รีเซต

CEO กลุ่มบริษัทบางจาก สะท้อน "บทเรียนจาก WEF 2026 กับทิศทางพลังงานโลกและไทย"

CEO กลุ่มบริษัทบางจาก สะท้อน "บทเรียนจาก WEF 2026 กับทิศทางพลังงานโลกและไทย"
TNN ช่อง16
29 มกราคม 2569 ( 16:56 )
9

บางจากฯ หนึ่งในตัวแทนผู้บริหารภาคเอกชนของประเทศไทย ร่วมกับทีมไทยแลนด์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ,นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ , นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยเลขาธิการบีโอไอ และผู้บริหารภาคเอกชน อีกหลายท่าน 

เข้าร่วมประชุมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก “World Economic Forum” ครั้งที่ 56 ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในธีม “A Spirit of Dialogue” หรือ “จิตวิญญาณแห่งการเจรจา” ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ พลังงาน และอนาคตของโลก ท่ามกลางความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของระบบโลก สะท้อนบทบาทของภาคธุรกิจไทยในการแลกเปลี่ยนมุมมองด้านพลังงาน ความมั่นคง และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจโลกยุคใหม่ และนี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเชื่อมประเทศไทยเข้ากับทิศทางพลังงานและเศรษฐกิจของโลกในอนาคต

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ได้ให้สัมภาษณ์ในงาน World Economic Forum 2026 หรือ Davos 2026 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เรื่องของทิศทางพลังงานท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงว่า ปัญหาโลกร้อนในปัจจุบันเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริงและสามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรับมือและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังต้องอาศัยเวลา การลงทุน และการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ โลกในปัจจุบันจึงไม่ได้ต้องการเพียงนวัตกรรมใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องการความสามารถในการรับมือและฟื้นตัว หรือ Resilience เพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

หากย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน โลกให้ความสำคัญสูงสุดในภาคพลังงานคือ Efficiency การผลิตพลังงานจะเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีต้นทุนต่ำที่สุดเงินลงทุนจะเคลื่อนย้ายไปยังจุดนั้น แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปโลกกำลังแยกตัวออกเป็นกลุ่มก้อนทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคง

 

ผลที่ตามมาคือ แนวคิดด้านพลังงานไม่ได้ยึดโยงกับต้นทุนต่ำที่สุดเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับความสามารถในการพึ่งพาตนเองมากขึ้น การผลิตพลังงานในประเทศหรือในภูมิภาคจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญ แม้จะหมายความว่าต้นทุนพลังงานอาจไม่ต่ำที่สุดเหมือนในอดีตก็ตาม

 

คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นคือ ภาคธุรกิจพลังงานจะสามารถรักษาสมดุลระหว่างการดูแลโลก การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการคงความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจได้อย่างไร ประเด็นนี้สะท้อนถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ภาคพลังงานทั่วโลกต้องเผชิญ

 

แนวคิดเรื่องการพึ่งพาตนเอง จึงกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในการประชุม World Economic Forum 2026 ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของโลก จากการให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพด้านต้นทุน ไปสู่การให้คุณค่ากับความมั่นคง ความทนทาน และความยั่งยืนในระยะยาว

ขณะเดียวกันการเกิดขึ้นของมาตรการกีดกันทางการค้าและกำแพงภาษีในหลายประเทศ ได้เพิ่มแรงกดดันต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของยุโรป ทำให้ภูมิภาคต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก พลังงานจึงกลายเป็นปัจจัยเชิงยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจโดยรวม ต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูงส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจ หากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนพลังงานได้อย่างเหมาะสม อุตสาหกรรมย่อมเผชิญความเสี่ยงในการชะลอการลงทุน หรือแม้กระทั่งการย้ายฐานการผลิต

 

***ความสมดุลของพลังงานท่ามกลาง World Disorder

 

ท่ามกลางบริบทของ World Disorder หรือโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน คำถามสำคัญคือ ความสมดุลระหว่างต้นทุนพลังงาน ความมั่นคงทางพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดควรอยู่ตรงจุดใด 

 

โดยหลักการแล้ว ระบบพลังงานของโลก 3 อย่างที่เรียกว่า Energy Trilemma ซึ่งประกอบด้วย 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ความยั่งยืนของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability), การเข้าถึงพลังงาน (Energy Affordability) และความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security)



อย่างไรก็ตามโลกปัจจุบันที่การแข่งขันทางเศรษฐกิจทวีความรุนแรงขึ้น ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มสูง และต้นทุนพลังงานมีความผันผวนมากขึ้น การรักษาสมดุลของทั้ง 3 องค์ประกอบพร้อมกันกลายเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง 

ความสมดุลของพลังงานในยุค World Disorder จึงไม่ได้หมายถึงการเลือกเพียงมิติใดมิติหนึ่ง แต่คือการบริหารจัดการความเสี่ยงและการออกแบบระบบพลังงานที่มีความยืดหยุ่น ทนทาน และสามารถปรับตัวได้ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยไม่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว

 

ทั้งนี้ ความท้าทายด้านพลังงานอาจไม่ได้ครอบคลุมครบทั้งสามมิติแบบเดิม แต่กำลังเหลือเพียง 2 ประเด็นหลักที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ได้แก่ ความมั่นคงด้านพลังงาน และ การเข้าถึงพลังงานในต้นทุนที่ต่ำและสามารถแข่งขันได้ 

 

***AI การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจและพลังงาน

 

ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกคือการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารืออย่างต่อเนื่องในการประชุมครั้งนี้ 

 

ปัจจัยหลักที่ช่วยผลักดันการเติบโตของ AI และเศรษฐกิจในภาพรวม ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยีชิป ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศสามารถพัฒนาได้เอง บุคลากรที่มีศักยภาพสูง และที่สำคัญไม่แพ้กันคือไฟฟ้า หรือกระแสไฟฟ้าสลับ (Alternative Current: AC)

 

ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ความต้องการใช้ไฟฟ้าเติบโตอย่างรวดเร็ว เพิ่มขึ้นราว 2–3 เท่าเมื่อเทียบกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้ากลายเป็นต้นทุนหลัก ทั้งต่อการพัฒนา AI ที่สามารถแข่งขันได้ และต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมโดยรวม

 

ประเด็นนี้สอดคล้องกับข้อเสนอของสภาอุตสาหกรรมของประเทศไทยที่เน้นย้ำมาอย่างต่อเนื่องถึงความจำเป็นในการปรับลดต้นทุนค่าไฟฟ้า เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว เนื่องจากพลังงานไฟฟ้าเป็นต้นทุนพื้นฐานที่ส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจลงทุนและการดำเนินธุรกิจ

 

จากมุมมองที่ได้รับจากการประชุมครั้งนี้ แหล่งพลังงานที่สามารถตอบโจทย์ทั้งต้นทุนต่ำ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และการใช้งานอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ คือก๊าซธรรมชาติ และพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นทางเลือกสำคัญในการรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเทคโนโลยีในช่วงเปลี่ยนผ่านของโลก

บทสรุปสำคัญจากการประชุม World Economic Forum ในครั้งนี้ สำหรับประเทศไทย มุมมองที่เห็นได้ชัดคือบทบาทของทีมเศรษฐกิจที่ทำงานเชิงรุกมากขึ้น การเข้าพบและแลกเปลี่ยนกับผู้นำประเทศต่าง ๆ ผู้บริหารองค์กรระดับโลก และองค์กรระหว่างประเทศ เป็นการส่งสัญญาณสำคัญในการปักธงประเทศไทยให้กลับมาอยู่ในเรดาร์ของเวทีเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง สะท้อนถึงความตั้งใจในการเชื่อมโยงประเทศไทยกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกอย่างจริงจัง 


การมีทีมเศรษฐกิจไทยที่มีความแอคทีฟ มีบทบาทบนเวทีโลก และสื่อสารกับนักลงทุนและพันธมิตรระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ทั้งในด้านการค้า การลงทุน และความร่วมมือในระยะยาว ซึ่งจะช่วยเปิดทางให้ประเทศไทยสามารถไปต่อได้ในอนาคต

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง