ปูพรมตรวจต่างด้าวสมุทรสาคร-จังหวัดอื่น หาเชื้อกลุ่มเสี่ยง โควิด ตั้งรพ.สนาม 2 แห่ง

ปูพรมตรวจต่างด้าวสมุทรสาคร-จังหวัดอื่น หาเชื้อกลุ่มเสี่ยง โควิด ตั้งรพ.สนาม 2 แห่ง
ข่าวสด
22 ธันวาคม 2563 ( 13:59 )
22
ปูพรมตรวจต่างด้าวสมุทรสาคร-จังหวัดอื่น หาเชื้อกลุ่มเสี่ยง โควิด ตั้งรพ.สนาม 2 แห่ง

โควิด : สธ.ปูพรมตรวจต่างด้าวสมุทรสาคร-จังหวัดอื่น หาเชื้อกลุ่มเสี่ยง ตั้งรพ.สนาม 2 แห่ง ส่งรถเก็บตัวอย่างเชื้อชีวนิรภัยพระราชทานลงพื้นที่

 

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.63 นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า รมว.สาธารณสุข ให้ความสำคัญกับการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในทุกพื้นที่ที่คาดว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงอาจเกิดการแพร่ระบาด

 

 

รวมทั้งเพิ่มการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยง แรงงานต่างด้าวที่อยู่รวมกันในที่พักหรือโรงงาน ผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักในศูนย์กักกันคนเข้าเมือง หรือกลุ่มที่มีโอกาสพบปะผู้คนจำนวนมาก เช่น บุคลากรหรือพนักงานต้อนรับประจำรถสาธารณะ อาชีพเสี่ยงอื่นๆ หรือกลุ่มที่มีแนวโน้มพบปะผู้ป่วยสูง คือบุคลากรทางการแพทย์ ส่วนสถานที่เสี่ยง ได้แก่ ตลาดนัด ศาสนสถาน สถานีขนส่งผู้โดยสาร สถานีรถไฟฟ้า ชุมชนแออัด เป็นต้น

 

 

สำหรับที่จังหวัดสมุทรสาคร เร่งติดตามตรวจหาเชื้อในกลุ่มเสี่ยงตั้งเป้าให้ได้ 10,300 ราย ภายใน 2 สัปดาห์ โดยนำรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทานจำนวน 6 คัน และระดมบุคลากรทางการแพทย์จาก 8 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 5 เร่งตรวจคัดกรองค้นหาผู้ติดเชื้อในกลุ่มแรงงานต่างด้าวพร้อมทั้งประเมินสถานการณ์ เพื่อจำกัดตีวงในพื้นที่ที่มีการระบาดสูง และจะตรวจค้นหาอย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุมกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งชุมชนแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในจังหวัดอื่นๆ ให้ได้มากที่สุด

 

 

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า ขณะนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขยายขีดความสามารถห้องปฏิบัติการในทุกจังหวัดและกทม. ให้พร้อมตรวจได้ทั่วถึง โดยความร่วมมือของ ภาครัฐ เอกชน และสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง มีความสามารถตรวจได้ 50,000 ตัวอย่าง/วัน รวมทั้งมีระบบการจับคู่ห้องปฏิบัติการกับโรงพยาบาลต้นสังกัด เชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบออนไลน์กับกรมควบคุมโรคและโรงพยาบาลที่ส่งตรวจ ทำให้การรับส่งเชื้อรวดเร็ว รายงานผลได้ภายใน 24 ชั่วโมง

 

ช่วยให้การป้องกันควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถวินิจฉัยรักษาผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการตรวจหาเชื้อเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 เป็นต้นมา ตรวจปูพรมทั่วประเทศไปแล้วกว่า 200,000 ราย ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วยวิธี RT-PCR เพื่อให้การวินิจฉัยรักษาผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว สามารถควบคุมโรค จำกัดวงการแพร่ระบาดได้

 

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า ในระบบเฝ้าระวังในปัจจุบัน หากมีอาการสงสัยป่วยโรคโควิด 19 ได้แก่ ไข้ ไอ เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่ได้รับรส ร่วมกับมีประวัติเสี่ยง สามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองได้ที่โรงพยาบาล โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เนื่องจากรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ ให้ สปสช. ผ่านกองทุนประกันสุขภาพแห่งชาติ

 

สำหรับการตรวจโควิด 19 ให้กับโรงพยาบาล โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย จำนวน 13 คัน เพื่อสนับสนุนการตรวจเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะพื้นที่ที่เข้าถึงยาก และเพื่อให้บุคคลากรทางการแพทย์มีความปลอดภัยในระหว่างการปฏิบัติงาน ประชาชนสามารถโทรสอบถามการตรวจคัดกรองเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน สปสช. โทร 1330

 

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า การตั้งรพ.สนามใน จ.สมุทรสาคร จะดูตามสถานการณ์ เพราะเราต้องการตอบสนองสถานการณ์ให้เหมาะสมที่สุด ไม่มาก หรือน้อยเกินไป เบื้องต้นขณะนี้วางไว้ 2 จุด สำหรับแรงงานพม่าโดยเฉพาะ 1 แห่ง และที่อยู่ระหว่างวางแผนจัดตั้งสำหรับคนไทย 1 แห่ง จากแต่เดิมประเทศไทยจะเอาทุกคนที่มีผลตรวจออกมาเป็นบวกเข้าไปอยู่ในรพ.ทั้งหมด

 

ซึ่งที่ผ่านมาวันละไม่กี่รายก็ถือว่าพอไหว แต่ปัจจุบันจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมาก ดังนั้นจากนี้จึงจะปรับการดูแลผู้ติดเชื้อใหม่ โดยนำผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงเข้ารับการรักษาในรพ. ส่วนคนที่ติดเชื้ออาการไม่รุนแรงก็ให้อยู่ที่รพ.สนาม หากรุนแรงก็ส่งเข้ารักษาที่รพ.ซึ่งอยู่ใกล้ๆ นั้น ย้ำว่ารพ.สนามที่จัดตั้งนั้นเป็นมาตรฐานเทียบเท่าหอผู้ป่วยแยกโรค

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง