เกาหลีใต้เดินหน้า “เรือดำน้ำนิวเคลียร์” เปิดโครงการ Jang Bogo N รับมือเกาหลีเหนือ-จีน

วันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐบาลเกาหลีใต้ ประกาศเดินหน้ายกระดับศักยภาพทางทหารครั้งสำคัญ ด้วยการยืนยันแผนพัฒนาเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์รุ่นใหม่ภายใต้โครงการ จาง โบโก เอ็น (Jang Bogo N Project) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะผลักดันให้เกาหลีใต้เข้าไปอยู่ในกลุ่มประเทศไม่กี่ชาติของโลกที่มีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ประจำการ ได้แก่ จีน ฝรั่งเศส อินเดีย รัสเซีย สหราชอาณาจักร และ สหรัฐอเมริกา
กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ หรือ MND เปิดเผยแผนแม่บทด้านความมั่นคงทางทะเลฉบับใหม่ โดยระบุว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับกองทัพเรือเกาหลีใต้จากกองกำลังป้องกันชายฝั่ง ไปสู่กองกำลังปฏิบัติการทางทะเลระยะไกล หรือ Blue-water Navy ที่สามารถปฏิบัติภารกิจในมหาสมุทรได้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ชื่อ “Jang Bogo” ถูกตั้งขึ้นตามชื่อเรือดำน้ำรุ่นแรกของประเทศ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาอุตสาหกรรมเรือดำน้ำภายในประเทศเกาหลีใต้ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
ปัจจุบันกองทัพเรือเกาหลีใต้ หรือ ROKN มีเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้าประจำการรวมกว่า 24 ลำ ประกอบด้วยเรือชั้น Jang Bogo จำนวน 12 ลำ เรือชั้น Sohn Won-yil จำนวน 9 ลำ และเรือชั้น Dosan Ahn Changho อีก 3 ลำ แต่รัฐบาลมองว่าขีดความสามารถของเรือดำน้ำดีเซลยังมีข้อจำกัดเมื่อเทียบกับเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ โดยเฉพาะด้านระยะปฏิบัติการ ความเร็ว และระยะเวลาการซ่อนตัวใต้น้ำ
กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ระบุว่า เรือดำน้ำนิวเคลียร์รุ่นใหม่จะมีความสามารถในการปฏิบัติภารกิจได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เพราะไม่จำเป็นต้องลอยตัวขึ้นมาเพื่อชาร์จแบตเตอรี่เหมือนเรือดีเซล ทำให้สามารถเดินทางได้เกือบไม่จำกัดระยะ ปฏิบัติการใต้น้ำต่อเนื่องได้เป็นเวลานาน มีความคล่องตัวสูงกว่า และตอบสนองต่อสถานการณ์ทางยุทธศาสตร์ได้รวดเร็วกว่าเดิมหลายเท่า แม้ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนเรือหรือกำหนดการสร้างอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าแต่ละลำจะใช้เวลาพัฒนาราว 10 ปี และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 30 ปี
แรงผลักดันสำคัญของโครงการนี้มาจากสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่ตึงเครียดมากขึ้นในภูมิภาค โดยเฉพาะภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ ซึ่งยังคงเดินหน้าขยายโครงการอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีรายงานว่าอาจกำลังพัฒนาเรือดำน้ำนิวเคลียร์ของตนเองด้วยการสนับสนุนทางเทคโนโลยีจากรัสเซีย
นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังจับตาการขยายกำลังทางเรือของจีนอย่างใกล้ชิด หลังจีนเพิ่มจำนวนเรือดำน้ำทั้งแบบดีเซล-ไฟฟ้าและพลังงานนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความพยายามของเกาหลีใต้ในการครอบครองเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ต้องเผชิญข้อจำกัดจากสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะความกังวลเรื่องการแพร่ขยายเทคโนโลยีนิวเคลียร์ แต่ล่าสุดมีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้อนุมัติแนวทางดังกล่าวแล้ว ส่งผลให้โครงการมีโอกาสเกิดขึ้นจริงมากขึ้น
รัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้ระบุว่า ประเทศจะพัฒนาเรือและเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ Modular Reactor ด้วยเทคโนโลยีภายในประเทศ ขณะที่สหรัฐฯ จะสนับสนุนเชื้อเพลิงยูเรเนียมเสริมสมรรถนะให้กับโครงการ ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าวอชิงตันเริ่มผ่อนคลายข้อจำกัดด้านนิวเคลียร์ที่เคยใช้กับเกาหลีใต้มายาวนาน เนื่องจากก่อนหน้านี้ เกาหลีใต้ถูกจำกัดสิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและการแปรรูปเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว หากไม่ได้รับอนุญาตจากสหรัฐฯ
ในด้านเทคโนโลยีอาวุธบนเรือดำน้ำ ปัจจุบันเกาหลีใต้มีขีปนาวุธนำวิถีแบบยิงจากเรือดำน้ำ หรือ SLBM ที่ติดหัวรบตามแบบอยู่แล้ว และสามารถใช้เป็นขีดความสามารถในการโจมตีตอบโต้ หรือ Second-strike capability ได้ระดับหนึ่ง แต่เรือดำน้ำนิวเคลียร์จะช่วยเพิ่มความสามารถในการหลบซ่อนและการอยู่รอดของระบบอาวุธอย่างมหาศาล เพราะสามารถดำอยู่ใต้ทะเลลึกได้เป็นเวลานานโดยไม่ถูกตรวจจับ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการป้องปรามทางยุทธศาสตร์ในยุคใหม่
โครงการ Jang Bogo N ไม่ได้เป็นเพียงแค่การต่อเรือดำน้ำรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของกองทัพเรือเกาหลีใต้ จากกองกำลังป้องกันชายฝั่ง สู่กองกำลังทางทะเลระดับภูมิภาคที่มีศักยภาพปฏิบัติการในทะเลลึกระยะยาว พร้อมรองรับความเป็นไปได้ทางยุทธศาสตร์ที่ซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
