รีเซต

ท่องเที่ยวทั่วโลกชะลอ ญี่ปุ่น-จีนเร่งปรับเกม ดึงนักท่องเที่ยวด้วยเมืองรอง-ประสบการณ์ใหม่

ท่องเที่ยวทั่วโลกชะลอ ญี่ปุ่น-จีนเร่งปรับเกม ดึงนักท่องเที่ยวด้วยเมืองรอง-ประสบการณ์ใหม่
TNN ช่อง16
22 กันยายน 2569 ( 15:40 )
17

แรงกดดันที่เกิดกับการท่องเที่ยวไทยไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะประเทศ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการชะลอตัวของการท่องเที่ยวทั่วโลก เมื่อสงคราม ต้นทุนพลังงาน และค่าครองชีพ เริ่มเปลี่ยนทั้งเส้นทางและรูปแบบการเดินทาง ขณะที่หลายประเทศเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อดึงนักท่องเที่ยวและเพิ่มการใช้จ่าย

ญี่ปุ่นและจีนเป็น 2 ตัวอย่างในเอเชียที่กำลังใช้แนวทางแตกต่างกัน ญี่ปุ่นเร่งกระจายนักท่องเที่ยวสู่เมืองรอง ส่วนจีนกำลังเปลี่ยนสถานที่ท่องเที่ยวให้กลายเป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์และคอนเทนต์รูปแบบใหม่

UN Tourism ลดคาดการณ์ ท่องเที่ยวโลกโตเพียง 1-2%

องค์การการท่องเที่ยวแห่งสหประชาชาติ หรือ UN Tourism ระบุว่า การท่องเที่ยวโลกปีนี้กำลังเผชิญแรงกดดัน และปรับลดคาดการณ์การเติบโตของนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ จากประมาณการเดิม 3-4% เหลือเพียง 1-2%

ในช่วงครึ่งปีแรก การท่องเที่ยวโลกเติบโตเพียง 0.4% มีนักท่องเที่ยวเดินทางระหว่างประเทศประมาณ 690 ล้านคน เพิ่มขึ้นเพียง 3 ล้านคนจากปีก่อน

เมื่อแยกตามภูมิภาค พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดคือ ตะวันออกกลาง ซึ่งนักท่องเที่ยวลดลง 22% เนื่องจากความขัดแย้งกระทบทั้งความปลอดภัย การเปิดน่านฟ้า จำนวนเที่ยวบิน และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวโดยตรง

ส่วนแอฟริกาเพิ่มขึ้น 4% ยุโรปเพิ่มขึ้น 3% ภูมิภาคอเมริกาเพิ่มขึ้น 2% ขณะที่เอเชียและแปซิฟิกเพิ่มขึ้นเพียง 1%

สงคราม-น้ำมันแพง ดันนักท่องเที่ยวเลือกเดินทางใกล้บ้าน

ปัจจัยกดดันสำคัญเริ่มจาก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งไม่ได้กระทบเฉพาะประเทศที่เกิดเหตุ เพราะเมื่อสายการบินต้องหลีกเลี่ยงน่านฟ้า ระยะทางบินและเวลาการเดินทางก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ผลที่ตามมาคือ ราคาน้ำมันและค่าโดยสารสูงขึ้น ขณะที่ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้บริโภคต้องเลือกระหว่าง ลดจำนวนทริป ลดวันพัก หรือเปลี่ยนไปใช้บริการที่มีราคาถูกลง

UN Tourism จึงประเมินว่า นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มเลือก เดินทางใกล้บ้านมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสของตลาดระยะใกล้ แต่ในอีกด้านก็ทำให้จุดหมายปลายทางในภูมิภาคเดียวกันต้องแข่งขันกันรุนแรงขึ้น ทั้งด้านราคา เที่ยวบิน และความคุ้มค่า

สำหรับไทย การเดินทางใกล้บ้านอาจช่วยดึงนักท่องเที่ยวจากจีน อินเดีย และอาเซียน แต่ประเทศคู่แข่งอย่างญี่ปุ่น เวียดนาม และมาเลเซีย ก็เร่งทำตลาดกลุ่มเดียวกัน ไทยจึงไม่สามารถแข่งขันด้วยราคาห้องพักเพียงอย่างเดียว

ผู้ประกอบการต้องเตรียมรับพฤติกรรม จองใกล้วันเดินทาง พักสั้นลง และเปรียบเทียบราคามากขึ้น ขณะที่ธุรกิจที่มีตลาดในประเทศควบคู่กับต่างชาติ จะสามารถรับมือความผันผวนได้ดีกว่าธุรกิจที่พึ่งพาตลาดระยะไกลเพียงกลุ่มเดียว


ญี่ปุ่นนักท่องเที่ยวลด 9.6% จีนหายเกือบ 60%

การเดินทางใกล้บ้านอาจช่วยพยุงตลาดเอเชีย แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกประเทศจะเติบโต เพราะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ราคาพลังงาน และโครงสร้างวันหยุด สามารถเปลี่ยนทิศทางนักท่องเที่ยวได้อย่างรวดเร็ว

องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือ JNTO รายงานว่า เดือนสิงหาคมมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าญี่ปุ่นประมาณ 3.10 ล้านคน ลดลง 9.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ตลาดที่ลดลงมากที่สุดคือ นักท่องเที่ยวจีน 418,000 คน ลดลง 59% ท่ามกลางความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับญี่ปุ่นที่ตึงเครียด ขณะที่ราคาน้ำมันสูงและการยกเลิกเที่ยวบินจากพายุไต้ฝุ่นยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อการเดินทาง

นักท่องเที่ยวไทยอยู่ที่ประมาณ 32,200 คน ลดลง 9.3% ส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างวันหยุดของปีก่อน ซึ่งมีวันหยุดต่อเนื่อง 4 วันหลายครั้ง ช่วยกระตุ้นการเดินทางไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม ตลาดเอเชียไม่ได้ลดลงทั้งหมด โดยนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เดินทางเข้าญี่ปุ่น 850,500 คน เพิ่มขึ้น 28.7% ส่วนไต้หวันอยู่ที่ 666,000 คน เพิ่มขึ้น 7.3% ช่วยลดผลกระทบจากตลาดจีนได้บางส่วน

ญี่ปุ่นใช้ “เมืองรอง” กระตุ้นการเดินทาง

หนึ่งในแนวทางที่ญี่ปุ่นนำมาใช้ คือการกระจายนักท่องเที่ยวออกจากเมืองหลักไปยังเมืองรอง เพื่อเพิ่มการใช้จ่ายในท้องถิ่น

จังหวัด คาโกชิมะ จับมือกับ Klook ทำแคมเปญแจกตั๋วชินคันเซ็นเที่ยวเดียวจากสถานีฮากาตะ มูลค่าสูงสุด 11,420 เยน โดยผู้รับสิทธิ์ต้องจองที่พักในคาโกชิมะอย่างน้อย 1 คืนผ่านแพลตฟอร์ม

โครงการเริ่มวันที่ 18 กันยายน ไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า หรือจนกว่างบประมาณจะหมด เป้าหมายคือดึงนักท่องเที่ยวจากฟุกุโอกะเข้าสู่คาโกชิมะ และเพิ่มการใช้จ่ายในพื้นที่

แนวทางนี้สะท้อนว่า การกระตุ้นท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องลดราคาที่พักเพียงอย่างเดียว แต่สามารถใช้ ค่าเดินทางเป็นแรงจูงใจ เพื่อเปลี่ยนเส้นทางของนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่เมืองรองได้


จีนเปลี่ยนนักท่องเที่ยวเป็น “พระเอก-นางเอกซีรีส์”

ส่วนในจีน การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนจากการขายสถานที่ ไปสู่การขาย ประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปมีบทบาทอยู่ในเรื่องราวได้จริง

China Daily และ South China Morning Post รายงานว่า Hengdian World Studios หรือเหิงเตี้ยน เวิลด์ สตูดิโอ มณฑลเจ้อเจียง เปิดบริการถ่ายซีรีส์สั้นสำหรับนักท่องเที่ยวในเดือนสิงหาคม 2569 ต่อยอดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้ากับธุรกิจละครและซีรีส์สั้นของจีน

แทนที่จะเดินชมกองถ่ายหรือแต่งชุดถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว นักท่องเที่ยวสามารถ รับบทพระเอกหรือนางเอกในซีรีส์ ได้ แม้ไม่มีประสบการณ์ด้านการแสดงมาก่อน

ผู้ใช้บริการสามารถเลือกบท แต่งหน้า และถ่ายทำจริงบนฉากภาพยนตร์ โดยมีผู้กำกับช่วยสอนบทพูด สีหน้า ท่าทาง และอารมณ์แบบตัวต่อตัว

การถ่ายทำหนึ่งเรื่องใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนนำไปตัดต่อเป็นซีรีส์สั้นความยาวประมาณ 1-2 นาที

จ่ายหลักร้อยหยวน ได้ซีรีส์ตัวเองกลับไปแชร์

ค่าบริการเริ่มต้นประมาณ 200 หยวนต่อคน ขณะที่แพ็กเกจราคา 388 หยวน หรือประมาณ 1,940 บาท ครอบคลุมเครื่องแต่งกาย แต่งหน้า การถ่ายทำ และวิดีโอที่ตัดต่อเสร็จแล้ว

จุดขายจึงไม่ใช่เพียงการเข้าไปชมสถานที่ แต่คือการ รับคลิปซีรีส์สั้นของตัวเองกลับไปแชร์ เปลี่ยนนักท่องเที่ยวจากผู้ชมให้กลายเป็นทั้งนักแสดงและผู้ผลิตคอนเทนต์

กระแสตอบรับยังสร้างงานให้บุคลากรเบื้องหลัง โดยผู้กำกับรายหนึ่งเปิดเผยกับ China Daily ว่า ในวันที่มีลูกค้ามากอาจต้องดูแลถึง 14-15 กลุ่ม และบางวันสูงถึง 20 กลุ่ม

ในเชิงธุรกิจ โมเดลนี้ช่วยให้กองถ่ายสร้างรายได้จากฉาก เครื่องแต่งกาย ช่างแต่งหน้า ผู้กำกับ และทีมตัดต่อ ขณะเดียวกันยังส่งต่อรายได้ไปยังโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจในพื้นที่

นักท่องเที่ยวได้ประสบการณ์เฉพาะตัว ส่วนผู้ประกอบการได้ทั้งรายได้จากการขายแพ็กเกจ และการประชาสัมพันธ์ผ่านคลิปที่ลูกค้านำไปเผยแพร่ต่อ

ทิศทางนี้สะท้อนว่า จุดหมายปลายทางในอนาคตอาจไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะความสวยงามหรือราคา แต่จะแข่งขันกันว่าใครสามารถทำให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว และยอมจ่ายเพื่อสร้างประสบการณ์ที่สามารถนำกลับไปแชร์ต่อได้

สำหรับไทย นี่จึงเป็นอีกโจทย์สำคัญว่า ท่ามกลางการชะลอตัวของการท่องเที่ยวโลก เราจะเปลี่ยนแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม อาหาร กีฬา และ Soft Power ให้กลายเป็น ประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวอยากจ่ายเงินเพื่อเข้ามามีส่วนร่วม ได้มากเพียงใด

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง