โควิด-19 : องค์การอนามัยโลกสั่งศึกษาข้อดีของการใส่หน้ากากอนามัยสำหรับคนทั่วไป

โควิด-19 : องค์การอนามัยโลกสั่งศึกษาข้อดีของการใส่หน้ากากอนามัยสำหรับคนทั่วไป
บีบีซี ไทย
3 เมษายน 2563 ( 08:31 )
105
1
โควิด-19 : องค์การอนามัยโลกสั่งศึกษาข้อดีของการใส่หน้ากากอนามัยสำหรับคนทั่วไป
Reuters

คนทั่วไปควรใส่หน้ากากอนามัยกันหรือไม่ นี่คือคำถามที่ทีมที่ปรึกษาขององค์การอนามัยโลกยังประเมินกันอยู่ หลังงานวิจัยชิ้นหนึ่งในสหรัฐฯ ชี้ว่า การไอและการจามสามารถแพร่ละอองไปได้ไกลถึง 6-8 เมตร

ศ.เดวิด เฮย์แมนน์ หัวหน้าทีมที่ปรึกษานี้ บอกกับบีบีซีว่า งานวิจัยชิ้นใหม่อาจทำให้องค์การอนามัยโลกเปลี่ยนความคิดเรื่องการใส่หน้ากากอนามัยใหม่

คำแนะนำตอนนี้

องค์การอนามัยโลกแนะนำให้อยู่ห่างจากคนไอหรือจาม 1 เมตร เพื่อเลี่ยงความเสี่ยงติดเชื้อ และคนที่ป่วยและมีอาการควรใส่หน้ากากอนามัย

องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าคนทั่วไปที่สุขภาพดีไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากาก ยกเว้นคนที่เป็นผู้ที่ดูแลคนอื่นที่มีอาการ และย้ำว่าหน้ากากอนามัยจะได้ผลก็ต่อเมื่อใช้และนำไปทิ้งอย่างถูกวิธี และก็ต้องล้างมือเป็นประจำควบคู่ไปด้วย

ทั้งสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ แนะนำว่าให้ทิ้งระยะห่างกับคนอื่นอย่างน้อย 2 เมตร โดยคำแนะนำนี้อิงจากหลักฐานว่าไวรัสสามารถแพร่ระบาดผ่านละลองเสมหะ เข้าใจกันว่าละอองของเหลวเหล่านี้จะระเหยหายไป หรือตกลงที่พื้นใกล้ ๆ คนไอหรือจาม

Getty Images

งานวิจัยชิ้นใหม่

นักวิจัยที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์ สหรัฐฯ (เอ็มไอที) ใช้กล้องความเร็วสูงและอุปกรณ์ตรวจจับอื่น ๆ เพื่อหาว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเวลาคนเราจามหรือไอ

พวกเขาพบว่า เมื่ออยู่ในห้องทดลอง การไอสามารถพาละอองของเหลวเดินทางไปได้ถึง 6 เมตร ส่วนการจามพาละอองของเหลวไปได้ถึง 8 เมตร

ผลการทดลองนี้ทำให้ศาสตราจารย์ ลิเดีย โบรีบา จาก MIT กังวลว่าระยะห่างที่แนะนำกันอยู่ตอนนี้ที่ 1-2 เมตร อาจจะไม่พอ เธอบอกว่า เวลาคนเราหายใจออก ไอ หรือจาม จะมีกลุ่มแก๊สที่ห่อหุ้มละอองของเหลวไว้ และพามันเดินทางไปได้ทั่วห้อง

ด้วยเหตุนี้ เธอจึงคิดว่าการใส่หน้ากากอนามัยช่วยลดความเสี่ยงได้สำหรับการอยู่ในห้องที่ไม่มีระบบการหมุนเวียนอากาศที่ดี

แม้ว่าหน้ากากบาง ๆ บางประเภทไม่สามารถสกัดละอองของเหลวไม่ให้เข้าสู่ร่างกายเราได้ แต่มันก็สามารถเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ของกลุ่มแก๊สนั้นให้ไปข้าง ๆ ได้ แทนที่จะมาตรง ๆ ได้

ทีมที่ปรึกษาองค์การอนามัยโลกว่าไง

Reuters

ศ.เฮย์แมนน์ บอกว่าจะมีการประเมินผลการวิจัยของ MIT และจากที่อื่น ๆ

หากมีหลักฐานรองรับ การใส่หน้ากากอนามัยก็อาจจะมีประสิทธิภาพเท่าหรือมากกว่าการเว้นระยะห่างทางสังคม

นอกจากนี้ ศ.เฮย์แมนน์ เตือนว่า การใส่หน้ากากต้องใส่ให้ถูกวิธี ครอบถึงจมูก และหากหน้ากากชื้น ละอองของเหลวก็จะผ่านเข้าไปได้ และตอนถอดก็ต้องระมัดระมังไม่ให้มือไปโดนเชื้อเข้า

และที่สำคัญคือ จะต้องใส่หน้ากากตลอดเวลาด้วย ไม่ใช่ถอดตอนกินข้าวหรือสูบบุหรี่

ในอีกไม่กี่วัน ทีมที่ปรึกษา ซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า กลุ่มที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และเทคนิคเพื่อรับมือภัยระบาด (Strategic and Technical Advisory Group for Infectious Hazards) จะประชุมกันเรื่องนี้

อย่างไรก็ดี สำนักสาธารณสุขอังกฤษบอกว่ามีหลักฐานน้อยมากกว่าการใส่หน้ากากอนามัยจะได้ผลดีนอกเสียจากอยู่ในสถานพยาบาล พวกเขาบอกว่า การใส่หน้ากากให้ได้ประโยชน์จริง ๆ ต้องใส่อย่างถูกวิธี เปลี่ยนชิ้นใหม่บ่อยครั้ง นำไปทิ้งอย่างถูกวิธี และทำร่วมกับข้อปฏิบัติเพื่อสุขอนามัยอย่างอื่น นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่ชี้ว่า คนมักจะไม่ปฏิบัติตามข้อแนะนำที่ถูกต้องเหล่านี้เวลาใส่หน้ากากต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ

ประเทศต่าง ๆ

EPA
การใช้หน้ากากอนามัยเป็นที่นิยมในหลายประเทศในเอเชียมานานแล้ว

การใช้หน้ากากอนามัยเป็นที่นิยมในไทยและอีกหลายประเทศในเอเชีย ส่วนศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) กำลังประเมินเรื่องนี้อยู่

ที่ออสเตรีย ตอนนี้ตำรวจใส่หน้ากากอนามัยแล้ว และคนที่ต้องพูดคุยกับตำรวจต้องใส่ด้วย และก็มีการบังคับให้คนไปซูเปอร์มาร์เก็ตใช้ด้วย

ภาพคนใส่หน้ากากอนามัยที่ไม่ค่อยเห็นกันบ่อยในยุโรปกำลังเปลี่ยนไป และคำแนะนำใหม่ขององค์การอนามัยโลกจะยิ่งเปลี่ยนความคิดของคนในประเทศต่าง ๆ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง