมากตามสถิติผู้ก่อเหตุมักจะเลือก Soft Target (กลุ่มเป้าหมายอ่อนแอ) เช่นเด็ก ที่ไม่สามารถต่อสู้ได้หรือกลุ่มที่ไม่ระวังตัว ซึ่งการซ้อมแผนในครั้งนี้จะช่วยให้นักเรียนมีความรู้ในเรื่องการเอาตัว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง