รีเซต

ญี่ปุ่นวิจัย "ฉี่แมว" พบกรดไขมัน 13 ชนิด ที่แมวแต่ละตัวมีไม่เหมือนกัน ?

ญี่ปุ่นวิจัย "ฉี่แมว" พบกรดไขมัน 13 ชนิด ที่แมวแต่ละตัวมีไม่เหมือนกัน ?
TNN ช่อง16
28 สิงหาคม 2569 ( 15:57 )
8

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยอิวาเตะประเทศญี่ปุ่น พบหลักฐานว่ากรดไขมันบางชนิดในปัสสาวะของแมว อาจทำหน้าที่เป็นข้อมูลเฉพาะตัวของแมวแต่ละตัว

พบกรดไขมัน 13 ชนิดที่แตกต่างกันระหว่างแมวแต่ละตัว

สิ่งที่ทำให้นักวิจัยสนใจเรื่องนี้ มาจากพฤติกรรมที่เรียกว่า Flehmen response ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่แมวจะอ้าปากเล็กน้อย ยกริมฝีปาก และมีลักษณะคล้ายกำลังทำหน้าประหลาดหลังจากได้กลิ่นบางอย่าง พฤติกรรมนี้ไม่ได้หมายความว่าแมวกำลังรังเกียจหรือรู้สึกเหม็น แต่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์กลิ่น โดยเฉพาะเมื่อแมวพบกลิ่นที่มาจากแมวตัวอื่นที่ไม่คุ้นเคย นักวิจัยจึงตั้งข้อสังเกตว่ากลิ่นจากปัสสาวะอาจมีข้อมูลมากกว่าการบอกเพียงว่า “มีแมวอยู่ที่นี่”

ปัสสาวะอาจทำหน้าที่เป็นหนึ่งในช่องทางการสื่อสารทางเคมีของแมว โดยสามารถทิ้งข้อมูลบางอย่างไว้ในสภาพแวดล้อมให้แมวตัวอื่นเข้ามาตรวจสอบในภายหลัง การวิเคราะห์ทางเคมีพบกรดไขมันสายโซ่กิ่ง หรือ Branched-Chain Fatty Acids จำนวน 13 ชนิดในปัสสาวะแมว นักวิจัยยังพบอีกว่าชนิดและสัดส่วนของกรดไขมันแตกต่างกันไปในแมวแต่ละตัว

นั่นหมายความว่า แมวแต่ละตัวอาจมีรูปแบบองค์ประกอบทางเคมีในปัสสาวะที่เป็นเอกลักษณ์ เมื่อสารเหล่านี้รวมกันจึงอาจกลายเป็น “ลายเซ็นกลิ่น” ที่ช่วยให้แมวสามารถแยกแยะว่าปัสสาวะนั้นเป็นของแมวตัวใด

หนึ่งในคุณสมบัติสำคัญของกรดไขมันที่พบคือเป็นสารกึ่งระเหย หรือ Semivolatile หมายความว่าสารเหล่านี้ไม่ได้หายไปจากสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็ว คุณสมบัตินี้อาจมีความสำคัญต่อการสื่อสารของแมว เพราะหากกลิ่นที่ใช้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนหายไปอย่างรวดเร็ว แมวก็อาจไม่สามารถใช้ร่องรอยดังกล่าวในการรับข้อมูลจากสภาพแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

งานวิจัยพบว่าองค์ประกอบของกรดไขมันยังคงตรวจจับได้ในปัสสาวะที่ถูกทิ้งไว้เป็นระยะเวลาหนึ่ง ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่าร่องรอยทางเคมีเหล่านี้อาจทำหน้าที่เป็นข้อมูลที่ยังคงอยู่หลังจากแมวเจ้าของกลิ่นเดินออกจากบริเวณนั้นไปแล้ว

การค้นพบไม่ได้หยุดอยู่ที่องค์ประกอบของปัสสาวะ เพราะนักวิจัยยังพบว่าไขมันที่เกี่ยวข้องกับกรดไขมันเหล่านี้ถูกเก็บสะสมในรูปของ หยดไขมัน หรือ Lipid droplets ภายในไต แปลว่าไตอาจทำหน้าที่เป็นแหล่งสำรองของไขมันที่เกี่ยวข้องกับการสร้างองค์ประกอบทางเคมีในปัสสาวะ

หากกลไกนี้ได้รับการยืนยันเพิ่มเติมในอนาคต ก็อาจช่วยอธิบายได้ว่าทำไมรูปแบบกรดไขมันในปัสสาวะของแมวแต่ละตัวจึงมีความคงที่ และสามารถรักษาความแตกต่างเฉพาะตัวเอาไว้ได้ในระยะเวลาหนึ่ง อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในปัจจุบันยังไม่ได้หมายความว่าไตเป็น “อวัยวะสร้างกลิ่นประจำตัว” ของแมวโดยตรง แต่หลักฐานเรื่องการสะสมของไขมันภายในไตช่วยสนับสนุนแนวคิดว่าไตอาจมีบทบาทสำคัญต่อแหล่งที่มาขององค์ประกอบทางเคมีเหล่านี้

งานวิจัยนี้อาจนำไปสู่การศึกษาการอนุรักษ์แมวป่า

สิ่งที่ทำให้งานวิจัยนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นคือ นักวิจัยพบลักษณะที่เกี่ยวข้องกับกรดไขมันในปัสสาวะและหยดไขมันภายในไตในสัตว์ตระกูลแมวชนิดอื่นด้วย ตัวอย่างที่พบ ได้แก่ สิงโต เสือ เสือดาว และแมวป่าอิริโอโมเตะ ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบของกรดไขมันไม่ได้เหมือนกันในแมวทุกชนิด แต่มีความแตกต่างกันระหว่างแต่ละสายพันธุ์ นักวิจัยจึงมองว่าความหลากหลายขององค์ประกอบทางเคมีเหล่านี้อาจเป็นผลมาจากกระบวนการวิวัฒนาการ นั่นหมายความว่า กลไกพื้นฐานบางอย่างอาจมีรากร่วมกันในสัตว์ตระกูลแมว แต่รายละเอียดของ “ลายเซ็นกลิ่น” ได้เปลี่ยนแปลงไปตามสายพันธุ์ตลอดระยะเวลาของวิวัฒนาการ

ในอนาคต หากนักวิทยาศาสตร์สามารถระบุรูปแบบทางเคมีที่มีความเฉพาะตัวของสัตว์แต่ละชนิดหรือแต่ละตัวได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ตัวอย่างจากปัสสาวะหรือร่องรอยกลิ่นที่พบในธรรมชาติอาจช่วยให้นักวิจัยติดตามสัตว์ป่าบางชนิดได้โดยไม่จำเป็นต้องจับตัวสัตว์โดยตรง อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวยังอยู่ในระดับศักยภาพสำหรับการวิจัยและการประยุกต์ใช้ในอนาคต ไม่ใช่ข้อสรุปว่างานวิจัยนี้ได้พัฒนาเครื่องมือติดตามสัตว์ป่าออกมาใช้งานจริงแล้ว

ผลการศึกษาดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Current Biology

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง