หนุ่ม ม.6 ชนท้ายกระบะเสียชีวิต บริจาคอวัยวะ ช่วย 5 ชีวิต

หนุ่ม ม.6 ชนท้ายกระบะเสียชีวิต บริจาคอวัยวะ ช่วย 5 ชีวิต
ข่าวสด
25 สิงหาคม 2563 ( 13:47 )
124
หนุ่ม ม.6 ชนท้ายกระบะเสียชีวิต บริจาคอวัยวะ ช่วย 5 ชีวิต

 

หนุ่ม ม.6 ชนท้ายกระบะเสียชีวิต บริจาคอวัยวะ ช่วย 5 ชีวิต

วันที่ 25 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่ามีวัยรุ่นประสบอุบัติเหตุเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยพ่อ-แม่ ยินยอมบริจาคอวัยวะของลูกชายของที่เสียชีวิตเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้อื่นได้อีก 5 ชีวิต ทั้งนี้สภากาชาดไทยได้มอบประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้เสียชีวิตด้วยโดยมี นางจรัสนภา เอี่ยมวิจารณ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นตัวแทบมอบ

 

เดินทางตรวจสอบพบนางวาสนา ขวัญทอง อายุ 48 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนและครอบครัวเป็นชาวอำเภอหล่มสักมีลูกด้วยกัน 2 คน เป็นผู้ชายทั้งคู่ ส่วนโดยผู้เสียชีวิตเป็นคนโต ชื่อนายภคพล ขวัญทอง อายุ 18 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.6 โรงเรียนหล่มสักพิทยาคม ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี โดยนายอำพล ขวัญทอง ผู้เป็นพ่อต้องไปทำงานรับจ้างอยู่ที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ตนเองตั้งท้อง น้องภคพลได้ 8 เดือน และนาน ๆ จะกลับมาบ้านที

 

ส่วนตนเป็นแม่บ้านอย่างเดียวไม่ได้ทำงานอะไร เนื่องจากภาวะสุขภาพไม่แข็งแรง ในวันเกิดเหตุลูกชายขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งเพื่อนที่บ้าน ขากลับประสบอุบัติเหตุชนท้ายรถกระบะ กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลหล่มสัก และส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ และแพทย์แจ้งว่า ลูกชายเสียชีวิต

 

ในตอนแรกตนยังทำใจไม่ได้เนื่องจากลูกชายเป็นความหวังของครอบครัว ที่จะให้ดูแลครอบครัวในอนาคต แต่เมื่อสามีได้ปลอบใจและให้กำลังใจตนจึงแจ้งความประสงค์ว่าจะบริจาคอวัยวะทุกอย่างของลูกชายที่จะสามารถนำไปช่วยชีวิตคนอื่นได้ โดยตนเชื่อว่าการบริจาคในครั้งนี้จะเป็นผลบุญส่งไปให้ลูกชายไปสู่ภพภูมิที่ดี

 

ด้าน นายอำพล ขวัญทอง อายุ 49 ปี ผู้เป็นพ่อ เปิดเผยว่า ปกติลูกชายเป็นคนชอบทำบุญและเคยพูดคุยกันอยู่ประจำโดยลูกชายบอกว่าหากเรียนจบตั้งใจที่จะสอบบรรจุเป็นทหารหรือตำรวจให้ได้ เพื่อพ่อจะได้ไม่ต้องไปทำงานรับจ้าง จะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเป็นครอบครัวที่อบอุ่น แต่มาเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิต ในครั้งแรกที่ตนทราบข่าวเมื่อมาเห็นสภาพร่างกายของลูกพอจะรู้ว่าลูกชายอาจจะไม่ได้อยู่กับเราแน่ ๆ จึงคิดที่จะบริจาคอวัยวะเพื่อช่วยเหลือคนอื่น แต่ผู้เป็นแม่ยังทำใจไม่ได้ กระทั่งได้มีการพูดจาและเห็นถึงบุญกุศลที่ลูกจะได้รับจึงยินยอม

 

ขณะที่ พญ.ฤทัย วรรธนวินิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตมาด้วยเข้ามาด้วยอุบัติเหตุวันที่ 23 ส.ค.2563 แพทย์และพยาบาลได้ดูแลรักษาอย่างเต็มที่ แต่อาการของน้องหนักมากและได้เกิดอาการก้านสมองตาย แต่อวัยวะบางส่วนยังทำงานอยู่ ซึ่งในทางการแพทย์ถือว่าเสียชีวิตแล้ว พร้อมกันนี้ได้แจ้งถึงโครงการบริจาคอวัยวะเพื่อช่วยเหลือบุคคลอื่น

 

ซึ่งในตอนแรกญาติยังไม่พร้อม เนื่องจากอยู่ระหว่างความเสียใจในความสูญเสีย กระทั่งต่อมาได้แจ้งกับแพทย์ว่ายินดีที่จะบริจาคอวัยวะทุกส่วนที่จะสามารถนำไปช่วยเหลือบุคคลอื่นได้ และจากการวินิจฉัยของแพทย์พบว่าอวัยวะที่สามารถนำไปช่วยผู้อื่นได้ประกอบด้วยลิ้นหัวใจ ดวงตา 2 ข้าง ไต 2 ข้าง ซึ่งทั้งหมดสามารถนำไปช่วยชีวิตบุคคลอื่นได้อีกถึง 5 คน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง