รีเซต

น้ำท่วมจันทบุรีกระทบสวนทุเรียนกว่า 2 หมื่นไร่ เร่งสำรวจความเสียหาย

น้ำท่วมจันทบุรีกระทบสวนทุเรียนกว่า 2 หมื่นไร่ เร่งสำรวจความเสียหาย
TNN ช่อง16
7 ตุลาคม 2569 ( 22:57 )
9

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดจันทบุรีช่วงปลายเดือนกันยายนต่อเนื่องเข้าสู่เดือนตุลาคม ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะสวนผลไม้ในอำเภอแก่งหางแมวและอำเภอท่าใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกทุเรียนสำคัญของจังหวัด

ข้อมูลจากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรีและสำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี ระบุว่า การสำรวจเบื้องต้นพบพื้นที่สวนผลไม้ได้รับความเสียหายมากกว่า 20,000 ไร่ มีเกษตรกรได้รับผลกระทบมากกว่า 4,000 ราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายรายแปลง เพื่อประเมินระดับผลกระทบที่ชัดเจน

สวนทุเรียนบางแห่งมีน้ำท่วมขังต่อเนื่องประมาณ 6-8 วัน หลังระดับน้ำลดลงเริ่มพบความเสียหายทั้งบริเวณต้นและใบ อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามอาการอีกระยะว่าต้นทุเรียนสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่ หรือบางส่วนจำเป็นต้องปลูกใหม่

สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรีแนะนำให้เกษตรกรเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมตรวจสอบสภาพต้นทุเรียนอย่างละเอียด ตั้งแต่ต้นล้ม กิ่งเสียหาย ไปจนถึงระบบรากและโคนต้น เนื่องจากหลังน้ำลดมีความเสี่ยงเกิดโรครากเน่าและโคนเน่า ซึ่งระดับการฟื้นฟูของแต่ละสวนจะแตกต่างกันตามความเสียหาย

ผลกระทบครั้งนี้ยังเกี่ยวข้องกับรายได้ของเกษตรกร เนื่องจากผลผลิตที่เคยคาดว่าจะออกสู่ตลาดอาจลดลงหรือเลื่อนออกไป ขณะที่ต้นทุนในการดูแลและฟื้นฟูสวนเกิดขึ้นทันที นอกจากนี้ ผู้รับซื้อ โรงคัดบรรจุ และผู้ประกอบการขนส่งผลไม้มีโอกาสได้รับผลกระทบตามปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาด

สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรีได้ประสานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. รวมถึงสหกรณ์ในพื้นที่ เพื่อพิจารณาแนวทางช่วยเหลือด้านการเงิน โดยเฉพาะเงินทุนสำหรับฟื้นฟูสวน เนื่องจากระยะเวลาที่เกษตรกรจะกลับมามีรายได้ขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายของต้นทุเรียนแต่ละแปลง

ข้อมูลประเมินจากสภาเกษตรกรและภาคเอกชนผู้ส่งออกผลไม้ ระบุว่า หากต้นทุเรียนยังรอดแต่ระบบรากได้รับความเสียหาย อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูประมาณ 1-2 ปี ก่อนกลับมาให้ผลผลิตตามปกติ ส่วนต้นที่เสียหายจนต้องปลูกใหม่ อาจต้องรอประมาณ 5-6 ปี จึงจะเริ่มกลับมาให้ผลผลิตอีกครั้ง

ช่วงเวลาดังกล่าวทำให้เกษตรกรต้องบริหารทั้งเงินลงทุนสำหรับสวน ค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และภาระหนี้เดิม ขณะที่รายได้จากผลผลิตยังไม่กลับเข้าสู่ระดับปกติ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางช่วยเหลือให้เหมาะสมกับเกษตรกรแต่ละกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่สามารถฟื้นฟูต้นเดิมและกลุ่มที่ต้องปลูกใหม่

อีกมาตรการที่ต้องดำเนินการควบคู่กันคือการเตรียมรับมือหากมีน้ำเข้าพื้นที่อีกครั้ง สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรีแนะนำให้ปรับปรุงระบบระบายน้ำภายในสวน พร้อมเฝ้าระวังโรครากเน่าและโคนเน่าหลังน้ำลด เพื่อลดความเสียหายเพิ่มเติมและรักษาต้นทุเรียนที่ยังมีโอกาสฟื้นตัว

สำหรับภาคธุรกิจ ผู้รับซื้อและโรงคัดบรรจุต้องติดตามผลสำรวจจำนวนต้นทุเรียนที่สามารถฟื้นตัว รวมถึงความพร้อมในการให้ผลผลิตในฤดูกาลถัดไป เพราะแม้ต้นทุเรียนยังยืนต้นอยู่ แต่ปริมาณและคุณภาพผลผลิตอาจยังไม่กลับเข้าสู่ระดับเดิม การมีข้อมูลรายสวนที่ชัดเจนจะช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนจัดหาผลผลิตและบริหารคำสั่งซื้อได้แม่นยำขึ้น

ขณะเดียวกัน ตลาดส่งออกทุเรียนไทยยังเป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตาม ข้อมูลที่นำเสนอในรายการ Business Watch อ้างอิงกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกทุเรียนสดของไทยผ่านแดนไปจีนมีมูลค่ามากกว่า 124,000 ล้านบาท โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลการค้าก่อนเกิดน้ำท่วม ไม่ใช่มูลค่าความเสียหาย และไม่ใช่มูลค่าการส่งออกทุเรียนทั้งหมดของประเทศไทย

ด้านตลาดจีน ข้อมูลช่วงเดือนกันยายนพบว่าราคาจำหน่ายทุเรียนในบางพื้นที่ของนครเฉิงตูปรับลดลง จากระดับเกือบ 20 หยวนต่อครึ่งกิโลกรัม มาอยู่ในช่วงประมาณ 13-15 หยวน และบางช่วงต่ำกว่า 10 หยวนต่อครึ่งกิโลกรัม ขณะที่ข้อมูลผ่านด่านโหย่วอี้กวานในช่วง 7 เดือนแรก ระบุว่าจีนนำเข้าทุเรียนสดจากไทยเกือบ 500,000 ตัน เพิ่มขึ้นประมาณ 40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ส่งออกต้องบริหารทั้งต้นทุน ปริมาณสินค้า และราคาจำหน่าย โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู แนะนำให้ผู้ประกอบการไทยรักษาคุณภาพสินค้า ควบคุมสารตกค้าง พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ และลดความสูญเสียระหว่างการขนส่ง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของทุเรียนไทย

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการสามารถพิจารณากระจายตลาดไปยังเมืองรอง เพิ่มช่องทางออนไลน์ในจีน รวมถึงพัฒนาสินค้าแปรรูป แต่ต้องประเมินต้นทุน คุณภาพสินค้า และราคาที่ตลาดยอมรับก่อนลงทุน

สำหรับจันทบุรี ภารกิจเร่งด่วนในระยะนี้คือการสำรวจความเสียหายให้ครบถ้วน ฟื้นฟูต้นทุเรียนที่ยังสามารถรักษาได้ พร้อมจัดหาแนวทางด้านเงินทุนให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ภาคการผลิตสามารถกลับเข้าสู่ระบบและเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลผลิตในระยะต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง