รีเซต

ท่องเที่ยวไทยปี 2026 ปลุกความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวจีนอย่างไร หลังวิกฤตความปลอดภัย

ท่องเที่ยวไทยปี 2026  ปลุกความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวจีนอย่างไร หลังวิกฤตความปลอดภัย
TNN ช่อง16
26 ตุลาคม 2569 ( 16:57 )
14

ชื่อเสียงของแหล่งท่องเที่ยวเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูดนักเดินทาง แต่ความมั่นใจในความปลอดภัย ความสะดวก และความคุ้มค่า ล้วนมีผลต่อการตัดสินใจเดินทางเช่นกัน

ประเทศไทยกำลังเผชิญการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่เข้มข้นขึ้น แม้กรุงเทพมหานครจะได้รับการยอมรับในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก แต่ความกังวลด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวบางตลาดยังเป็นความท้าทาย ขณะที่จีนและญี่ปุ่นเดินหน้าสร้างแรงจูงใจเพื่อดึงดูดนักเดินทางชาวไทย

การแข่งขันครั้งนี้จึงไม่ได้วัดกันเพียงความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยว แต่รวมถึงประสบการณ์ที่ผู้เดินทางจะได้รับ ตั้งแต่การวางแผนเดินทาง การเข้าประเทศ ไปจนถึงค่าใช้จ่ายและบริการตลอดทั้งทริป

กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 1 เมืองดีที่สุดในโลก คะแนนสูงกว่าปารีส

กรุงเทพมหานครยังมีจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับการยอมรับบนเวทีโลก โดยนิตยสารท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ชื่อดังจากสหราชอาณาจักร Condé Nast Traveller เผยแพร่ผลรางวัล Readers’ Choice Awards 2026 จากการโหวตของผู้อ่านเมื่อต้นเดือนตุลาคม

ผลสำรวจจัดให้ กรุงเทพฯ เป็นเมืองดีที่สุดในโลก ด้วยคะแนน 97.68 สูงกว่าปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งได้ 97.14 คะแนน และอิสตันบูล ประเทศตุรกี ที่ได้ 96.67 คะแนน

ความน่าสนใจคือ ในปีก่อนหน้ากรุงเทพฯ ไม่ติดกลุ่ม 20 อันดับแรก แต่ปีนี้กลับขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง

Condé Nast Traveller กล่าวถึงเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ที่ผสมผสานประสบการณ์หลากหลาย ตั้งแต่ตลาด พระราชวัง วัด อาหารริมทาง ร้านอาหารระดับมิชลิน ไปจนถึงสถานบันเทิงและกิจกรรมยามค่ำคืน

ความหลากหลายดังกล่าวเป็นจุดแข็งทางเศรษฐกิจ เพราะนักท่องเที่ยวสามารถใช้จ่ายกับสินค้าและบริการหลายประเภทตลอดการเดินทาง ทั้งอาหาร ที่พัก การเดินทาง การจับจ่าย และกิจกรรมต่าง ๆ

สำหรับผู้ประกอบการ รางวัลนี้จึงเป็นโอกาสในการนำชื่อเสียงของกรุงเทพฯ มาต่อยอดเป็นสินค้าและบริการที่นักท่องเที่ยวสามารถจองหรือซื้อได้จริง โดยควรมีข้อมูลราคา รายละเอียดบริการ และเงื่อนไขที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ความนิยมจากนักเดินทางกลุ่มหนึ่งไม่ได้หมายความว่าทุกตลาดจะมีมุมมองเหมือนกัน หากนักท่องเที่ยวบางกลุ่มยังกังวลเรื่องความปลอดภัยหรือความสะดวก ชื่อเสียงของเมืองเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจเดินทาง

จีนเตือนพลเมืองระวังเดินทางมาไทย กระทบความเชื่อมั่นตลาดท่องเที่ยว

หนึ่งในประเด็นที่ต้องติดตามคือความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

หนังสือพิมพ์ South China Morning Post รายงานว่า เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2026 สถานทูตจีนออกคำเตือนให้พลเมืองระมัดระวังการเดินทางมายังประเทศไทย โดยเน้นความเสี่ยงจากข้อเสนอการทำงานที่อาจเป็นงานปลอม รวมถึงปัญหาการลักพาตัวและค้ามนุษย์

ทั้งนี้ คำเตือนดังกล่าวเป็นคำแนะนำด้านความปลอดภัย ไม่ใช่ประกาศห้ามพลเมืองจีนเดินทางเข้าประเทศไทย

ต่อมา วันที่ 19 ตุลาคม มีรายงานว่าสตูดิโอของ ไป๋ลู่ (Bai Lu) นักแสดงหญิงชื่อดังชาวจีน ประกาศยกเลิกงานแฟนมีตติ้งในประเทศไทย ซึ่งเดิมกำหนดจัดวันที่ 25 ตุลาคม ท่ามกลางการประเมินว่าการตัดสินใจอาจเกี่ยวข้องกับความกังวลด้านความปลอดภัย

ทีมงานประกาศมาตรการคืนเงินค่าบัตรเต็มจำนวน พร้อมชดเชยค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับตั๋วเครื่องบินและที่พักระหว่างวันที่ 24–26 ตุลาคม ตามเงื่อนไขที่กำหนด

เหตุการณ์นี้สะท้อนว่า ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยไม่ได้กระทบเฉพาะจำนวนผู้เดินทาง แต่ยังเชื่อมโยงกับรายได้ของธุรกิจอีเวนต์ โรงแรม ร้านอาหาร และบริการขนส่งด้วย

เมื่อกิจกรรมที่เป็นเหตุผลหลักของการเดินทางถูกยกเลิก การใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่ก็อาจลดลงตามไปด้วย

ด้าน สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า ไทยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว พร้อมเสนอให้คำเตือนการเดินทางสอดคล้องกับสถานการณ์ ไม่สร้างความตื่นตระหนกเกินความจำเป็น และสนับสนุนความร่วมมือระหว่างไทยกับจีนเพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นทาง

ในมุมเศรษฐกิจ การฟื้นความเชื่อมั่นจึงต้องอาศัยมากกว่าการประชาสัมพันธ์ เพราะผู้เดินทางต้องการข้อมูลที่ตรวจสอบได้ รวมถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยและบริการที่สร้างความมั่นใจได้จริง

คนไทยเที่ยวจีนพุ่ง 3.06 ล้านคน ฟรีวีซ่า–รถไฟความเร็วสูงหนุนตลาด

ขณะที่ไทยกำลังเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวจีน การเดินทางของคนไทยไปเที่ยวจีนกลับขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ข้อมูลจาก Bnomics หน่วยงานวิจัยของธนาคารกรุงเทพ ประเมินว่า ปี 2025 มีคนไทยเดินทางไปจีนประมาณ 3.06 ล้านคน เพิ่มขึ้น 46.2% จากปีก่อน ทำให้จีนกลายเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของนักเดินทางชาวไทยในปีดังกล่าว

สำหรับปี 2026 สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) คาดการณ์ว่า คนไทยอาจเดินทางไปจีนถึง 4 ล้านคน หรือเติบโตประมาณ 30%

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ มาตรการยกเว้นวีซ่า ความคุ้มค่าของค่าใช้จ่าย ระบบรถไฟความเร็วสูง และความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว

โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงที่ช่วยเชื่อมการเดินทางระหว่างเมืองและมณฑล ทำให้บริษัททัวร์สามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวหลายพื้นที่ภายในทริปเดียวได้สะดวกขึ้น

ความสะดวกดังกล่าวช่วยเพิ่มทางเลือกให้ผู้เดินทาง ทั้งด้านระยะเวลา ค่าใช้จ่าย และประสบการณ์ที่ได้รับ

ในด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจ มีการประเมินว่าคนไทยใช้จ่ายในการเดินทางไปจีนรวมประมาณ 120,250 ล้านบาทในปี 2025

ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวไม่ได้เกี่ยวข้องกับจำนวนผู้เดินทางเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเม็ดเงินตลอดการเดินทาง ตั้งแต่ตั๋วโดยสาร โรงแรม อาหาร ไปจนถึงกิจกรรมและการซื้อสินค้า

สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวไทย การเติบโตของตลาดจีนเป็นทั้งโอกาสของบริษัททัวร์และสายการบินที่จำหน่ายบริการเดินทางต่างประเทศ และเป็นการแข่งขันในการดึงงบประมาณท่องเที่ยวของผู้บริโภคไทย


ญี่ปุ่นขึ้นภาษีเดินทางออก 3,000 เยน แต่ยังเดินหน้าดึงนักท่องเที่ยวไทย

ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศที่แข่งขันดึงดูดนักเดินทางชาวไทยอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการปรับเพิ่มภาษีเดินทางออกจากประเทศ

ตามข้อมูลในประเด็นที่รายงาน กรมสรรพากรญี่ปุ่นระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ญี่ปุ่นปรับอัตรา ภาษีเดินทางออกจากประเทศเป็น 3,000 เยนต่อครั้ง หรือประมาณ 630 บาท สำหรับผู้เดินทางออกทางอากาศและทางเรือตามหลักเกณฑ์

มาตรการดังกล่าวมีข้อยกเว้น เช่น เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ผู้โดยสารต่อเครื่องที่เดินทางออกภายใน 24 ชั่วโมง และผู้โดยสารบางกลุ่มที่อยู่ภายใต้บทเฉพาะกาลซึ่งยังใช้อัตราเดิม 1,000 เยน

องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือ JNTO อธิบายว่า รายได้จากภาษีมีเป้าหมายสนับสนุนการพัฒนาระบบท่องเที่ยว เช่น เพิ่มความรวดเร็วในการตรวจคนเข้าเมือง ปรับปรุงข้อมูลหลายภาษา พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก และส่งเสริมเมืองท่องเที่ยวรองเพื่อลดความแออัด

แม้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้น ญี่ปุ่นยังเดินหน้ากระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวไทย

ระหว่างวันที่ 16–18 ตุลาคม 2026 JNTO จัดงาน เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองและทัวร์ ครั้งที่ 18 ที่สยามพารากอน โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมรวม 171 บูธ ทั้งหน่วยงานท่องเที่ยว บริษัททัวร์ สายการบิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

ภายในงานมีสินค้าและบริการให้เลือกตั้งแต่ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก บัตรโดยสารรถไฟ ไปจนถึงกิจกรรมท่องเที่ยว

อีกหนึ่งแนวทางสำคัญคือการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ภายใต้แนวคิด “เที่ยวเมืองรอง ลองแล้วจะรัก” เพื่อกระตุ้นให้นักเดินทางที่เคยไปญี่ปุ่นแล้วกลับไปเยือนอีกครั้ง โดยเลือกจุดหมายใหม่ที่แตกต่างจากเมืองยอดนิยม

กลยุทธ์นี้ช่วยสร้างเหตุผลในการเดินทางซ้ำ และเชื่อมแรงบันดาลใจเข้ากับข้อมูลสินค้าและช่องทางการซื้อภายในงานเดียว

สำหรับประเทศไทย กรณีญี่ปุ่นสะท้อนว่าการแข่งขันเริ่มตั้งแต่ก่อนผู้บริโภคเลือกจุดหมายปลายทาง เพราะประเทศคู่แข่งเข้ามาทำตลาดและเสนอสินค้าให้นักเดินทางไทยตัดสินใจโดยตรง

คนไทยเที่ยวเกาหลีใต้เริ่มฟื้น แต่ยังต่ำกว่าก่อนโควิด 35%

เกาหลีใต้เป็นอีกจุดหมายที่เคยได้รับความนิยมสูงจากนักท่องเที่ยวไทย แต่ในช่วงที่ผ่านมา ความกังวลเกี่ยวกับขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ

ข้อมูลที่รายงานระบุว่า ปี 2025 มีคนไทยเดินทางไปเกาหลีใต้ประมาณ 328,000 คน ลดลง 13.8% จากปีก่อน

ปัจจัยหนึ่งคือความกังวลว่าผู้เดินทางอาจไม่ผ่านการตรวจคนเข้าเมือง ส่งผลให้สูญเสียค่าใช้จ่ายที่ชำระล่วงหน้าไปแล้ว ทั้งตั๋วเครื่องบินและที่พัก

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปี 2026 เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว

ข้อมูลจากกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวเกาหลีใต้ ระบุว่า ช่วงเดือนมกราคม–สิงหาคม 2026 มีคนไทยเดินทางเข้าเกาหลีใต้ 229,746 คน เพิ่มขึ้น 14.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

แม้จำนวนผู้เดินทางจะกลับมาเติบโต แต่ยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปี 2019 ก่อนการระบาดของโควิด-19 ประมาณ 35%

อีกความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในธุรกิจสายการบิน โดยมีรายงานว่าแอร์เอเชียยุติบริการเที่ยวบินตรงเส้นทางดอนเมือง–อินชอน ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2026 หลังให้บริการมาประมาณ 12 ปี โดยอ้างถึงความต้องการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไป

ด้านรัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่า กำลังประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขอุปสรรคในกระบวนการเข้าเมืองที่ส่งผลต่อนักท่องเที่ยวบางส่วนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นว่า การสร้างความสนใจผ่านแหล่งท่องเที่ยวหรือวัฒนธรรมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากผู้เดินทางยังรู้สึกว่ามีความไม่แน่นอนในขั้นตอนเข้าประเทศ


บทเรียนถึงไทย ชื่อเสียงต้องมาพร้อมความปลอดภัยและความคุ้มค่า

การแข่งขันระหว่างไทย จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ สะท้อนว่าปัจจัยในการเลือกจุดหมายท่องเที่ยวกำลังเชื่อมโยงกันหลายด้าน

กรุงเทพฯ มีชื่อเสียงและความหลากหลายของประสบการณ์ท่องเที่ยว ขณะที่จีนได้แรงหนุนจากฟรีวีซ่า ความคุ้มค่า และระบบคมนาคม ญี่ปุ่นใช้สินค้าและกิจกรรมใหม่กระตุ้นการเดินทางซ้ำ ส่วนเกาหลีใต้กำลังพยายามลดอุปสรรคที่กระทบความมั่นใจของผู้เดินทาง

สำหรับประเทศไทย รางวัลเมืองดีที่สุดในโลกเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้ แต่การเปลี่ยนชื่อเสียงให้กลายเป็นยอดจองและการใช้จ่ายจริง ยังต้องอาศัยระบบบริการที่มีคุณภาพ ความปลอดภัย และความสะดวกตลอดการเดินทาง

ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจน ทั้งราคา เงื่อนไขการจอง การเดินทาง และมาตรฐานบริการ เพื่อช่วยลดความไม่แน่นอนของลูกค้า

ขณะเดียวกัน การพัฒนาสินค้าและประสบการณ์ใหม่จะช่วยเพิ่มเหตุผลให้นักท่องเที่ยวกลับมาเยือน และกระจายรายได้ไปยังธุรกิจและพื้นที่อื่นได้มากขึ้น

บทสรุปสำคัญคือ ชื่อเสียงอาจทำให้นักท่องเที่ยวอยากเดินทางมาไทย แต่ความปลอดภัย ความสะดวก และประสบการณ์ที่คุ้มค่า จะเป็นปัจจัยตัดสินว่าพวกเขาจะเลือกมาเที่ยวจริง และกลับมาอีกครั้งหรือไม่

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง