New York Times ที่วิเคราะห์ถึงต้นตอการระบาดของโควิดระลอกใหม่

New York Times ที่วิเคราะห์ถึงต้นตอการระบาดของโควิดระลอกใหม่
TNN World
8 มิถุนายน 2564 ( 10:12 )
68
New York Times ที่วิเคราะห์ถึงต้นตอการระบาดของโควิดระลอกใหม่

Editor’s Pick: สังคมออนไลน์ไทย กำลังพูดถึงบทความของหนังสือพิมพ์ New York Times ที่วิเคราะห์ถึงต้นตอการระบาดของโควิดระลอกใหม่ ที่เชื่อมโยงกับอภิสิทธิ์ของชนชั้นอีลีท กับคนจนที่มักตกเป็นผู้ประสบภัย จากการกระทำของชนชั้นปกครอง



TNN World จึงนำมาแปลและเรียบเรียง ให้ผู้อ่านที่สนใจในบทวิเคราะห์นี้

 



แสงสีของอีลีท สู่ความมืดมิดของประชาชน



เป็นเวลาหลายเดือนที่ประเทศไทย แทบไม่พบการติดเชื้อภายในประเทศ สถานการณ์ดูดีขึ้น ประชาชนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติใหม่ ที่สวมแมสก์และไม่รวมกลุ่มใหญ่ เรียกว่า เริ่มจะกลับมาลืมตาอ้าปากกันได้



แต่ค่ำคืนแห่งแสงสีคืนหนึ่ง ได้พลิกจากแสงสว่างสู่ความหดหู่ใจกับสถานการณ์โควิดที่ร้ายแรงที่สุด นับแต่เกิดการระบาดในไทยเมื่อปีที่แล้ว



คืนนั้น...ลูกค้าระดับ VVIP ก้าวลงจากรถหรู เพื่อเริงราตรีในคลับไฮโซ Krystal Exclusive Club ต้อนรับด้วยเหล่าหญิงสาวนุ่งน้อยห่มน้อย สวมรัดเกล้าประดับเพชรและปีกนางฟ้า



คลับหรูสำหรับต้อนรับนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง เจ้าหน้าที่ทหาร เหล่าผู้บริหาร บรรยากาศโก้หรูภายใน คือ ความสุขยามค่ำคืนแบบไม่สนแมสก์ ไม่สนระยะห่าง ที่โควิด-19 ก็ยับยั้งเหล่าลูกค้ากระเป๋าหนักเหล่านี้ไม่ได้



New York Times และสำนักข่าวอีกหลายแห่งของไทยต่างก็รายงานว่า Krystal และสถานบันเทิงใกล้เคียง Emerald กลายเป็นศูนย์กลางของการระบาดครั้งใหญ่และร้ายแรงที่สุดในช่วงไม่กี่เดือนมานี้



ผู้คนจำนวนมากที่เชื่อมโยงกับคลับไฮโซนี้ ติดโควิด รวมถึงเอกอัครราชทูตและรัฐมนตรี (ที่ติดจากผู้ช่วยมาอีกที) แม้แต่ตำรวจและผู้หญิงที่ให้บริการในคลับก็ติดเชื้อ...แต่มันไม่ได้หยุดแค่นี้ กระจายไปทั่วกรุงเทพฯ และหลายพื้นที่ของไทย

 

 


 ‘พริวิเลจ’ ที่เหยียบย่ำประชาชน ‘คนการ์ดแน่น’



สำหรับสามัญชนคนไทยที่ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโควิดอย่างเข้มงวด สวมแมสก์และยอมปิดกิจการของตนเองชั่วคราว ภาพสุด ‘พริวิเลจ’ แบบการ์ดหลุด ของเหล่าอีลีทที่นำมาสู่วิกฤตหนักหน่วงของคนธรรมดา เป็นกระจกฉาย ‘ความจริง’ อันน่าสลดของไทย



สัจธรรมหนึ่งในไทยที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ ‘คนรวยรอดตัว’ ส่วนคนจนก็รับกรรมที่ไม่ได้ก่อ ท่ามกลางความเหลื่อมล้ำที่ห่างชั้นกันอยู่แล้วระหว่างสภาพชีวิตของคนรวย และความลำบากของคนจน



สิทธิชาติ อังคะสิทธิศิริ ประธานชุมชนคลองเตย ชุมชนแออัดที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ กล่าวว่า “ปาร์ตี้ของคนรวย สร้างความลำบากให้คนจน”



แสงสีของคลับหรูสำหรับชนชั้นปกครองและผู้มั่งคั่ง กลับนำพาโรคร้ายระบาดไปถึงคนจนเมือง ที่ต้องอาศัยอยู่ริมถนน ใต้สะพาน และชุมชนแออัด หาเช้ากินค่ำไปวัน ๆ แม้แต่นักโทษในเรือนจำ แคมป์ก่อสร้าง และโรงงาน ก็ไม่เว้น

 



 คลัสเตอร์คนจนเมือง



ประชาชนในชุมชนคลองเตยราว 10% ล้วนมีผลตรวจโควิดเป็นบวก จนเจ้าหน้าที่ต้องสั่งให้คนในชุมชนกักตัวอยู่หลังแผ่นสังกะสีที่พวกเขาเรียกว่าบ้าน หรือกักตัวแยกในศูนย์ชุมชน



มาเรียม ป้อมดี หนึ่งในผู้นำชุมชนย่านคลองเตย ระบุว่า นับแต่เกิดการระบาดในชุมชม พวกนายจ้างก็หลีกเลี่ยงจ้างงานคนในคลองเตย ทั้งที่พวกเขาแทบไม่มีเงินเก็บ หาเช้ากินค่ำกัน และแทบไม่มีงานทำกันอยู่แล้ว



New York Time วิเคราะห์ต่อว่า ชนชั้นอีลีทผู้ก่อเหตุ รอดตัวไม่รับผิดชอบ บินไปฉีดวัคซีนในต่างประเทศ หรือลัดคิวฉีดวัคซีนได้ก่อนใครจาก ‘เส้นสาย’ ส่วนคนจน ต้องกักตัว เสี่ยงโรคอยู่หลังแผ่นสังกะสีในชุมชนแออัดสุดของกรุงเทพฯ



มาเรียมกล่าวทิ้งท้ายว่า “คนรวยที่ได้รับอภิสิทธิกำลังเหยียบย่ำคนจน...พวกเขาเชื่อว่า เงินซื้อได้ทุกสิ่ง” และมันคงเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ในสังคมไทย

 



สวนทางกับชาติตะวันตก



ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเกิดการระบาดรอบใหม่ ผู้ติดเชื้อหลายพันต่อวัน เสียชีวิตหลักสิบต่อเนื่อง ชาติยุโรปที่เคยเผชิญสถานการณ์หนักหน่วงนับแต่ปีที่แล้ว สถานการณ์ค่อย ๆ กลับมาดีขึ้น จากการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมและรวดเร็ว



ส่วนประเทศไทย ที่รอดพ้นภัยร้ายจากโควิดมายาวนาน แต่พอมาถึงวิกฤตครั้งนี้ เรียกได้ว่า ‘คนไทยไร้ภูมิต้านทาน’ เพราะการฉีดวัคซีนทำได้ล่าช้า รัฐบาลหวังพึ่งวัคซีน AstraZeneca ที่ผลิตในประเทศเป็นหลัก



จาก 'ปาก' ที่เคยบอกว่าสถานการณ์ไทยดีกว่าที่นั่นที่นี่, ’ผู้ใหญ่’ หรือชนชั้นอีลีทตามที่คนไทยเรียกกัน กลับเป็นคนแรก ๆ ที่จองทัวร์ไปฉีดวัคซีนที่ไทยยังไม่มีในต่างแดน เรียกได้ว่า 'คนก่อเรื่อง' กลับเป็นคนรอดรายแรก ๆ และเป็นคนรวยที่เลือกได้ว่าตนเองจะได้รับวัคซีนอะไร ส่วนคนธรรมดาก็ปล่อยให้เป็นตามโชคชะตา กับ ‘รัฐกำหนด’

 



 ผู้ใหญ่ผู้เสพสุข กับ คนตัวเล็กผู้ทนทุกข์



New York Times รายงานว่า เหล่า ‘ผู้ใหญ่’ ยอมเสียเงินเกือบ 220,000 บาท เพื่อไปฉีดวัคซีนในรัสเซีย โดยจองคิวเต็มจนถึงเดือนกรกฎาคม บางคนก็บินไปไกลถึงสหรัฐฯ เพื่อฉีด Pfizer วัคซีนที่คนไทยจำนวนไม่น้อยอยากฉีด แต่รัฐบาลไม่นำเข้า


ส่วนคนจนเล่า ก็ดิ้นรนกันต่อไป ผู้ป่วยที่ยากไร้ต้องนอนในโรงพยาบาลสนามที่รัฐบาลจัดไว้ให้ ส่วนคนรวยที่อาการไม่รุนแรง กลับพักฟื้นแบบสุขสบายในโรงแรมหรู



“สังคมไทยมันไม่เท่าเทียมเอามาก ๆ” มุทิตา ทองโสภา กล่าว เธอเป็นพนักงานบริษัท ที่เข้ากรุงเทพฯ เพื่อหาเงินไปจุนเจือครอบครัวชาวนาของเธอในภาคอีสาน



“พวกผู้ใหญทำสถานการณ์โควิดแย่ลง แล้วคนตัวเล็กอย่างเรา ก็อยู่กันไม่ได้”

 



 “คนตายเหมือนใบไม้ร่วง”



เมื่อวันที่ 27 เมษายน สุพัตรา พี่สาวของมุทิตา ซึ่งเป็นพนักงานร้านขายของในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ไปตรวจหาโควิดที่รัฐบาลจัดเตรียมไว้ เธอไปรอตั้งแต่ตีสาม แต่วันแล้ววันเล่าก็ยังไม่ได้ตรวจ



สุพัตรา ส่งข้อความหามุทิตาว่า รู้สึกเหนื่อยล้าและเจ็บท้อง จนวันที่ 1 พฤษภาคม สุพัตราได้รับการตรวจ และผลเป็นบวก จากนั้นอีก 5 วัน สุพัตราเสียชีวิต ส่วนแฟนหนุ่มของเธอก็ติดโควิดด้วย ตอนนี้ ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล



มุทิตาตัดพ้อว่า “คนตายเหมือนใบไม้ร่วง”

 



คนมหาศาลทุกข์ทน แต่คนผิดถูกลงโทษแค่สองคน



ศาลตัดสินลงโทษผู้จัดการคลับ Krystal และ Emerald ด้วยการจำคุกเพียง 2 เดือน ฐานละเมิดมาตรการควบคุมโควิด แต่ก็ไม่มีคนอื่นอีกที่ถูกลงโทษ



การระบาดรอบแรกของไทย เกิดขึ้นช่วงกลางปีที่แล้ว จากสนามมวยในกรุงเทพฯ...ซึ่งเป็นของชนชั้นปกครองในกองทัพ ที่ New York Times ระบุว่า หาเงินจากการพนันกีฬา



การระบาดรอบสอง มาจากตลาดอาหารทะเล ที่พึ่งพาแรงงานต่างด้าวส่วนใหญ่จากเมียนมา ซึ่งลักลอบเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ‘เอาหูเอานา เอาตาไปไร่ เอามือรับสินบน’



และการระบาดรอบสาม ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1 พันคนแล้ว มาจากไนท์คลับที่เจ้าของใช้เส้นสายกับผู้บังคับใช้กฎหมาย เพื่อแอบเปิดแบบลับ ๆ



ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นักเคลื่อนไหวต่อต้านการคอรัปชัน กล่าวเชิงเสียดสี แต่สะท้อนสังคมว่า



“วัฒนธรรมไทย เรายิ้มและโกหกได้ไปพร้อมกัน...ถ้าโกหกเพื่อให้รอดตัวทางการเมืองก็ว่าไปอย่าง แต่การโกหกหลอกลวงในช่วงโควิด มันอันตรายมาก”

 


—————

 


แปล-เรียบเรียง: ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล
ภาพ: Lillian SUWANRUMPHA / AFP

ข่าวที่เกี่ยวข้อง