รีเซต

รองนายกฯหนุน กทบ.ท้องคุ้ง ดันท่องเที่ยววิถีชุมชน

รองนายกฯหนุน กทบ.ท้องคุ้ง ดันท่องเที่ยววิถีชุมชน
77ข่าวเด็ด
1 กรกฎาคม 2563 ( 13:24 )
161
รองนายกฯหนุน กทบ.ท้องคุ้ง ดันท่องเที่ยววิถีชุมชน

พระนครศรีอยุธยา-รองนายกฯ”สมคิด”ลงพื้นที่กรุงเก่าหนุน กองทุนหมู่บ้านท้องคุ้ง ชมเป็นตัวอย่างที่ดีดันการท่องเที่ยวทางน้ำรอบบ้านปากจั่น หวังให้เกิดรายได้ชุมชน

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 1 กค นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปยังที่ทำการกองทุนหมู่บ้านท้องคุ้ง ต.ปากจั่น อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อพบกับตัวแทนกองทุนหมู่บ้าน โดยมีนายภานุ แย้มศรี ผวจ.พระนครศรีอยุธยา นายรักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) และประธานกองทุนหมู่บ้านท้องคุ้ง ให้การต้อนรับ โดยนายสมคิดได้พบปะกับตัวแทนกองทุนหมู่บ้านและผู้นำชุมชน

นายสมคิด กล่าวชื่นชมการดำเนินการของกองทุนหมู่บ้านท้องคุ้ง ที่มีความเข้มแข็งและยั่งยืนอย่างมาก โดยนายสมคิดยังเห็นด้วยกับการที่กองทุนหมู่บ้านมีบทบาท ในการขับเคลื่อนโครงการต่างๆเพื่อให้เกิดรายได้กับคนในท้องถิ่น โดยเฉพาะการพยายามที่จะให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนเป็นวิถีของชาวบ้านท้องคุ้ง ด้วยการนั่งเรือชมธรรมชาติ ซึ่งในโอกาสนี้นายสมคิดได้เป็นประธานเปิดป้ายโครงการท่องเที่ยววิถีชุมชน ท่องเที่ยวทางน้ำรอบบ้านปากจั่น ซึ่งจะเป็นโครงการที่ให้คนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมด้วยการจัดเรือนำเที่ยว และจัดบ้านพักโฮมสเตย์ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งรองนายกรัฐมนตรียังได้ไปชมโรงสีชุมชน และร่วมล่องเรือ เพื่อสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ โดยเดินทางจาก อ.นครหลวง ไปขึ้นยังเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา

นายรักษ์พงษ์ กล่าวว่ากองทุนหมู่บ้านท้องคุ้งแห่งนี้ นับเป็นกองทุนหนึ่งที่มีการบริหารจัดการอย่างดี ที่สำคัญคือประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการพัฒนา และบริหารจัดการกองทุน สามารถนำเงินที่มีอยู่สร้างความั่นคงให้กับคนในชุมชนและมีรายได้ต่อเนื่องด้วย นายรักษ์พงษ์ กล่าวด้วยว่า ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ได้ให้แนวทางกับ กทบ.ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานในการให้ความช่วยเหลือชุมชน นอกเหนือจากการเป็นสถาบันการเงิน โดยต้องการให้ชุมชนมีฐานะที่ดีขึ้น  ประกอบด้วย 3 แนวทาง คือ1.การสร้างรายได้ที่ดีให้กับชุมชน 2. การสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 3. ลดค่าครองชีพให้กับคนในชุมชน รวมทั้งสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับชุมชน ซึ่งปัจจุบันกองทุนหมู่มีสมาชิกอยู่ 12.9 ล้านครัวเรือน 7.9 หมื่นกองทุนฯ จึงได้นำแนวทางการแลกเปลี่ยนอาหารมาใช้ เพื่อเป็นตัวอย่างให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านอื่นๆทั่วประเทศนำไปใช้  เพื่อเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง