สธ.แจง กทม. พบโควิดในคอนโด ยันเป็นรายเดียวกับพยาบาล 1 ใน 6 ที่ติดเชื้อ

สธ.แจง กทม. พบโควิดในคอนโด ยันเป็นรายเดียวกับพยาบาล 1 ใน 6 ที่ติดเชื้อ
มติชน
12 ธันวาคม 2563 ( 13:00 )
68
สธ.แจง กทม. พบโควิดในคอนโด ยันเป็นรายเดียวกับพยาบาล 1 ใน 6 ที่ติดเชื้อ

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ โควิด-19 ในประเทศไทย และความคืบหน้าการสอบสวนโรคกรณีพบบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาล(รพ.)เอกชน ติดโควิด-19

 

นพ.โสภณ กล่าวว่า สถานการณ์ในต่างประเทศพบผู้ติดเชื้อสะสม 71,432,996 ราย แต่ตัวเลขการติดเชื้อที่แท้จริงจะมากกว่านี้หลายเท่า เนื่องจากจะรายงานเฉพาะที่มีผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการ(แล็บ) ยืนยัน เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่มากถึง 702,513 ราย และเนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาวทำให้พบผู้ติดมากขึ้นถึงวันละ 600,000-700,000 ราย ที่โดยปกติแล้วมักจะพบโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจระบาดอยู่แล้ว เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ อาการรุนแรง 106,663 ราย รักษาหายแล้ว 49,633,433 ราย เสียชีวิต 1,601,088 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.2 คือผู้ป่วย 100 รายจะมีเสียชีวิต 2 รายเศษ และสำหรับสถานการณ์ในวันนี้ พบผู้ป่วยรายใหม่ 12 ราย รวมสะสม 4,192 ราย เป็นผู้ป่วยที่ตรวจพบในสถานกักกันโรคที่รัฐกำหนด(Quarantine) ส่วนใหญ่เป็นผู้ไม่มีอาการ

 

“หากย้อนหลังกลับไป 4 สัปดาห์ ในวันที่ 6-12 ธันวาคม เป็นสัปดาห์ที่เราพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวนมากที่สุด เนื่องจากเหตุการณ์คนไทยกลับมาจากเมียนมา ใน จ.เชียงราย แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ เพราะส่วนใหญ่อยู่ในสถานกักกันโรค” นพ.โสภณ กล่าว

 

นพ.โสภณ กล่าวว่า การสอบสวนโรคของกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานในสถานกักกันโรคทางเลือก(ASQ) และ รพ.เอกชน ติดเชื้อโควิด-19 ข้อมูลล่าสุด เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม จากการทำงานร่วมกันของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค สำนักงานป้องกันและควบคุมโรคเขตเมือง(สปคม.) และสำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร(กทม.) พบว่า ผู้ป่วยทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในกลุ่มนี้เริ่มจากการพบผู้ป่วยที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ รายที่ 1 เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม หลังจากนั้นตรวจพบกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูงติดเชื้ออีก 4 ราย และต่อมาเมื่อมีการตรวจหาเชื้อซ้ำครั้งที่ 2 ในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง จึงทำให้พบผู้ป่วยเพิ่มเติม 1 ราย เป็นผู้ป่วยกลุ่มบุคลการทางการแพทย์รายที่ 6 ขณะนี้ทุกรายอยู่ในการดูแลของแพทย์ ไม่มีอาการรุนแรง มีอาการไข้หวัด

 

นพ.โสภณ กล่าวว่า ไทม์ไลน์ของผู้ป่วยรายที่ 6 เป็นหญิงไทย อายุ 29 ปี อาชีพบุคลากรทางการแพทย์ ข้อมูลย้อนหลัง 5 วัน ก่อนเริ่มมีอาการป่วย

 

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ผู้ป่วยรับประทานอาหารเที่ยวร่วมกับผู้ป่วยรายที่ 1 ระยะห่างไม่เกิน 1 เมตร และไม่สวมหน้ากากอนามัยเพราะเป็นกิจกรรมในชีวิตประจำวัน หลังจากนั้น เวลา 15.00 น. พบกันอีกครั้ง นั่งโต๊ะเดียวกัน

 

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ขับรถมอเตอร์ไซต์ ไปปฏิบัติงานที่ห้องไอซียูที่ รพ.เอกชน

 

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม หลังจากพบว่าผู้ป่วยรายที่ 1 ติดเชื้อ รายนี้จึงไปตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ที่คลินิกโรคทางเดินหายใจเช่นเดียวกับรายอื่นอีก 5 ราย ที่เป็น HR ของผู้ป่วยรายที่ 1-2 และสวมหน้ากากอนามัย เลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกัน
ช่วงเย็น ระหว่างรอผลตรวจ ได้เข้าไปซุปเปอร์มาร์เก็ต สวมหน้ากากอนามัย และเลี่ยงการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

 

เมื่อวันที่ 6-7 ธันวาคม ผลตรวจครั้งที่ 1 ไม่พบเชื้อ และได้รับการกักกันตัว 14 วัน พร้อมรูมเมทที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ โดยไม่ได้ออกไปนอกที่พัก

 

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม เริ่มมีอาการไข้ อุณหภูมิร่างกาย 37.6 เซสเซียส
10.00 น. เข้ารับการตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 ที่ รพ.บีเอ็นเอช(BNH) และพบผลเชื้อ เข้ารักษาที่ รพ. ในห้องแยกโรค และในขณะนี้มีอาการไม่รุนแรง

 

นพ.โสภณ กล่าวว่า ผู้สัมผัสของผู้ป่วยรายดังกล่าว เป็นเพื่อนร่วมงาน รวม 10 ราย ผลการตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 โดยสรุปคือ ผู้ป่วยรายนี้เป็นกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงของผู้ป่วยรายที่ 1 โดยมีอาการป่วยและตรวจพบเชื้อในระหว่างการเฝ้าระหว่างอาการ 14 วัน ดังนั้น เหตุการณ์ที่พบกลุ่มบุคลาการทางการแพทย์ติดเชื้อโควิด-19 ข้อมูลล่าสุด การตรวจหาเชื้อกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวน 51 ราย ทั้งใน รพ.เอกชน จำนวน 31 ราย หอพัก 6 ราย ห้องสัมภาษณ์งาน 7 ราย สมาชิกในครอบครัว 7 ราย ผลการตรวจครั้งที่ 1 ให้ผลลบทุกราย และการตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 ให้ผลลบ 50 ราย ผลบวก 1 ราย คือผู้ป่วยรายที่ 6 และกลุ่มเสี่ยงต่ำ 888 ราย ตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 ให้ผลลบทุกราย แสดงให้เห็นว่ากลึ่มเสี่ยงต่ำมีโอกาสรับเชื้อต่ำมาก อยู่ในการควบคุมได้ แต่ต้องติดตามต่อให้ครบ 14 วัน

 

“ทีมสอบสวนโรคและ รพ.ต้นสังกัด มีมาตรการที่รัดกุม นอกจากมีการตรวจหาเชื้อครั้งแรกที่ให้ผลลบทุกราย แต่มีการตรวจซ้ำอีกครั้ง จึงทำให้พบผู้ป่วยรายที่ 6 และเมื่อพบก็ได้ติดตามผู้สัมผัสอีก 10 ราย ได้รับการตรวจและไม่พบเชื้อ แต่อย่างไรก็ตามจะต้องติดตามเพื่อตรวจหาเชื้ออีกครั้ง” นพ.โสภณ กล่าว

 

เมื่อถามว่าข้อมูลการพบผู้ติดเชื้อในคอนโดมิเนียม มีข้อเท็จจริงอย่างไร นพ.โสภณ กล่าวว่า คำถามนี้มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดโควิด-19 ซึ่งเป็นผู้ที่ติดเชื้อรายที่ 6 ตามที่มีข่าวว่า คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ข้อมูล คือ รายที่ 6 ที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงของผู้ป่วยรายที่ 1 และอยู่ในระหว่างการกักกันโรค ตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม และตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ดังนั้นความเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นถือว่าน้อยมาก เนื่องจากวันที่ 5-7 ธันวาคม ไม่ได้ออกจากที่พัก

 

“คอนโดมิเนียมได้สร้างความมั่นใจให้ผู้พัก จึงทำความสะอาดพื้นผิวบริเวณลิฟต์โดยสาร โถงจอดรถ ลอปปี้ พื้นทางเดิน วัดอุณภูมิเจ้าหน้าที่ในคอนโดฯ ทั้งนี้ทาง กทม. ได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดแล้ว ไม่พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในรายนี้ในคอนโดฯ แต่หากผู้พักอาศัยมีความกังวล ก็ขอให้สังเกตอาการป่วยตนเอง 14 วัน นับจากวันที่ 5 ธันวาคม แต่หากมีอาการป่วย เช่น ไข้ ไอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่ได้รส ก็สามารถเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในสถานพยาบาใกล้บ้านได้ทันที แต่ขอให้ประชาชนคลายความกังวล แต่ไม่ให้ประมาท” นพ.โสภณ กล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง