รีเซต

ต้นสนเกาหลีอ่อนแอลง เสี่ยงติดโรคง่ายขึ้น โลกร้อนเร่งวงจรศัตรูพืช ปีเดียวสนเกาหลียืนต้นตาย 36%

ต้นสนเกาหลีอ่อนแอลง เสี่ยงติดโรคง่ายขึ้น โลกร้อนเร่งวงจรศัตรูพืช ปีเดียวสนเกาหลียืนต้นตาย 36%
TNN ช่อง16
31 ตุลาคม 2569 ( 12:00 )

ข้อมูลจากจังหวัดคยองกีของเกาหลีใต้ ระบุว่า นับตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบต้นสนที่ได้รับความเสียหายจากโรคระบาดในต้นสนและยืนต้นตายรวม 116,655 ต้น หรือคิดเป็น 36% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือเขตยางพยองและคาพยอง พบต้นสนได้รับความเสียหายจากโรคระบาดรวมกันมากกว่าสองในสามของจำนวนต้นสนทั้งจังหวัด

 

โรคในต้นสนเกิดจากไส้เดือนฝอยขนาดเล็กซึ่งเป็นศัตรูพืชเข้าไปทำลายระบบลำเลียงน้ำของต้นสน ส่งผลให้ใบเหี่ยวเฉาและเปลี่ยนสี หลังจากนั้นอาจยืนต้นตายในที่สุด โดยสามารถระบาดไปสู่ต้นสนต้นอื่น ๆ โดยแมลงปีกแข็งสปีชีส์เดียวกับด้วงหนวดยาวสนเป็นพาหะ

 

หนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโรคในต้นสนรุนแรงมากกว่าปกติมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน เนื่องจากอุณหภูมิและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลต่อวงจรชีวิตของแมลงที่เป็นพาหะของโรคระบาดในต้นสน ทำให้แมลงออกหากินและแพร่กระจายเชื้อได้นานขึ้นกว่าเดิม 


สถานการณ์โรคระบาดในต้นสนของเกาหลีใต้รุนแรงขึ้น ทำให้กรมป่าไม้เกาหลีประกาศให้เขตยางพยองเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และเพิ่มพื้นที่เขตคาพยองในเดือนกรกฎาคม หลังมีต้นสนยืนต้นตายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเขตคาพยองมีต้นสนได้รับความเสียหายแล้วจำนวน 37,458 ต้น เกินกำหนดของพื้นที่ควบคุมพิเศษ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการเร่งจัดการกับต้นไม้ติดเชื้อโรคระบาดได้ตลอดทั้งปี ผ่านมาตรการรับมือ 4 ด้าน คือ การเร่งกำจัดต้นไม้ที่ติดเชื้อในฤดูหนาว การควบคุมโรคให้เหมาะสมกับความเสียหายในแต่ละพื้นที่ การสร้างระบบและประสานงานในแต่ละพื้นที่ และการพิจารณาใช้วิธีควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอย่าเหมาะสมกับสถานการณ์


สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้อย ทางการเกาหลีใต้เน้นกำจัดต้นไม้ที่ติดเชื้อทั้งหมด ส่วนพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายระดับปานกลางจะใช้วิธีตัดต้นไม้และฉีดสารเคมีป้องกันโรคลุกลามเข้าสู่ลำต้น แต่พื้นที่ที่มีต้นไม้เสียหายและยืนต้นตายจำนวนมาก ทางการอาจใช้วิธีการพิจารณาปรับเปลี่ยนชนิดพันธุ์ไม้ ลดความเสี่ยงการแพร่กระจายของโรค

 

นอกจากนี้ทางการเกาหลีใต้ยังมีแผนระยะยาวในการจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะเพื่อรับผิดชอบการควบคุมโรคระบาดในการจัดการต้นไม้ที่ได้รับความเสียหายให้เกิดประโยชน์ และเตรียมตั้งศูนย์แปรรูปทรัพยากรป่าไม้ในปี 2571 เพื่อนำต้นไม้ที่ถูกตัดไปแปรรูปและเศษไม้ไปใช้ประโยชน์ต่อไป 

 

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่เขตคาพยองขอความร่วมมือจากประชาชนไม่เคลื่อนย้ายต้นสนไปยังพื้นที่อื่น ๆ และหากพบต้นสนแห้งตายอย่างผิดปกติ ควรแจ้งหน่วยงานด้านป่าไม้ในพื้นที่ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพื่อเข้าดำเนินการควบคุมก่อนโรคระบาดขยายวงกว้างไปพื้นที่อื่น ๆ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง