เปิดผลสำรวจ "ดัชนีการเมืองไทย" ได้คะแนน 3.89 จากเต็ม 10

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนมีนาคม 2569 พบว่าคะแนนในภาพรวมมีการปรับตัวลดลงอยู่ที่ 3.89 คะแนน โดยกลุ่มตัวอย่างสะท้อนความกังวลใจในด้านค่าครองชีพและราคาสินค้า พร้อมส่งต่อความคาดหวังไปยังกระทรวงเศรษฐกิจหลักเพื่อหาแนวทางบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์โลก
สรุปดัชนีการเมืองในภาพรวม
จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 2,181 คน พบว่าระดับความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์การเมืองปรับตัวลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ (4.30 คะแนน) โดยหัวข้อที่ได้รับคะแนนสะท้อนถึงประเด็นที่ประชาชนต้องการให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ คือ:
- การแก้ปัญหาความยากจนและค่าครองชีพ: เป็นจุดที่ประชาชนยังคงรอการสนับสนุนเพิ่มเติม
- สภาพเศรษฐกิจและราคาสินค้า: ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอกอย่างสถานการณ์พลังงานโลก
- ผลงานของภาคส่วนต่างๆ: ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างมีคะแนนลดลงในทิศทางเดียวกัน สะท้อนว่าประชาชนต้องการเห็นการทำงานเชิงรุกที่ชัดเจนยิ่งขึ้นจากทุกฝ่าย
ความคาดหวังต่อการทำงานของภาครัฐ
ประชาชนได้ระบุถึง 5 กระทรวงที่ต้องการให้มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อสร้างความมั่นคงและลดภาระทางเศรษฐกิจ ดังนี้:
- กระทรวงพลังงาน (34.20%): การบริหารจัดการราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้า
- กระทรวงพาณิชย์ (20.84%): การกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค
- กระทรวงการคลัง (18.70%): การวางแผนมาตรการกระตุ้นและเยียวยาเศรษฐกิจ
- กระทรวงการต่างประเทศ (13.89%): การเจรจาในระดับสากลเพื่อรับมือวิกฤต
- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (12.37%): การดูแลต้นทุนและรายได้ของเกษตรกร
มุมมองเชิงสร้างสรรค์เพื่อทางออก
นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิตวิเคราะห์ว่า การปรับลดของคะแนนเป็นผลกระทบสืบเนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังคงรอฟังแนวทางแก้ไขที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมจากรัฐบาล
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแนะให้ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายค้านทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์เพื่อหาทางออกให้แก่ประเทศ โดยเน้นการสื่อสารข้อมูลที่ครบถ้วนและตรงไปตรงมา เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันและประคองสถานการณ์เศรษฐกิจให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตพลังงานไปได้อย่างมั่นคงครับ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
