รีเซต

"อิสราเอล-เลบานอน" เตรียมเจรจา 14 เม.ย.นี้ หวังคลี่คลายไฟสงคราม

"อิสราเอล-เลบานอน" เตรียมเจรจา 14 เม.ย.นี้ หวังคลี่คลายไฟสงคราม
TNN ช่อง16
11 เมษายน 2569 ( 11:48 )
33

จับตา 14 เมษายนนี้ อิสราเอล-เลบานอน เตรียมเจรจาในกรุงวอชิงตัน หวังคลี่คลายไฟสงคราม ตามความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการลดระดับความตึงเครียดจากการสู้รบระหว่างอิสราเอล-กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ที่เสี่ยงบั่นทอนข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่ยังเปราะบาง

สถานการณ์ปัจจุบันเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลเมื่อวันที่ 2 มีนาคม เพียง 3 วันหลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านปะทุขึ้น ส่งผลให้อิสราเอลยกระดับการโจมตีทางอากาศในเลบานอน และขยายปฏิบัติการภาคพื้นดินในพื้นที่ตอนใต้

อิสราเอลยังได้ออกคำสั่งให้ประชาชนเลบานอนหลายแสนคนอพยพออกจากหมู่บ้านที่ถูกมองว่าเป็นฐานที่มั่นของฮิซบอลเลาะห์

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มีผู้เสียชีวิตในเลบานอนเกือบ 2,000 คนจากการโจมตีของอิสราเอล ขณะที่ฝั่งอิสราเอลมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 คนจากการยิงจรวดของฮิซบอลเลาะห์


จุดเปลี่ยนหลังสหรัฐฯ–อิหร่าน บรรลุข้อตกลง

หนึ่งสัปดาห์หลังการสู้รบเริ่มขึ้น ประธานาธิบดีเลบานอนโจเซฟ อูน แสดงท่าทีพร้อมเปิดการเจรจาโดยตรงกับอิสราเอลเพื่อยุติความรุนแรง แม้กระทั่งเสนอแนวทางสู่การปรับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

อย่างไรก็ตาม อิสราเอลในขณะนั้นปฏิเสธข้อเสนอ โดยมองว่าเลบานอนไม่สามารถควบคุมฮิซบอลเลาะห์ได้โดยไม่เสี่ยงต่อสงครามกลางเมือง

แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิง โดยอิหร่านย้ำว่าอิสราเอลต้องยุติการโจมตีเลบานอนก่อนการเจรจาในปากีสถาน

แหล่งข่าวระบุว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โทรศัพท์ถึงนายกรัฐมนตรีอิสราเอลเบนจามิน เนทันยาฮู เพื่อขอให้ลดระดับการโจมตี ก่อนที่เนทันยาฮูจะประกาศเปิดการเจรจากับเลบานอนในเวลาต่อมา

กรอบเจรจายังไม่ตรงกัน

การหารือในกรุงวอชิงตันจะมีขึ้นระหว่างเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐฯ และเอกอัครราชทูตเลบานอนประจำสหรัฐฯ โดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นต่างในประเด็นสำคัญ

  • ฝั่งเลบานอนต้องการหารือเรื่อง “การหยุดยิง” และกำหนดกรอบเจรจา

  • ขณะที่อิสราเอลมองว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของ “การเจรจาสันติภาพอย่างเป็นทางการ” และไม่ต้องการหารือกับเฮซบอลเลาะห์โดยตรง


อิสราเอลย้ำเป้าหมาย “ปลดอาวุธ–สร้างกันชน”

เนทันยาฮู ระบุชัดว่า อิสราเอลจะไม่ยุติการโจมตีฮิซบอลเลาะห์ในทันที โดยตั้งเป้าหมายหลัก 2 ประการ ได้แก่

  1. ปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์

  2. บรรลุข้อตกลงสันติภาพกับเลบานอน

อิสราเอลยังคงเดินหน้าปฏิบัติการทหารในเลบานอน โดยมุ่งสร้าง “เขตกันชน” บริเวณชายแดนทางเหนือ แม้มีสัญญาณว่าอาจลดระดับการโจมตีก่อนการเจรจา

นอกจากนี้ แหล่งข่าวระดับสูงระบุว่า อิสราเอลอาจเรียกร้องให้เลบานอนปลดรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับฮิซบอลเลาะห์ออกจากรัฐบาล


เลบานอนยืนยัน “หยุดยิงต้องมาก่อน”

ฝั่งเลบานอนย้ำว่า การหยุดยิงเป็นเงื่อนไขสำคัญก่อนจะเข้าสู่การเจรจาในประเด็นที่กว้างขึ้น

แม้รัฐบาลเลบานอนจะประกาศห้ามฮิซบอลเลาะห์ดำเนินกิจกรรมทางทหารในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ในความเป็นจริง กลุ่มดังกล่าวยังคงมีอิทธิพลสูง ทั้งด้านอาวุธและการสนับสนุนจากชุมชนมุสลิมชีอะห์จำนวนมาก

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์เป็นความท้าทายอย่างยิ่ง สำหรับรัฐบาลเลบานอนที่เปราะบาง และกำลังเผชิญความเสี่ยงสูงสุดนับตั้งแต่สงครามกลางเมืองระหว่างปี 1975–1990


ย้อนรอยความขัดแย้งที่ยาวนาน

อิสราเอลและเลบานอนไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน และถือว่ายังคงอยู่ในภาวะสงครามตั้งแต่การก่อตั้งรัฐอิสราเอลในปี 1948

อิสราเอลเคยยึดครองพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอนนานถึง 18 ปี ระหว่างปี 1982–2000

โดยหลังปี 1982 อิสราเอลได้ยึดพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน ที่นำมาสู่การเกิดขึ้นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์  กลุ่มติดอาวุธชีอะห์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน


ฮิซบอลเลาะห์ นิยามตนเองว่าเป็น “ขบวนการต่อต้านการยึดครอง” และเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อตอบโต้การรุกรานของอิสราเอล จนกระทั่งในปี 2000 อิสราเอลได้ถอนทหารออก แต่นั่นก็ยังไม่ใช่การยุติดความขัดแข้ง แต่กลับเปลี่ยนรูแบบกลายเป็น “สงครามตัวแทน


จากนั้นในปี 2006 เกิดสงครามเต็มรูปแบบระหว่างอิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ นาน 1 เดือน ที่แม้อิสราเอลจะมีศักยภาพทางทหารเหนือกว่า แต่ก็ไม่สามารถปราบฮิซบอลเลาะห์ลงได้อย่างราบคาบ


และนั่น ทำให้ฮิซบอลเลาะห์กลายมาเป็น “ผู้เล่นหลัก” ในด้านความมั่นคงในเลบานอน  และเกิดสภาวะ “รัฐซ้อนรัฐ” กับรัฐบาลเลบานอน เพราะมีกองกำลังติดอาวุธของตนเอง, ระบบข่าวกรอง, เครือข่ายสังคม และสวัสดิการ และยังมีตัวแทนอยู่ในรัฐบาลเลบานอนด้วย 


อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายเคยมีความคืบหน้าในการเจรจา โดยในปี 2022 ได้บรรลุข้อตกลงกำหนดเขตแดนทางทะเลภายใต้การไกล่เกลี่ยของสหรัฐฯ และมีการเจรจาทางอ้อมอีกครั้งในปลายปี 2025 เพื่อยืนยันข้อตกลงยุติการสู้รบในปี 2024


การพบกันในกรุงวอชิงตันครั้งนี้ จึงถูกจับตาในฐานะ “บททดสอบสำคัญ” ว่าจะสามารถหยุดวงจรความรุนแรง และปูทางไปสู่สันติภาพระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน ได้จริงหรือไม่? หรือจะเป็นเพียงการพักรบชั่วคราว ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังร้อนระอุของตะวันออกกลาง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง